สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๗ มีนาคม ๒๕๖๗

ฐิติกันต์ ฐิติพฤติกุล หารือเรื่องการทำร้ายคุณหมอธารดาว จันทร์ดำ โดยนักธุรกิจชาวต่างชาติ และเรียกร้องให้ดำเนินคดีโดยเท่าเทียม และไม่ให้อภิสิทธิ์ชน

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤติกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต อำเภอถลาง ตำบลกระทู้ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ เมื่อคืนวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ได้มีกรณี นักธุรกิจชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายคุณหมอธารดาว จันทร์ดำ บริเวณ Villa หรูริมหาดยามู ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และมีการอ้างถึงนายตำรวจใหญ่ระดับ รองผู้บังคับการ ภาค ๘ และได้มีตำรวจท้องที่ได้มาถึงที่เกิดเหตุพร้อมข่มขู่ว่าที่นั่งอยู่ เป็นการบุกรุก แจ้งว่าความผิดฐานบุกรุกหนักกว่าการทำร้ายร่างกาย คือการบุกรุกจำคุก ๔ ปี แต่การทำร้ายร่างกายนั้นจ่ายค่าปรับก็จบ ท่านประธานครับ ชายคนดังกล่าวได้มีพฤติกรรมกร่าง ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายใด ๆ เช่น การขับรถขวางรถฉุกเฉินและชูนิ้วกลางใส่คนขับรถ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับ คนขับรถฉุกเฉินที่เพิ่งจะถอนแจ้งความไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และหลังจากเกิดเหตุจะมีภาพ ที่นายตำรวจระดับรองผู้บังคับการภาค ๘ คนดังกล่าวชนแก้วไวน์กับผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งจะเป็นเหตุผลกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ ท่านประธานครับ เช้านี้ได้มีการลงนามอนุมัติ เพิกถอน Visa ไปแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยครับว่าการดำเนินคดีหลังการเพิกถอน Visa นั้น จะเป็นไปอย่างไร เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อผู้เสียหายให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม ผมกังวลว่าหากการส่งตัวผู้ต้องหากลับประเทศก่อนการได้รับการลงโทษ หรือให้อยู่ต่อ แต่การดำเนินคดีที่เป็นไปอย่างล่าช้าผู้เสียหายจะรู้สึกอย่างไร หากเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นจริงจะรับผิดชอบอย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้มีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม อีกครั้ง พวกเรายินดีต้อนรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกครับ แล้วก็ยังเชื่อ อีกว่าทุกคนอยากให้ประเทศไทยมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เท่าเทียม ไม่ว่า จะเป็นคนไทยหรือต่างชาติต้องไม่มีคนใดเป็นอภิสิทธิ์ชน การที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เปิดศาลากลางให้ผู้ต้องหามาแถลงข่าวขอโทษเหมาะสมหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่สามารถแถลงข่าว ได้ที่สถานีตำรวจหรือที่บ้านพักก็ได้ เราควรที่จะใส่ใจคนในให้มากกว่านี้หรือไม่ครับ ผมเชื่อว่า ภาพที่หลาย ๆ คนอยากเห็นคือการที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ออกมาปกป้องผู้เสียหายที่โดน ทำร้ายร่างกายมากกว่าเปิดศาลากลางให้คนร้ายไปขอโทษ และที่เราไม่เคยเห็นคือ การออกมาชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ไปที่เกิดเหตุและรองผู้บังคับการภาค ๘ ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ หรือไม่ ได้มีการสนับสนุนให้ท้ายผู้กระทำความผิดหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อความบริสุทธิ์และที่จะพูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องเอกสารสิทธิต่าง ๆ ที่ออกโดยมิชอบ ซึ่งผู้ที่ออกก็โดนดำเนินคดียึดทรัพย์ไปแล้ว การก่อสร้างรวมถึงบันไดที่เป็นต้นเหตุก็มีการ รื้อถอนหลังจากที่มีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ เพราะว่าเป็นที่สาธารณะ ก็จะเห็นได้ชัดครับว่า บันไดนี้จะสร้างไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงรู้เห็นเป็นใจ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผู้ต้องหา รายนี้เป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ ราย ไม่ว่าจะคนไทยหรือชาติไหนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ คือการ มาดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายแล้วเลี้ยงดูปูเสื่อข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ ใช้ความสนิทสนมมาเป็นแนวทางแสวงหาผลประโยชน์ หรือใน การข่มเหงรังแกบุคคลอื่นหรือการทำผิดกฎหมายใด ๆ เพื่อผลประโยชน์โดยมักจะอ้าง ความสนิทสนมกับคนที่มีตำแหน่ง ด้วยอาจจะรู้จักกันมานาน เมื่อมีเหตุใด ๆ เกิดขึ้นก็จะใช้ ความสนิทสนมมาบิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย การทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนจะเกิดขึ้น ไม่ได้เลยหากไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐอำนวยความสะดวกให้ และการอำนวยความสะดวกจะเกิดขึ้น ไม่ได้เลยหากไม่มีผลประโยชน์ ผมมีข้อถามท่านรองนายกรัฐมนตรีดังนี้ครับว่าได้มีการ ตรวจสอบหรือดำเนินการใด ๆ หรือไม่กับการเสียภาษีของธุรกิจปางช้างว่าถูกต้อง ครบถ้วน หรือไม่ ได้มีการตรวจสอบการจดจัดตั้งมูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์ช้างที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึง เส้นทางการเงินต่าง ๆ ทั้งการรับบริจาคและค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ของมูลนิธิ การเช่าบ้าน เดือนละ ๑ ล้านบาท เข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่ มีเส้นทางการเงินไปหล่อเลี้ยงข้าราชการ บางกลุ่มบางก้อนหรือไม่ ประกอบกับพฤติกรรมแบบผู้มีอิทธิพลจะมีการขยายผลเพิ่มเติม ใด ๆ หรือไม่ การออกใบอนุญาตพกปืน ป.๔ จำนวน ๒ กระบอก ออกโดยชอบหรือไม่ การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม การครอบครองที่ดินในกรณีนี้ว่า น.ส. ๓ ฉบับดังกล่าวออกโดยชอบ หรือไม่ รวมไปถึงกรณีอื่น ๆ เช่น การประกาศขายที่ดินติดชายหาดส่วนตัวในพื้นที่อื่น ว่าเจ้าหน้าที่ภาครัฐได้ดำเนินการโดยชอบบ้างหรือไม่ เป็นคำถามแรกครับ