ไชยชนก เสนอกฎหมายรองรับดิสรัปชัน-ปัญญาประดิษฐ์-ภูมิอากาศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

ไชยชนก ชิดชอบ อภิปรายถึงผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะจากเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและสังคมในทุกระดับ พร้อมเสนอให้มีการพิจารณากฎหมายรองรับอย่างรอบด้านด้วยเจตนาดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนโดยคำนึงถึงความยุติธรรม ความเหมาะสม ความมั่นคง และความยั่งยืนของชาติอย่างครบถ้วน

นายไชยชนก ชิดชอบ บุรีรัมย์

ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไชยชนก ชิดชอบ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในวันนี้จะมาอภิปรายในประเด็นที่ผมมองว่าเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับที่เราได้พูดถึงในวันนี้ แต่สำคัญกว่านั้นครับท่านประธาน ผมมองว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโลกปัจจุบัน แล้วควรจะนำไปสู่การพิจารณาในหลาย ๆ พ.ร.บ. หลังจากนี้ด้วยครับ สิ่งที่ผมจะพูดถึงนั้นเป็นประเด็นที่หลายท่านได้พูดถึงแล้ว แต่ผมยังรู้สึกว่าไม่ได้ให้ความสำคัญและน้ำหนักกับมันมากเพียงพอ นั่นก็คือเรื่องของ Disruption ครับ คำว่า Disruption นั้นถ้าเราพูดถึงใน Generation ที่แล้ว ๒ Generation ที่แล้วอาจจะเป็นศัพท์ที่ไม่คุ้นหู แต่ในยุคทุกวันนี้ที่เราเติบโตมาผ่านการ Disruption หลากหลายมากมาย ผมเชื่อว่าทุกท่านเข้าใจครับ แต่เพื่อให้พวกเราเข้าใจตรงกัน ผมขออนุญาตอภิปรายนิยามและความเข้าใจของผม ของคำว่า Disruption สักนิดหนึ่งครับ สำหรับผม Disruption จริง ๆ แล้วเป็นอะไรก็ได้ที่มันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของ ความคิด ทัศนคติ และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของการใช้วิถีชีวิตประจำวันอย่างไม่มีวัน หวนกลับคืนมา มันจะเกิดขึ้นในบริบทของรายบุคคล รายอุตสาหกรรม ระดับประเทศ หรือระดับโลกก็ได้ จะเกิดขึ้นโดยเป็นสิ่งที่เป็นผลกระทบโดยตรงหรือทางอ้อมของมนุษย์ หรือโดยธรรมชาติก็ได้ ขออนุญาตยกตัวอย่างเพิ่มเติมนะครับท่านประธาน ย้อนไปใน ยุคมนุษย์หิน ในวันที่มนุษย์เราค้นพบไฟหรือวิธีการทำไฟครั้งแรก เป็น Disruption ครั้งแรก ที่นำไปสู่วิวัฒนาการหลากหลายอย่างที่นำมาสู่ Civilization ในทุกวันนี้ ทำไมใช่ไหมครับ ก่อนที่เราค้นพบไฟมนุษย์ต้องพึ่งพระอาทิตย์เพื่อการมองเห็นและความอบอุ่น พอเราค้นพบปุ๊บ ในเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินเราก็สามารถที่จะมองเห็นและพึ่งกองไฟเพื่อความอบอุ่น ทำอาหารและหลายสิ่งหลายอย่างอีกมากมายครับ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มีหลากหลาย Disruption ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้นพบ Fossil Fuels Industrial Revolution นำไปสู่เรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำมัน ยานพาหนะ รถยนต์ และเครื่องบิน ที่ล้วนแล้วแต่ทำ ให้เราใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปครับ อินเทอร์เน็ตครับท่านประธาน ในวันแรกที่เกิดขึ้น น้อยคนที่เข้าใจ แต่ในทุกวันนี้เราแทบที่จะเข้าถึงโลกทั้งใบผ่านโทรศัพท์มือถือแค่เพียง เครื่องเดียว แล้วมันซึมซับไปในทุกบริบทของการใช้ชีวิตของเราจนแทบจะขาดไม่ได้ครับ อีกหนึ่ง Disruption ที่ใกล้ตัวพวกเราที่เราเพิ่งร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านมันมาได้แม้กำลังเผชิญ กับมันอยู่แต่ต้องบอกว่าเรารับมือกับมันได้แล้วก็คือสภาวะวิกฤติโควิด ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจ ผลกระทบของมันดีครับ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ Mask การ Working From Home เรื่องของ การตรวจโควิด Curfew และผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและในทุก ๆ บริบท อีก ๒ ตัวอย่าง ในเรื่องของ Disruption ที่ผมไม่พูดถึงไม่ได้ มันเป็น Disruption ที่กำลังเกิดขึ้นแล้วเรากำลัง เผชิญอยู่ในทุกวันนี้ แล้วจะส่งผลกระทบมากขึ้น แล้วมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ครับ ท่านประธาน เรื่องแรกก็คือสภาวะโลกร้อน ไม่ใช่สิ อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายอย่าง ดุเดือดในสมัยประชุมที่แล้วคือสภาวะโลกเดือด แม้เราไม่ได้พูดถึงมันครับ โลกร้อนขึ้นทุกวัน แล้วผมเชื่อว่าเราทุกคนในห้องนี้สัมผัสได้ ร้อนขึ้นจนถึงระดับที่ว่าเกิดปรากฏการณ์หลายแห่งในโลกที่อุณหภูมิสูงที่สุดที่ได้สัมผัสมา ในรอบหลายปี แน่นอนครับ เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อทุกบริบทของการใช้ชีวิตของเราแบบที่ เราคาดการณ์ไม่ได้เลยครับ แต่ประเด็นนี้คงเป็นประเด็นที่ต้องพูดถึงมากขึ้นในวาระอื่น สุดท้ายมาสู่ในปรากฏการณ์หรือ Disruption ที่น่าจะเกี่ยวข้องและคล้องจองกับ พ.ร.บ. ที่เราจะพูดถึงในวันนี้มากที่สุด นั่นก็คือ Disruption ที่สืบเนื่องมาจาก Decentralization วิวัฒนาการของเทคโนโลยี นั่นก็คือ AI Disruption ท่านประธานทราบไหมครับว่าทำไม AI Disruption นั้นถึงน่ากลัว เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุก ๆ Disruption ทุก ๆ Invention ที่ก่อให้เกิด Disruption มักจะมาจากการที่มนุษย์ต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สะดวก มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือในการผลิต แต่ส่วนใหญ่แล้วมันมักจะส่งผล กระทบแค่เพียงการกระทบ Manual Labour หรือสิ่งที่กระทบในการใช้แรงงานของมนุษย์ แต่ในโลกทุกวันนี้ที่เราอยู่ในยุคของ Decentralization AI สามารถที่จะคิดและประมวลผล ฐานข้อมูลที่เป็น Mass Data ทั้งหมดได้เร็วกว่า รอบคอบกว่าสมองมนุษย์ด้วยซ้ำไป ทุกวันนี้ เราสามารถที่จะเห็น AI ผลิต Logo ทำโฆษณา แม้กระทั่งทำหนังที่แต่ก่อนใช้เวลาหลายปี แล้วเงินหลายล้านเพียง Key เข้าไปใน Keyboard ใช้เวลาไม่กี่วินาที AI สามารถมาทดแทน Skill Labour ได้ครับ แค่เฉพาะในวันนี้เท่านั้น แล้วถ้าเราใช้มันเป็น สามารถแม้กระทั่ง Plan Trip ท่องเที่ยว สามารถแม้กระทั่งที่จะแก้ไขปัญหาของบริษัท วางนโยบายและทิศทาง หรือวาง Plan ที่เราควรจะทำ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่ผมอยากให้ทุกท่านได้เห็น ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพูดขึ้นมาคือ Correlation ของวิวัฒนาการของมนุษย์ที่มาควบคู่กับ Disruption ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งเรามีทรัพยากรมากขึ้น บุคลากรมากขึ้น มีปัญญามากขึ้น แล้วมีอุปกรณ์ที่ล้ำมากขึ้น เรายิ่งสามารถที่จะสร้างสิ่งที่สามารถก่อให้เกิด Disruption ได้เยอะขึ้นแล้วถี่ขึ้นในทุกวัน Disruption เหล่านี้จะเกิดขึ้นบ่อยขึ้น แล้วบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับโอกาสและการเสียโอกาส โอกาสจะสามารถคว้าได้ แค่เพียงคนที่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ Step ต่อไปคือคนที่ปรับตัวทันกับ การเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับกลุ่มคนที่ไม่พร้อมและปรับตัวไม่ทันจะมีแต่ความสูญเสียครับ ทั้งหมดที่ผมได้พูดไปนั้นถ้าเราเอามาโยงแล้ว Link ถึงร่าง พ.ร.บ. ๓ ฉบับที่เราพูดถึงในวันนี้ แน่นอนถ้าเราพูดถึงในเรื่องของแรงงานก็ต้องมีนายจ้าง มีนายจ้าง มีลูกจ้าง มันก็ต้อง มีองค์กรหรือมีบริษัท แน่นอนเป้าหมายของบริษัทก็ต้องมีเรื่องของผลกำไร ส่วนในประเด็น ของความเหมาะสมของปริมาณของกำไรนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนรวม เหมาะสม ไม่เหมาะสม คงเป็นอีกเรื่องที่เราต้องพูดกันในอีกวาระหนึ่ง แต่ Profit Maximization ถ้าเรามาดูสมการง่าย ๆ เลยครับ การลดต้นทุนและการเพิ่มรายได้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ ในประเทศไทยสัดส่วนของต้นทุนของบริษัทในประเทศไทยนั้นมีแรงงานเป็นเปอร์เซ็นต์หลัก อยู่ในนั้น จริง ๆ การเปลี่ยนแปลงหรือ Disruption ของสิ่งที่ผมได้อธิบายไปนั้นมันกำลัง เกิดขึ้นอยู่รอบตัวเราในทุกวันนี้ ไม่ว่าเราจะรู้ตัวแล้วสังเกตเห็นมันหรือไม่ วันก่อนผมไป ทานสุกี้ ขออนุญาตไม่เอ่ยนามร้าน แต่เชื่อว่ามีหลายสาขา แล้วมีหลายร้านที่ทำแบบนี้ มีหุ่นยนต์มาเสิร์ฟอาหาร มีหุ่นยนต์ทำความสะอาด แต่เราไม่ต้องพูดถึงเรื่อง Technological Advancement หรือพูดถึง Robotic หรือ AI ก็ได้ แค่ Profit Driven Mind Indeed ของ เจ้าของบริษัทก็ก่อให้เกิด Disruption นี้ได้แล้วครับ ร้านจิ้มจุ่ม ร้าน Hotpot ที่เราเห็น เกิดขึ้นทั่วประเทศ ขออนุญาตยกตัวอย่างร้านอาหาร ผมยังไม่ได้ทานข้าวครับท่านประธาน ทำไมทุกวันนี้ถึงมีสายพานครับ เพราะว่าลดเวลาในการที่ลูกค้าไปถึงปุ๊บต้องนั่งอ่าน Menu ลดเวลาที่ต้องไปรับ Order ส่ง Order ทำให้เพิ่ม Maximum Capacity ในการรับลูกค้า ต่อวัน แล้วลดการสูญเสียของทรัพยากรอาหาร ทั้งหมดล้วนเป็น Concept ง่าย ๆ ที่ส่งผล กระทบต่อการลดต้นทุนแล้วเพิ่มรายได้ครับท่านประธาน ผมได้ฟังเพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านอภิปราย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ๓ ฉบับนี้ ผมขออนุญาตฝากเป็นข้อคิดครับท่านประธาน ทุกคนทำการบ้านมาดี เตรียมข้อมูล มีหลักการ แต่หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่พวกท่านพูดนั้นเต็มไปด้วย Variable ที่เรา ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลกระทบจะเป็นแบบนี้จริงไหม แล้วมันจะเกิดขึ้น ใน Scale ที่หนักขนาดนี้หรือไม่ เราพูดไม่ได้เลยครับ แต่สิ่งที่ผมเพิ่งเล่าให้ทุกท่านได้รับฟังไป เมื่อสักครู่นี้มันกำลังเกิดขึ้นอยู่ครับ มันมาถึงเราแล้ว แล้วผลกระทบมันจะเยอะขึ้น แล้วหนัก ขึ้นเรื่อย ๆ และเราต้องยอมรับนะครับท่านประธานว่าเรื่องนี้เราล้าหลังมาก ๆ เราไม่ได้ เตรียมตัวอย่างเพียงพอที่จะรับมือกับผลกระทบของมันเลย นี่ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องของ แรงงานต่างด้าวและอื่น ๆ นานาที่จะส่งผลกระทบนะครับ ท่านประธานครับ ท่านลอง จินตนาการดู สถานการณ์ที่ผมพูดถึงไปปัจจุบันนี้มีแรงงานกี่ท่านแล้วที่ต้องตกงาน เพราะสถานการณ์ที่ผมเพิ่งเล่าให้ฟัง มีกี่สายงาน สายอาชีพที่เราเคยมองว่ามันเป็นอาชีพ ที่มั่นคงและยั่งยืนที่ทุกวันนี้สั่นคลอนเพราะการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เราตามไม่ทัน แล้วห้ามไม่ได้ พนักงานธนาคาร ไม่ต้องพูดถึงแรงงานตาม Chain การผลิตเลย หมอก็ได้ครับ ทุกวันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าในอนาคตอันใกล้หรือไกลแค่ไหนที่จะมีเทคโนโลยี และ AI สามารถ มาทดแทนการผ่าตัดในทุกกระบวนการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าการที่มีหมอผ่าตัด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพูดไปนั้นเป็นเพียงสถานการณ์โลกปัจจุบันที่เรากำลังเผชิญอยู่ และหลาย ๆ ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ที่เปลี่ยนไม่ทันกาลเวลา ทั้งหมดที่ผมพูดไปนั้นยังไม่ได้แม้แต่พูดถึง ผลกระทบของร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ พ.ร.บ. ที่เราเสนอในวันนี้ ยังไม่ได้เอาเข้าไปใส่ในสมการเลย แน่นอนครับ ทุก ๆ ฉบับส่งผลกระทบในเชิงของการเพิ่มคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกฉบับ และทุก ๆ ฉบับส่งผลกระทบในเชิงของการเพิ่มภาระให้กับนายจ้าง แต่ท่านประธานครับ ผมได้ยินเพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านพูดไม่ว่าผ่าน Social Media ส่วนตัวของตัวเอง หรือว่า อภิปรายในวันนี้ บางท่านพูดว่าใครก็ตามที่โหวตไม่เห็นด้วยกับหนึ่งใน พ.ร.บ. ที่ถูกเสนอ ในวันนี้เท่ากับว่าไม่เห็นถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและแรงงาน เท่ากับว่าคุณเอาใจ และอวยนายทุน บางท่านพูดว่าเพื่อนสมาชิกผม ๓ คนพูดกันไม่แน่ใจว่าอภิปรายร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองนายจ้างหรือแรงงาน ท่านประธานครับ ผมเคารพความคิดของทุกท่าน แต่ผมขอ อนุญาตเห็นต่างครับ เพราะผมเชื่อเหลือเกินครับ ทุก ๆ บริษัทไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ในปัจจุบันหากเขามีกำลัง ถ้าไม่ได้เริ่มทำไปแล้วตอนนี้มันอยู่ใน Pipeline ของเขาหมด ที่จะเปลี่ยนจากการใช้แรงงานที่เป็นมนุษย์ไปสู่การใช้เทคโนโลยีและ AI ทำไมครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตรบกวนเวลาอีกสักนิดเดียวครับ วันนี้เราต้องยอมรับว่า ประสิทธิภาพในการทำงานของมนุษย์มีปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด สุขภาพ แค่ผมทะเลาะกับแฟน ผมไม่มีสมาธิทำงานแล้ว วันถัดไป แต่ผมยังโสดอยู่นะครับ ในโลกทุกวันนี้ที่โรคซึมเศร้า และโรค Insomnia การนอน ไม่หลับแทบจะเป็นเรื่องปกติของสังคมทั่วโลก แค่นอนไม่หลับเราก็ทำงานได้ไม่มี ประสิทธิภาพเท่าแล้วครับ แล้วทำไมละครับท่านประธาน ทำไมนายจ้างหรือเจ้าของกิจการ ต่าง ๆ ที่เขามีศักยภาพ มีกำลังที่จะเปลี่ยนให้เท่าทันโลกเขาจะไม่ทำ เรื่องพวกนี้ล้วนเป็น สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วมันจะเกิดขึ้นอยู่แล้วครับ ผมเพียงอยากจะเสนอเป็นข้อคิดให้ ทุกท่านที่รับฟังอยู่ในวันนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นว่า ทุก ๆ ร่างจะเร่งเรื่อง Disruption ที่เรายัง ไม่พร้อมจะรับมือ แต่ ณ เวลาเดียวกันผมก็เชื่อว่าทุกคนเล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็น ที่จะเพิ่มคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงาน อยากให้ทุกท่านพิจารณาให้ดีว่าอะไรที่มันจะส่งผล กระทบในแบบที่เรารับได้และเป็นประโยชน์

ท่านประธาน สุดท้ายแล้วครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงแม้ผมจะพูดในหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง อยากจะบอกว่าผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่เสนอร่าง พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็น ในอดีต ในปัจจุบัน หรือในอนาคตข้างหน้าล้วนทำด้วยเจตนาที่ดี และล้วนทำด้วยความตั้งใจ และความต้องการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ โดยตรงจาก พ.ร.บ. นั้น ๆ แต่ในวันที่เรารับตำแหน่งแล้วมาอยู่ในสภาแห่งนี้ และเรามีสิทธิ ที่จะยกมือโหวตเปรียบเทียบเสมือนมีสิทธิที่จะกำหนดทิศทางของประเทศชาติในฐานะ ฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่สามารถที่จะมองแค่เพียงมุมใดมุมหนึ่งได้อีกต่อไปครับท่านประธาน เราต้องตระหนักและรู้ซึ้งถึงว่าการที่เรามาอยู่ตรงนี้ได้นั้นเพราะว่าความเชื่อมั่น ความศรัทธา ของพี่น้องประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่ม และทุกสายงาน ท่านประธานครับ ผมไม่อยาก ให้ทุกท่านเข้าใจผิด พวกผมเห็นด้วยกับความเท่าเทียม แต่มันต้องมาพร้อมกับความยุติธรรม ความเหมาะสม และมองให้ครบทุกมิติ และพวกผมเห็นด้วยและคิดว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็น อย่างยิ่งที่เราต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่มันต้องอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคงและความยั่งยืน ครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ