พลากร ชี้ปัญหายาเสพติดซับซ้อน ห่วงข้อมูลรายงานไม่สะท้อนความจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๗ มีนาคม ๒๕๖๗

พลากร พิมพะนิตย์ หารือสถานการณ์ยาเสพติดที่ยังคงรุนแรงและซับซ้อน โดยเฉพาะการลักลอบลำเลียงผ่านช่องทางออนไลน์และเส้นทางข้ามชาติ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงช่องว่างในการรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ไม่สอดคล้องกับตัวเลขการจับกุมจริง และสะท้อนปัญหาความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ชื่นชมผลการปราบปรามยาเสพติดและเสนอให้เพิ่มข้อมูลพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อประเมินความเข้มข้นและประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมเห็นด้วยกับความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ และส่งกำลังใจถึงทุกภาคส่วนในการร่วมสร้างสังคมปลอดยาเสพติดเพื่ออนาคตของลูกหลาน

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ผมได้ร่วมลงชื่ออภิปรายในเรื่องรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ ปัญหายาติดเป็นปัญหาหนึ่งที่ฝังรากลึก ในสังคมไทยมาอย่างยาวนานครับ ทั้งปัญหาผู้เสพ ปัญหาผู้ค้า หรือปัญหาเครือข่าย อาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดผลกระทบในสังคมไทย อย่างยาวนาน สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศค่อนข้างน่ากลัวครับ อย่างที่ทุกท่าน ทราบกันดี ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางการลำเลียงของยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านการลักลอบยาเสพติดในรูปแบบในวิธีการที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย หรือแม้กระทั่งใช้สื่อ สังคม Online เป็นช่องทางในการซื้อขายยาเสพติด ซึ่งในสภาพสังคมปัจจุบันที่ความเจริญ ทางเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้การเข้าถึงยาเสพติดอย่างง่ายดาย ในส่วนนี้เป็นความ น่ากังวลใจไปถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูอาจารย์และทุกคนในสังคมว่าในสักวันหนึ่งลูกหลาน ของเราจะกลายเป็นผู้ป่วย ผู้เสพ หรือผู้ต้องขังเพราะยาเสพติดหรือไม่ จากข้อมูลในรายงาน เล่มนี้พบว่าผู้ผลิตยาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนไปใช้สารเคมีตั้งต้นที่ถูกควบคุมน้อยกว่าสารเดิม มาทดแทน ทำให้สถานการณ์ยาเสพติดยังคงดำเนินต่อไป ทั้งการผลิต การค้า ไปจนถึงการ ลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยเองก็เรียกได้ว่าเป็นแหล่งขนส่ง ศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการค้าปลีกของขบวนการยาเสพติดครับ แม้ตัวเลขการจับกุม จะมากขึ้นเท่าใด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเลขการลักลอบการขนส่งลดลงอย่างที่ควรจะเป็น ยังคงมี เจ้าหน้าที่พนักงานที่อาศัยอำนาจหน้าที่ของตนแสวงหาผลประโยชน์จากอำนาจหน้าที่อยู่ ซึ่งผมเข้าใจดีว่าในคนหมู่มากย่อมมีคนที่ดีและไม่ดีปะปนไป แต่ก็ยังคงคาดหวังว่าในอนาคต คนที่ดีจะช่วยกันทำให้คนที่ไม่ดีหายไปหรือเปลี่ยนแปลงกลับกลายมาเป็นคนดี และร่วมมือ กันทำหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ยกตัวอย่างเช่น ในเขตพื้นที่ของกระผม พี่น้องประชาชนหวาดระแวงไม่กล้านำข้อมูลของผู้ค้ายาเสพติดไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องแจ้งเข้ามาช่องทาง Social ของผมว่ามีผู้ค้ารายนี้ มีผู้เสพรายนี้อยู่ตามชุมชนนี้ ผมก็ได้ ดำเนินการประสานไปยังท่านผู้บัญชาการภาค ๔ วันรุ่งขึ้นได้รับความอนุเคราะห์ ท่าน ผู้บัญชาการภาค ๔ นำกำลังเข้าไปจับกุม อันนี้แสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนขาดความ เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ของรัฐครับ ในส่วนข้อมูลในการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ปรากฏในรายงานเล่มนี้ ผมมีข้อสังเกตในส่วนข้อมูลการใช้อำนาจที่ปรากฏ ในรายงานเล่มนี้มีเพียง ๒๗,๗๐๔ ครั้ง แต่ข้อมูลการจับกุมยึดยาเสพติดของกลางกลับมี มากถึง ๒๐๐,๐๐๐ คดี ทำให้ผมมีข้อสังเกตว่าอาจมีการดำเนินงานที่ไม่ได้รับหรือมีการ บันทึกรายงานผลการดำเนินงานตกหล่นไปจากฐานข้อมูลหรือไม่ ซึ่งผมเข้าใจว่าภาระหน้าที่ ของท่านอาจจะมาก ไม่สามารถรายงานข้อมูลได้ครบถ้วนทุกครั้ง

และอีก ๑ ข้อสังเกต อยากให้ท่านนำไปพิจารณาในอนาคตคือข้อมูลในการใช้ อำนาจในรายงานเล่มนี้มีข้อมูลเพียงว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จากหน่วยงานใดใช้อำนาจตาม กฎหมายใดเพียงเท่าใด ซึ่งผมอยากให้ท่านพิจารณาว่าจะเป็นการดีกว่าหรือไม่ หากท่านเพิ่ม ข้อมูลพื้นที่เจ้าพนักงานนั้นใช้อำนาจเพื่อเป็นข้อมูลประกอบให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ใด ในประเทศที่จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงานของท่าน หรือใช้อำนาจมากน้อย เพียงใด และสัมฤทธิ์ผลจากการใช้อำนาจนั้นอย่างไร แต่ ๑ สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นข้อมูลเล็ก ๆ ในรายงานเล่มนี้มีเพียง ๕ บรรทัด นั่นคือข้อมูลการปราบปรามนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ที่ท่านระบุจากเป้าหมาย ๗๘๓ เครือข่าย ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา ๔๒๓ คน และยึด ทรัพย์สินมากกว่า ๑,๕๔๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการทำลายโครงสร้าง เครือข่ายของผู้ค้ายาเสพติดของหน่วยงานของท่าน และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างดีใจเมื่อได้ อ่านรายงานเล่มนี้พบว่าหน่วยงานอื่น ๆ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ช่วยกันบูรณาการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด มีหน่วยงานร่วมกันมากกว่า ๒๘ หน่วยงาน มันสะท้อนให้เห็นว่ารัฐเอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือผลักภาระให้ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ หรือพี่น้องประชาชนเพียงฝ่ายเดียว ผมอยากเป็นกำลังใจหนึ่งที่ส่งให้ทุกภาคส่วน ทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ในประเทศของเราว่าได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น เพื่อให้ลูกหลานของเราปลอดภัย จากยาเสพติด ท้ายนี้ครับท่านประธาน กระผมขออนุญาตยกข้อความจาก Facebook ของ ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ข้อความที่ว่า ผมขอให้พวกเราทุกคนช่วยกันปลุกชุมชน ให้เข้มแข็ง เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย และช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสพรายใหม่ขึ้นอีก เพื่อจุดหมายสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยให้แก่ลูกหลานของเราต่อไปในอนาคตครับ ขอบคุณครับ