สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๗ มีนาคม ๒๕๖๗

พิมพฤดา ตันจรารักษ์ หารือเรื่องไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมีและกากอุตสาหกรรมที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอธิบายว่าสารเคมีเหล่านี้ได้มาอยู่ในพื้นที่นั้นได้อย่างไร พร้อมเรียกร้องการดำเนินการกำจัดสารเคมีและดำเนินการอย่างเร่งด่วน

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานสภา ที่เคารพ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๓ อำเภอภาชี อำเภออุทัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทยค่ะ ก่อนอื่น ดิฉันก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่วันนี้ท่านได้ให้ ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน โดยมาตอบคำถามด้วยตัวท่านเองค่ะ วันนี้ดิฉันจะขอ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเหตุการณ์นี้ จะเกี่ยวข้องกับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคตอีกค่ะ สืบเนื่องจากคืนวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลาประมาณ ๒๒.๒๐ นาฬิกา ได้เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมีและกาก อุตสาหกรรม ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางชุมชนในพื้นที่หมู่ ๒ ตำบลภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ในระยะรัศมี ๕ กิโลเมตร เนื่องจากสารเคมีดังกล่าวเป็นกากอุตสาหกรรมที่เป็นกรด ขยะสารพิษ สายไฟฟ้าที่ใช้แล้ว และโลหะหนักเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน บริเวณใกล้เคียงได้ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่กระแสลมจะพัดพาสารพิษเหล่านี้ ไปถึงได้ค่ะท่านประธาน แล้วสารเคมีเหล่านี้ได้มาอยู่ในพื้นที่อำเภอภาชีได้อย่างไร ดิฉันต้องเท้าความย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี ๒๕๖๖ ท่านนายอำเภอภาชี กำนันตำบล ภาชี และฝ่ายปกครองอำเภอภาชี ได้ตรวจสอบพบว่ามีสารเคมีและกากอุตสาหกรรม ถูกนำมาซุกซ่อนไว้ในโกดังเช่าแห่งหนึ่งที่ตำบลภาชี อีกทั้งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนที่อาศัย อยู่ในชุมชนบริเวณใกล้เคียงก็ได้ร้องเรียนว่า บนถนนบริเวณหน้าโกดังมีของเหลวสีส้ม ที่มีกลิ่นเหม็นแสบจมูกอยู่บริเวณถนน แล้วก็มีการรั่วซึมผ่านลำรางสาธารณะหน้าโกดัง ไหลปนเปื้อนบริเวณคลองสามขวา ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำทางการเกษตร คลองนี้ก็จะผ่านหลาย ตำบลในพื้นที่อำเภอภาชี และอำเภออุทัย ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ทางการเกษตร กระทบที่นา มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ค่ะ แค่ได้ยินแค่นี้ก็น่าใจหายแล้วใช่ไหมคะ และไม่ใช่แค่นั้นนะคะ แปลงนาของชาวบ้านที่อยู่บริเวณติดกับโกดังก็สามารถตรวจวัดค่า PH ได้เท่ากับ ๑-๒ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดค่ะ ส่งผลให้ข้าวในนาแห้งตาย แล้วก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก และเมื่อมีอากาศเย็นหรือฝนตกสารเคมีเหล่านี้ก็จะยิ่งส่งกลิ่นแรง แสบจมูกไปทั่วบริเวณ ประชาชนในพื้นที่บางรายมีอาการผื่นคันขึ้นตามตัว โดยที่ไม่ต้องสัมผัสสารเคมีโดยตรงค่ะ โดยสารเคมีและกากอุตสาหกรรมนี้มีจำนวนมากกว่า ๔,๐๐๐ ตัน และในโกดังยังมีบางส่วน ที่เจ้าหน้าที่เองก็ยังไม่ได้สามารถเข้าไปตรวจเพื่อประเมินจำนวนได้ค่ะ เพราะสารเคมี ในบริเวณนั้นมีกลิ่นแรงมาก เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมได้ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เป็นของกลางที่ถูกอายัดอยู่ระหว่างจะรอนำไปกำจัด แต่ว่าได้มาเกิด เหตุเพลิงไหม้เสียก่อน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พวกเราหวาดกลัวและไม่ได้อยากให้เกิดมากที่สุด

คำถามแรก ดิฉันขอตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมค่ะ เพื่อให้ท่านได้ตอบคำถาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่ารัฐบาลจะดำเนินการ กับสารเคมีเหล่านี้อย่างไร จะทำการเคลื่อนย้ายสารเคมีที่เป็นอันตรายเหล่านี้ออกไปจาก พื้นที่อำเภอภาชีเพื่อที่จะนำไปกำจัดให้ถูกต้องเมื่อไร และจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่เข้มงวดอย่างไร ที่ดิฉันต้องตั้งคำถามเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำค่ะ ไม่ว่าจะพื้นที่อำเภอภาชีหรือพื้นที่อื่น ไม่มีใครอยากให้สารเคมีที่เป็นอันตรายพวกนี้อยู่ ใกล้บ้านตัวเองค่ะ เพราะสารเคมีที่เป็นอันตรายแบบนี้เอาไปไว้ที่ไหนก็ไม่มีใครอยากได้นะคะ ยิ่งมีเหตุการณ์ที่เกิดไฟไหม้เมื่อคืนวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์แล้วด้วย ยิ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ เกิดความวิตกกังวล หวาดกลัว และเกิดความไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกวันไหน ถ้าสารเคมียังอยู่ในพื้นที่ และการกำจัดสารเคมีนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วค่ะว่าต้องใช้ งบประมาณสูงในการกำจัด จึงอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่างบประมาณที่จะใช้ในการ กำจัดนี้จะสามารถดำเนินการได้ทันทีเลยหรือไม่ หรือพี่น้องประชาชนจะต้องรอต่อไป จะต้อง รองบประมาณในปีถัดไปหรือเปล่าคะ ขอบพระคุณค่ะ