สหัสวัต คุ้มคง หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน โดยเรียกร้องให้พิจารณาคุ้มครองแรงงานทุกคน ไม่ใช่แค่แรงงานในภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น และเสนอแนวทางในการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน รวมถึงการปฏิรูปกฎหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสังคมให้มีการทำธุรกิจที่เป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ผมขอ มีส่วนร่วมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทั้ง ๓ ฉบับที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิก ท่านประธานครับ ขอเริ่มอย่างนี้ครับ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ทุกคนคือผู้ใช้แรงงาน ผมอยากจะย้ำคำนี้อีกสักครั้งครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าสมาชิกทุกท่านที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ถ้าหากไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการทุกคนก็เป็นแรงงานมาก่อนทั้งนั้นครับ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หมอ ครู อาจารย์ พนักงานแบงก์ Freelance พนักงานในภาคบริการ ทุกอาชีพ คือแรงงาน สิ่งที่พวกเราพรรคก้าวไกลทำในวันนี้คือเราอยากจะย้ำว่ากฎหมายคุ้มครอง แรงงานฉบับนี้ต้องคุ้มครองทุกคนครับ ไม่ใช่แค่แรงงานในภาคอุตสาหกรรม แต่คือทุกคน จะต้องรับความคุ้มครองตามกฎหมายฉบับนี้ พนักงานราชการต่าง ๆ เช่น แม่บ้านในรัฐสภา แห่งนี้ที่ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานเหมือนที่ท่านวรรณวิภาได้พูด กฎหมาย ฉบับนี้ก็จะให้เขาได้รับความคุ้มครองครับ กฎหมายฉบับนี้พวกเราพรรคก้าวไกลตั้งใจให้นี่คือ การปกป้องคนทำงาน เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่สุดที่คนทำงานทุกคนควรจะได้ เป็นการคุ้มครอง ขั้นต่ำที่สุดที่คนทำงานพึงได้รับ นี่ไม่ใช่การเรียกร้องอะไรที่เกินเลย นี่คือบรรทัดฐานที่เรา อยากจะสร้างให้กับคนทำงานทุกคนครับ ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต พวกเราใช้คำนี้ในการประชาสัมพันธ์ครับ เราถูกค่อนขอดว่าวิธีคิด แบบนี้เป็นวิธีการคิดของคนขี้เกียจ คนที่ไม่รู้จักขยัน ประหยัด อดออม แต่ท่านครับ วิธีคิด แบบนี้ไม่ใช่วิธีคิดที่ใหม่เลยครับ หลายคนที่ทำงานด้านแรงงานคงเคยได้ยินคำว่า ๘-๘-๘ คือทำงาน ๘ ชั่วโมง พักผ่อน ๘ ชั่วโมง แล้วก็ใช้ชีวิตไปศึกษาหาความรู้ใด ๆ อีก ๘ ชั่วโมง ๘-๘-๘ นี้มันมีมาเป็นร้อย ๆ ปีแล้วครับ นี่ไม่ใช่ความคิดใหม่เลยครับ การทำงานหนัก เป็นเรื่องที่ถ้าเราอยากจะสร้างฐานะ อยากจะมีความมั่นคง มันก็ควรเป็นทางเลือกครับ ไม่ใช่ ข้ออ้างในการกดขี่แรงงานครับ แล้วถ้าทำงานหนักแล้วรวยป่านนี้แรงงานแบกหาม แรงงาน ในภาคประมงก็คงเป็นมหาเศรษฐีกันไปหมดแล้ว อย่าเอาการทำงานหนักมาเป็นข้ออ้างให้ คนไม่เติบโต ผมเคยพูดหลายครั้งแล้วที่สภาแห่งนี้ว่าถ้าคนไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ใช้ชีวิตจะเอา เวลาที่ไหนไปพัฒนาฝีมือแรงงาน ไปพัฒนาให้ตัวเองมีรายได้เพิ่มครับ ผมอยากจะใช้เวลา ตรงนี้ตอบข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ตั้งข้อสังเกตหรือมีข้อกังวลเข้ามา ไม่ว่า จะเป็นเรื่องการลงทุนจากต่างประเทศ ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล หลายต่อหลายคน ก็ชอบเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นตลอด เวลาจะมีการแก้ไขกฎหมายให้ชีวิตแรงงานดีขึ้นก็จะมี คนมาบอกว่าเดี๋ยวจะย้ายฐานการผลิต เขาจะไปประเทศอื่น ต่างชาติไม่มาลงทุน ผมขอเรียน อย่างนี้ครับ ประเทศที่เจริญแล้วเช่นกลุ่มประเทศในยุโรปเขาให้ความสนใจเรื่องสิทธิแรงงาน ไม่ได้มีปัญหาเลยกับการลงทุนในประเทศที่กฎหมายแรงงานดี ไม่ได้มีปัญหาเลย จะมีปัญหา กับประเทศที่พร้อมจะกดขี่แรงงานแค่นั้นเลยครับ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีกำลังจะทำ และทำได้โอเคแล้วคือการพยายามเป็น Salesman ชวนต่างชาติมาลงทุน ผมก็จะเสนอ ให้ท่านไปชวนประเทศที่เขามีธรรมาภิบาลแบบนี้ให้มาลงทุนมากขึ้นครับ ประเทศที่มันกดขี่ คนงาน คนทำงานของเราก็ไม่ต้องไปชวนมาก็ได้ครับ และที่สำคัญคือการพัฒนาฝีมือแรงงาน ต้องทำควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้แรงงานของเราพร้อมที่จะทำงานให้กับบริษัทชั้นนำ รวมไปถึง แก้ระบบกฎหมายต่าง ๆ ให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่เลือกมาบล็อกกฎหมาย ฉบับนี้ครับ
อีกประเด็นคือเรื่อง SMEs เรื่องนี้ก็เป็นเกราะป้องกันชั้นดีของนายทุน ขนาดใหญ่เวลาที่จะมีการเรียกร้องค่าแรงหรือเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของแรงงาน ก็จะมี นายทุน มี สส. บางคนหลบมุดหัวอยู่หลัง SMEs เอา SMEs เป็นเกราะกำบัง แล้วบอกว่า ทำไม่ได้ เพราะ SMEs จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น ข้าวของก็แพงขึ้น ผมไม่ปฏิเสธว่าต้นทุนแรงงาน ของ SMEs สูงขึ้นจริง แต่ผมถามกลับครับ พวกที่อ้าง SMEs นักหนา เคยไปช่วยเหลือเขา จริง ๆ จัง ๆ กันไหมครับ เคยมีการต่อแขนต่อขาให้ SMEs เติบโตไหมครับ มีมาตรการใด ที่ช่วยเหลือหรือลดต้นทุนด้านอื่นให้เขาไหม ค่าไฟก็แพง วัตถุดิบก็แพง ตัวอย่างที่หลายคน พูดคือร้านก๋วยเตี๋ยวครับ ชอบบอกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ จะอยู่อย่างไร แล้วต้นทุนในการทำ ธุรกิจมีแค่ต้นทุนแรงงานหรือครับ ราคาแก๊ส ค่าไฟ ราคาหมู ลูกชิ้น พวกนี้เคยคุมราคาไหม แล้วใครเป็นคนขายวัตถุดิบเหล่านี้ให้ SMEs ทุนใหญ่ทั้งนั้นครับ เวลาจะขึ้นราคาหมู ราคา ลูกชิ้นก็แอบ ๆ ขึ้น ไม่เห็นมาถามพ่อค้าแม่ค้าเลย พอจะขึ้นค่าแรงกลับมาพูดว่าแล้วถาม คนเหล่านี้แล้วหรือยัง น่ารังเกียจครับ ต้นทุนอื่นในการทำธุรกิจไม่เคยมีการคุมราคา แต่จะมา คุ้มกับค่าจ้าง วันลา แบบนี้จะอยู่กันอย่างไร มากกว่านั้นเราไปดูประเทศที่ SMEs เข้มแข็ง ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น ยุโรปก็ได้ครับ เอาใกล้เคียงเราเลยครับ มาเลเซียกับอินโดนีเซียครับ ค่าแรงเขาสูงกว่าเรา สิทธิแรงงานสูงกว่าเรา แต่เขาก็มีธุรกิจที่เป็น Unicorn ไปหลายบริษัท แล้วครับ ถ้าวันนี้เรายังไม่ต่อแขนต่อขาให้มีมาตรการช่วยเหลือ SMEs แบบนี้พัฒนาไม่ได้ คุมราคาสินค้าไม่ได้คุมร้านสะดวกซื้อยังไม่ได้เลยครับ ตอนจะขึ้นราคาสินค้าไม่ถามผู้บริโภค แต่พอขึ้นค่าแรงต้องถามนายทุน พอครับ เลิกหลบอยู่หลัง SMEs นะครับ แล้วนายทุนใหญ่ เหล่านี้ที่กินรวบ เตะตัดแขนตัดขา SMEs ไม่ให้โต พอ SMEs ขายของดีก็ไป Copy สินค้า SMEs ไปขึ้น Shelf นี่มันแย่มาก เลิกสร้างความกลัวให้กับประชาชนครับ เพราะสิ่งเดียว ที่ท่านกลัวคือกลัวจะเสียผลประโยชน์ กลัวนายทุนจะเสียประโยชน์ใช่ไหมครับ ถ้าท่าน อยากจะสนับสนุน SMEs จริง เรื่องที่จำเป็นต้องทำก็คือการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้ แข็งแรง เลิกอุ้มทุนใหญ่ออกมาตรการที่คนได้ประโยชน์มากที่สุดคือนายทุนใหญ่ได้แล้ว แล้วปรับ โครงสร้างประเทศ SMEs สามารถแบ่ง Market Share จากนายทุนได้ ขณะเดียวกันก็เลิก มุดหัวหลบอยู่หลัง SMEs กดหัวแรงงานไม่ลืมตาอ้าปาก ทำกับแรงงานเหมือนเป็นบอนไซ ไม่ให้ตายแต่ก็ไม่ให้โตแบบนี้ครับ
ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดคือเรื่องของความสมดุลของตลาดแรงงาน ของประเทศไทย ข้อกล่าวหาหนึ่งที่พูดถึงพรรคก้าวไกลเสมอคือข้อกล่าวหาที่ว่าดื้อรั้น เอาแต่ผลักดันร่างกฎหมายที่ได้ความนิยมแต่ส่งผลเสีย ผมขอโทษนะครับ ผมก็นั่งไล่ List ประเด็นที่มีแต่ละท่านโจมตีร่างของท่านเซีย จำปาทอง มีอยู่ประมาณนี้ครับ บางท่านบอกว่า สิทธิต้องไม่ละเมิดกัน ลูกจ้างเรียกร้อง อย่าละเมิดนายจ้าง ท่านประธานครับ สิทธิในการ สร้างกำไรไม่สามารถอยู่เหนือสิทธิในการดำรงชีพครับ กฎหมายฉบับนี้รับรองสิทธิในการ ดำรงชีพความเป็นมนุษย์ สิทธิที่ได้ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต เรื่องที่บอกว่าถึงเวลา ผู้ประกอบการแบกความเสี่ยงอยู่แค่คนเดียว แรงงานไม่ได้เสี่ยงกับผู้ประกอบการ ท่านครับ ผู้ประกอบการจำนวนมากครับ ความเสี่ยงก็แค่เจ๊งครับ แต่ผู้ใช้แรงงานความเสี่ยงหลังจาก บริษัทเจ๊งคือไม่มีจะกิน ความเสี่ยงคนละเรื่อง ประเด็นของผลิตภาพแรงงานผมอยากจะเรียน อย่างนี้ครับ ตัวเลขที่เพื่อนสมาชิกเอามาบอกว่าผลิตภาพแรงงานไทยนั้นต่ำ ผมถามอย่างนี้ แล้วที่ผลิตภาพแรงงานไทยต่ำเพราะอะไร ผมพูดเรื่องนี้ในสภาแห่งนี้หลายครั้งว่าผลิตภาพ แรงงานนั้นแปรผกผันกับชั่วโมงการทำงาน ทุกวันนี้กฎหมายเราทำงาน ๔๘ ชั่วโมง หรือ ๖ วันต่อสัปดาห์ วันละ ๘ ชั่วโมง แต่โดยความเป็นจริงพี่น้องแรงงานเราทำงานเกินกว่า ๑๒ ชั่วโมงครับ คนเราบางคนทำงานไม่ได้พักผ่อน แล้วใครมันจะทำงานได้มีประสิทธิภาพ อ้างตัวเลขเดียวมาว่าต่ำ แต่ท่านได้ดูรายงาน ดูงานวิจัยจำนวนมากที่เพื่อนสมาชิก พรรคก้าวไกลนำมายืนยันไหมว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลดเวลาทำงานเพื่อเพิ่มผลิตภาพ แรงงานครับ ทำงานเน้นผลลัพธ์ ไม่ใช่ลากยาวให้ตัวเองเหนื่อยล้าจนไม่สามารถทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วพอพูดเรื่องประสิทธิภาพแรงงานวันลาท่านก็มาโยงเรื่องใช้ เครื่องจักรมาแทน กลัวจะมีเครื่องจักรมาแทนมนุษย์ ก็ไม่มีเวลาไปพักผ่อน พัฒนาฝีมือ มันจะพัฒนาอย่างไรครับ ทำงานวันละ ๑๒ ชั่วโมง หยุดสัปดาห์ละ ๑ วัน กวาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน หมดแล้วครับ พัฒนาอย่างไรครับ พวกท่านนั่นเองที่กำลังสกัดการลงทุนเพราะไม่ยอม ให้มีการพัฒนามนุษย์ ให้คนอยากมาลงทุนในประเทศไทย เพราะประเทศเราจะได้มี ความพร้อมด้านแรงงาน มีแรงงานที่มีทักษะฝีมือเพิ่มขึ้น หลายท่านบอกว่าลาเป็นเวลา ๑๕ วันทำให้นายจ้างเสียประโยชน์ ผมถามอย่างนี้ครับ ถ้าพ่อแม่ท่านป่วยท่านมีกำลังใจ ทำงานไหม แรงงานไม่ได้มีเงินไปจ้างคนดูแลนะครับ
อีกประเด็นครับ ที่เราบอกว่ากฎหมายไม่คำนึงถึงความเป็นจริง หวังแค่ กระแส ไม่ฟังเสียงเอกชน คำถามผมคือเอกชนของท่านคือใคร เอกชนของประเทศนี้คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างนั้นหรือ แรงงาน ไม่ใช่เอกชนหรือครับ ที่ท่านยกมามีแต่เรื่องนายจ้างคัดค้าน ลองหาข่าวที่แรงงานสนับสนุน ดูบ้างไหมว่ามีมากแค่ไหน ผมยืนยันว่าท่านผู้เสนอร่างและพรรคก้าวไกลไม่ได้ทำกฎหมาย เพียงเพราะต้องการกระแส แต่การทำกฎหมายของเราทำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน ทุกคน ไม่ใช่แค่ยกระดับชีวิตในระดับปัจเจก แต่เป็นการยกระดับสังคมทั้งสังคมให้มีการทำ ธุรกิจที่เป็นธรรม ดึงนักลงทุนที่มีธรรมาภิบาลเข้ามา ไม่ใช่เอานายทุนหน้าเลือดมาขูดรีด คนของเราภายใต้หน้าฉากว่ากำลังพัฒนาเศรษฐกิจ เราทุกคนที่นี่ต้องการสังคมแบบนั้นไม่ใช่ หรือครับ ถ้าเราอยากยกระดับสังคมเราต้องเริ่มจากยกระดับกฎหมาย ยกระดับจิตใจ ทำให้ เรื่องเหล่านี้เป็นปกติมันก็จะปกติเอง ทุกประเทศก็เป็นแบบนี้ เราจะต้องแข่งเรื่องค่าแรง อีกนานแค่ไหน ค่าแรงถูกคนถึงจะมาลงทุนหรือครับ เราแข่งแบบนี้มา ๔๐ ปีแล้ว แรงงาน จะต้องเสียสละอีกนานแค่ไหน ทุกวันที่ ๑ พฤษภาคมถึงเวลาก็มาเชิดชูแรงงานกัน จะเชิดชู ทำไมครับ ถ้าเราเอาชีวิตแรงงานมาบูชายัญให้นายทุนสุขสบาย เราขอให้แรงงานเสียสละ มาตลอด ทุกวันนี้นายทุนและประเทศนี้