พิมพ์ภัทรา แจงไฟไหม้โกดังเก็บกากขยะอันตราย ยันเร่งสอบ-เยียวยา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๗ มีนาคม ๒๕๖๗

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ชี้แจงกรณีเพลิงไหม้โกดังลักลอบเก็บกากขยะอุตสาหกรรมอันตรายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 200 ครัวเรือนและแหล่งน้ำ โดยเปิดเผยว่ากระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกว่า 20 ครั้ง จนรวบรวมพยานหลักฐานใกล้ส่งอัยการ แต่เกิดเหตุลอบวางเพลิงทำลายหลักฐาน จึงย้ำถึงความพยายามติดตามผู้เกี่ยวข้องและเร่งดำเนินคดี พร้อมเสนอแผนจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในระยะยาว รวมถึงขอบคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร่วมมือด้านมาตรการความปลอดภัย

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมค่ะ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณไปยังท่าน สส. พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอย่างมากค่ะ ประเด็นที่ท่านกังวลห่วงใยดิฉันขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง พี่น้องประชาชนที่กำลังรับฟังให้มีความเข้าใจตรงกันก่อนว่าพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้ดังกล่าว เป็นโกดังที่ลักลอบในการเก็บกากขยะอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อสักครู่ท่าน สส. ได้นำเรียน ให้ทราบแล้วว่ามันมีการพบมีการรั่วซึม แล้วส่งผลกระทบไปยังพี่น้องประชาชนกว่า ๒๐๐ ครัวเรือนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ และพี่น้องประชาชนอีกหลายตำบลที่จะต้องใช้สอย น้ำกิน น้ำใช้ บริเวณดังกล่าวนะคะ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก ในพื้นที่ ทั้งท่าน สส. แล้วก็ทั้งนายอำเภอ ตลอดจนผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นต้นมา และหลังจากนั้นมากระทรวงอุตสาหกรรมเอง ทางกรมโรงงาน อุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ลงพื้นที่กว่าจำนวน ๒๐ ครั้งค่ะ นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ค่ะ ถามว่าลงพื้นที่ไปทำอะไร ลงพื้นที่ไปดูค่ะ แล้วก็ไปตรวจวัดคุณภาพว่าน้ำที่ออกมามันไม่มี คุณภาพแค่ไหน พอเจอมีปัญหาเราก็ต้องไปทำเรื่องเพื่อขอหมายค้นในพื้นที่ เพื่อตรวจยึด อายัดค่ะ และที่สำคัญที่สุดกระบวนการที่เราทำร่วมกันกับทางกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. ที่เราทำงาน ร่วมกัน วันนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ บก.ปทส. เราทำไปถึง ขั้นว่าเราทราบแล้วว่าโกดังดังกล่าวรับกากขยะอุตสาหกรรม ของเสียอุตสาหกรรมมาจาก ที่ไหน บริษัทใดที่มาจ้าง ว่าจ้างโกดังดังกล่าว และสามารถสอบกลับไปถึงว่ามีบริษัทใดบ้าง ที่ว่าจ้างบริษัท ๒ บริษัทนี้มาทิ้งและไม่ได้ทำตามกระบวนการนะคะ ปรากฏว่าทั้งข้อมูล พยานหลักฐาน ใช้เวลารวบรวมเกือบ ๑ ปีด้วยกัน กระบวนการอยู่ในขั้นรวบรวมและกำลัง ส่งอัยการที่จะฟ้องแล้วค่ะ ปรากฏว่ารวบรวมเอกสารเสร็จ ทำสำนวนเพื่อส่งอัยการก็เกิดเหตุ ลักลอบเผาพื้นที่ดังกล่าวค่ะ ถ้าจะดูในแผนภาพที่เกิดขึ้นโกดังดังกล่าวมีทั้งหมดประมาณ ๕ โกดัง พื้นที่เกิดเหตุอยู่ที่โกดังที่ ๑ และโกดังที่ ๒ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวหลังจากเกิดเหตุปุ๊บ ทางดิฉันเอง ทางท่านปลัดกระทรวง รวมถึงท่านอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็สั่งให้ ทางเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดได้ลงพื้นที่ ที่สำคัญที่สุดลงพื้นที่ไปทำอะไร ลงพื้นที่ ไปเก็บหลักฐาน ไปดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น เราก็พบว่าเกิดเหตุลักลอบในการวางเพลิงค่ะ ดิฉัน เข้าใจดีค่ะ คนที่กระทำผิดมักหวาดกลัวว่าจะต้องโดนดำเนินคดี และที่สำคัญมากไป กว่านั้นก็คือต้องจ่าย จ่ายค่ากำจัด เพราะว่ามันมีกระบวนการในการดำเนินการทั้งหมดค่ะ

ทีนี้เหตุเพลิงไหม้โกดังที่โดนลักลอบทั้งหมดก็มีความสูญเสียเกิดขึ้น หลายประการด้วยกัน อย่างแรกเลย เมื่อเข้าพื้นที่เราก็จะเจอว่าข้างในจะมีทั้งกากของเสีย กากมลพิษ กากพิษที่ไม่มีการกำจัดอย่างถูกต้อง เป็นการลักลอบมาวาง มาเก็บไว้ในพื้นที่ ดังกล่าว เมื่อสักครู่ท่าน สส. พิมพฤดา ท่านได้ถามหลายคำถามด้วยกันใน ๑ คำถามนี้ ดิฉัน ขอตอบขมวดในประเด็นเดียวเลยนะคะว่า ท่านกังวลเรื่องของงบประมาณ แล้วก็กังวลเรื่อง ของการจัดการสารเคมี วันนี้ในพื้นที่ดังกล่าวจากการที่ท่าน สส. พิมพฤดาได้ลงพื้นที่กับ คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมของสภาผู้แทนราษฎรประมาณเดือนพฤศจิกายนก็ได้พบ กับทางท่านอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการพบปะพูดคุยกัน จนมาถึงการตั้งของบประมาณในปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ ค่ะ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งงบประมาณในการจัดการดูแลพื้นที่ดังกล่าว ยอดจำนวนเงิน ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาทถามว่าทำอะไรได้บ้าง ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาทนี้ประกอบ ไปด้วย ๒ ส่วนด้วยกันค่ะ ส่วนแรกคือการจัดการพื้นที่ และส่วนที่ ๒ คือการจัดการ กากของเสียที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว การจัดการพื้นที่ วันนี้พอเราลงไปดูในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อสักครู่เราก็จะเจอจุดปัญหาหลายจุดด้วยกัน เพราะว่าโกดังดังกล่าวมีทางที่จะสามารถ เข้าได้หลายทางด้วยกันที่เป็นช่องทางธรรมชาติ เพราะฉะนั้นส่วนแรกต้องเอาไปปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้มีคนสามารถเข้าไปทำการไม่ชอบในพื้นที่ที่เหลือได้ในการจัดการพื้นที่ ตลอดจนการ ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อคอย Monitor ว่ามีใครเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอีกหรือไม่ ส่วนที่ ๒ มีการจัดการเรื่องของกากขยะ ๒ ส่วนด้วยกัน คือไปดูแลว่าโกดังที่เสียหายทั้ง ๒ ส่วน โกดัง ที่ ๑ โกดังที่ ๒ มีกากของเสียที่มีพิษหรือไม่ แล้วมีกากของเสียที่เป็นวัตถุไวไฟหรือไม่ ต้องจัดการแยกออกมาก่อนนะคะ แยกวัตถุไวไฟออกมา แล้วก็ทำการเอาของที่สามารถ จำหน่ายได้ สามารถแยกส่งต่อได้ก็เอาไปจำหน่าย ไปขาย ก็จะเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ในงบ ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาทค่ะ ดิฉันทราบดีว่างบประมาณดังกล่าว คงไม่เพียงพอ เพราะเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมเราลงเข้าไปดูแล้ว มีการประเมิน มูลค่าเบื้องต้น ต้องใช้คำว่า เบื้องต้น ต้องใช้เงินมากกว่า ๕๐ ล้านบาทค่ะ ดิฉันเข้าใจดีเพราะดิฉันมาจาก สส. พื้นที่เข้าใจท่านพิมพฤดาดีว่าท่านต้องแบกรับความหวัง ของพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ดังกล่าวอย่างไร ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเอง เราไม่ได้นิ่งเฉยนะคะ เรามีการตั้งงบในปี ๒๕๖๘ เพื่อที่จะเยียวยาพื้นที่ดังกล่าวด้วย แต่มัน ต้องครอบคลุมพื้นที่หลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และฉะเชิงเทราค่ะ โดยการตั้งงบประมาณไว้อีก ๙๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นอีก ๙๐ ล้านบาทก็จะเห็นใน ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ นี่คือคร่าว ๆ ต่อประเด็นที่ท่านห่วงใยนะคะ

แล้วประการสำคัญที่สุดก็คือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่บอกไป เมื่อสักครู่ ดิฉันต้องขอบคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำงานเชื่อมกับทางกระทรวง อุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางท้องถิ่นเองหรือทาง อบจ. เอง เมื่อเกิดเหตุปุ๊บ เราก็จะเห็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้าไปเยียวยาแล้วก็ดูแลพื้นที่เบื้องต้นค่ะ ดิฉันขอ ตอบประเด็นที่ ๑ ตามนี้ก่อนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ