ฐิติกันต์ เปิดแนวทางแก้ปัญหาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๗ มีนาคม ๒๕๖๗

ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล หารือปัญหาความเสื่อมโทรมของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาจากปัจจัยหลายด้าน และเสนอให้มีการบูรณาการแก้ไขร่วมกันอย่างเร่งด่วนและยั่งยืนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล กรรมาธิการ

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านประธานครับ คณะอนุกรรมาธิการได้ดำเนิน การศึกษาโดยวิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาและการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน รวมทั้ง การบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์จัดทำแนวทางและ ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมาธิการ ตลอดจน ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมาธิการหรือประธานคณะกรรมาธิการมอบหมาย โดยที่ ประเทศไทยมีลุ่มน้ำหลักทั้งสิ้น ๒๒ ลุ่มน้ำ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ที่ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้มีการกำหนด ลุ่มน้ำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ให้คำนึงถึงสภาพอุทกวิทยา สภาพภูมิศาสตร์ ระบบ นิเวศ การตั้งถิ่นฐาน การผังเมือง ผังน้ำและเขตการปกครองด้วย โดยพระราชกฤษฎีกา กำหนดลุ่มน้ำ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ คณะอนุกรรมาธิการดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดของเวลาที่กำหนด จึงได้ใช้พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นกรณีศึกษา ในการพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาลุ่ม น้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ ผู้เสนอญัตติ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการลุ่มน้ำในทะเลสาบสงขลาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนาด้านประมงอย่างยั่งยืนและการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็น ๑ ใน ๒๒ ลุ่มน้ำหลัก โดยเป็นลุ่มน้ำแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีระบบทะเลสาบแบบ Lagoon ขนาดใหญ่ เป็นแอ่งรองรับน้ำจืดที่ไหลมาจากเทือกเขา ผ่านลำคลองต่าง ๆ และมี ทางออกสู่ทะเลอ่าวไทย มีน้ำเค็มจากทะเลไหลเข้ามาผสมผสานด้วย จึงมีระบบนิเวศที่ หลากหลาย ขนาดพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑๑,๙๙๑.๓๖ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของ จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง และบางส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชรวมไปถึงจังหวัด ยะลา โดยปริมาณและสภาพน้ำในทะเลสาบขึ้นอยู่กับน้ำจืดที่ไหลลงมาและน้ำเค็มจากทะเล หนุนเข้ามา ทั้งนี้ฤดูน้ำหลากจะมีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบในปริมาณมาก จึงผลักดันน้ำเค็ม ออกสู่ทะเลอ่าวไทย ในช่วงนั้นน้ำในทะเลสาบจะขุ่นและเป็นน้ำจืด แต่เมื่อถึงช่วงฤดูแล้งมี ปริมาณน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบมีน้อย ส่งผลให้น้ำเค็มไหลเข้ามาแทนที่ ส่งผลให้น้ำใน ทะเลสาบเป็นน้ำกร่อย ทำให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด เป็นแหล่งสร้างอาหาร สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็น สำคัญ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกด้วย แต่ในปัจจุบันจากการเปลี่ยนแปลง สภาพพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผล กระทบให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามีปัญหาที่หลากหลาย อาทิ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง ปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าต้นน้ำและป่าพรุ ปัญหา การตื้นเขิน ปัญหามลพิษน้ำเสีย ปัญหาวัชพืชและสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่น ปัญหาการประมง เกินศักยภาพและผิดกฎหมาย ปัญหาการลดลงของสัตว์น้ำและโลมาอิรวดี ปัญหาการเผาและการบุกรุกพื้นที่ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และปัญหา ด้านการบริหารจัดการน้ำเป็นต้น ทำให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาแห่งนี้มีสภาพเสื่อมโทรม ซึ่งจากการพิจารณาศึกษาพบว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่มี หลายหน่วยงาน แต่ไม่ได้มีการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ โดยไม่มีแนวทางในการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาองค์รวมอย่างเป็นระบบ และภาคประชาสังคมไม่มีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการ และการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเท่าที่ควร กล่าวคือมีปัญหาการบริหาร จัดการลุ่มน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาและแก้ปัญหาเรื่องน้ำทะเลสาบสงขลาในเชิง นโยบายล้มเหลว อนึ่ง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ ในประเทศอีกหลาย แห่งกำลังอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ดังนั้นการแก้ไขปัญหา และการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอย่างเร่งด่วนเป็นระบบและยั่งยืน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนควรร่วมกันดำเนินแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ มีการ จัดสรรงบประมาณและบุคลากรให้เพียงพอ เพื่อให้เกิดความพร้อมในการทำงาน ประเด็น สำคัญคือการฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมอย่างเร่งด่วนไปพร้อมกับ การปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำ เน้นการมีส่วนร่วม โดยภาครัฐ และต้องมีบทบาทหลักในการดำเนินงานร่วมกับประชาชน ในการพัฒนาและต่อยอดจากฐานท่องเที่ยวเดิม โดยการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวพื้นที่ใหม่ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้น้อยที่สุด ส่งเสริมให้เกิดการ เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แก่ชุมชน รวมไปถึงการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาต่อไป ทั้งนี้หากมีการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่นทั่วประเทศ ให้อยู่ในสภาพ สมบูรณ์อย่างจริงจังและยั่งยืน ด้วยการบูรณาการของหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ ก็จะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้มี การพัฒนาในด้านต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น การพัฒนาด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาด้านการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนา ด้านการประมงอย่างยั่งยืน และการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเป็นต้น นอกจากนั้นการแก้ปัญหา และการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบต่าง ๆ ดังกล่าวก็จะยังนำมาซึ่งการมีคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ดีขึ้น ทั้งในด้านชีวิต ความเป็นอยู่และการสร้างเสริมอาชีพอีกด้วยครับ ก็ขออนุญาตประธาน เชิญท่านอนุกรรมาธิการอื่นช่วยร่วมกันนำเสนอข้อมูลต่อไปครับ