มานพ ยันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองลูกจ้างเหมา เปลี่ยนสถานะเป็นประกันสังคม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

มานพ คีรีภูวดล สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองลูกจ้างเหมาในราชการ โดยเฉพาะกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนสถานะจากประกันหมู่เป็นระบบประกันสังคมเพื่อให้ได้รับสิทธิและสวัสดิการที่เท่าเทียม พร้อมทั้งหารือปัญหาการละเลยสิทธิของพนักงานราชการและลูกจ้างเหมา พร้อมเสนอแนวทางยกระดับสถานะเพื่อให้มีศักดิ์ศรีเท่าเทียม

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ บุคลากรของราชการก็จะมีหลายประเภท เป็นข้าราชการ เป็นพนักงานราชการ เป็นลูกจ้างตามภารกิจ แล้วก็จ้างเหมา ร่าง พ.ร.บ. ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอในสภาวันนี้ทั้งของพรรคก้าวไกลแล้วก็ทางพรรคภูมิใจไทยผมคิดว่า ตรงประเด็นกับลูกจ้างที่เราเรียกว่าจ้างเหมา ประเด็นสำคัญอย่างนี้ครับ กฎหมายเดิมกรณี ที่เป็นลูกจ้างเหมาไม่ได้อยู่ในระบบที่เป็นลูกจ้างของรัฐ ผมเคยเป็นลูกจ้างเหมา ไม่มี ประกันสังคมครับ ที่สำคัญท่านประธานทราบไหมครับว่าเวลางบประมาณจะออกมา ผมไม่รู้ว่าเขาเอางบที่ไหน เขาบอกว่าของพวกคุณเงินเดือนยังไม่เข้านะ เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมนี้ ตกเบิกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็คือนอกจาก จะไม่มีสวัสดิการแล้วจะเป็นกลุ่มที่ได้รับเงินเดือนช้ากว่าคนอื่นอย่างน้อย ๓ เดือน อันนี้คือ เป็นจำนวนข้าราชการ บุคลากรในราชการจำนวนไม่น้อยเลยครับ ผมไปเจอกับเพื่อน ๆ ที่เป็นลูกจ้างเหมาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชและกรมป่าไม้ ที่เราเห็นอยู่ ในพื้นที่อุทยานก็ดี ที่ใส่ชุดลายพราง จำนวนไม่น้อยเป็นลูกจ้างเหมาครับ การจ้างเหมา เราลองนึกภาพครับ สวัสดิการที่ปกติที่ราชการเขามีอยู่แล้ว เช่น พนักงานราชการเขาจะมี ประกันสังคม แต่กลุ่มนี้เขาไม่มี และทุกคนก็ต้องการว่าป่าของประเทศนี้ต้องสมบูรณ์ ฝากผี ฝากไข้ ฝากความหวังไว้กับลูกจ้างจ้างเหมา ผมคิดว่ามันไม่มีความเป็นธรรมกับบุคลากรของ ราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดาร แล้วก็อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะ การดูแลป่า ลูกจ้างโดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมไปเจอ ท่านประธานครับ บางทีเขาต้องนอนในป่า เขาต้องไปตรวจป่า เขาต้องไปเจอกับประชาชน เขาก็มีกิจกรรมตลอดนะครับ สิ่งที่เราพบว่าความจำเป็นที่กฎหมายจะต้องคุ้มครอง จะต้อง ทำให้นายจ้างก็คือกรม กระทรวงต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบชีวิตของพวกเขา บางคนอาจจะสอบ เข้าราชการได้ บางคนอาจจะไต่เต้ามาเป็นพนักงานราชการก็ว่ากันไป แต่มีจำนวนไม่น้อย ที่เราเรียกว่าจ้างเหมา จะเป็นปัญหาในแง่ของประสิทธิภาพในการทำงาน จะเป็นปัญหาในแง่ ของกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานในบุคลากรภาครัฐประเภทนี้ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผม อยากจะนำเรียนท่านประธานว่าหากว่ากฎหมายฉบับนี้ อันเดิมที่ไม่ได้คุ้มครอง ไม่ได้คุ้มครอง ว่าบุคลากรของรัฐที่เราเรียกว่าลูกจ้างเหมานี้ไม่ได้อยู่ในการคุ้มครอง กฎหมายฉบับนี้ที่กำลัง แก้กันนี้ ที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่จะปกป้องลูกจ้างที่ระดับล่างที่สุดของ กระบวนการของราชการ เขาจะได้มีสิทธิ เขาจะได้มีโอกาส เขาจะได้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ที่กฎหมายแรงงานคุ้มครอง นายจ้างที่เป็นรัฐ ไม่ว่าจะเป็นระดับหัวหน้าอุทยาน หัวหน้าส่วน หัวหน้าสำนัก รวมถึงอธิบดีหรือปลัดกระทรวงเขาสามารถที่จะดำเนินการภายใต้กฎหมาย ตัวนี้ได้ครับ ท่านประธานลองนึกภาพนะครับ มีบุคลากรจ้างเหมาในประเทศ ผมไม่ทราบ จำนวนที่ชัดเจน แต่ที่ผมเจอนี้ครับ โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้มีจำนวนไม่น้อย เขาจะต้องพิทักษ์ป่าให้พวกเรา สิ่งที่ผมคิดว่าเขาควรจะได้รับสิทธิในแง่ของแรงงานในระบบ ของราชการตรงนี้ อย่างน้อยที่สุดคือเขาต้องมีประกันสังคมครับ ผมเคยไปสอบถามผู้บริหาร ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ของกรมป่าไม้ ผมบอกว่าถ้าเขาทำงานแล้วก็ เกิดอุบัติเหตุ ทำงานแล้วไม่สามารถที่จะทำงานต่อได้จะทำอย่างไร เขาบอกว่าต้องแก้ปัญหา ไปทีละอุทยาน ต้องแก้ปัญหาไปทีละหน่วยงาน ผมถามว่าทำอย่างไรครับ เขาบอกว่าต้องซื้อ ประกันหมู่ หมายความว่าลูกจ้างที่เป็นจ้างเหมาในหน่วยงาน ในองค์กรของตัวเองจะต้อง ออกเงิน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเอาเงินมาจากไหน ต้องเก็บจากลูกจ้างเหมาหรือเปล่า หรือมี งบประมาณที่อื่นมาให้ ซื้อประกันหมู่รายปีครับท่านประธาน ประกันหมู่รายปีผมไม่แน่ใจว่า คุ้มครองอย่างไร อันนี้คือเป็นการแก้ปัญหาของผู้บริหารระดับพื้นที่ เราไม่อยากจะเห็นสภาพ ของคนทำงานในระบบราชการที่เราเรียกว่าลูกจ้างเหมาจะต้องรับสภาพแบบนี้ครับ ความพยายามของคนเหล่านี้ในฐานะผู้บริหารก็คือว่าสวัสดิการ ก็คือใช้สวัสดิการของ กองทุนอุทยานบ้าง กองทุนสำนักงานบ้าง เราไม่อยากเห็นสภาพของคนทำงานในบุคลากร ข้าราชการที่เป็นคนระดับล่างเจอกับสภาพแบบนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒-๓ ท่านได้นำเสนออย่างเต็มที่ เพราะว่านิยามความหมายคำว่า ลูกจ้าง ในที่นี้ คือหมายถึงว่าลูกจ้างทุกประเภท มันจะไม่มียกเว้น มันจะต้องไม่มีชนชั้นว่าด้วยเรื่องของ แรงงาน กฎหมายฉบับจะทำหน้าที่ในการคลี่คลายความเป็นลูกจ้าง ความเป็นคน ความเป็น บุคลากรในราชการที่เขากำลังทำหน้าที่ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าในรัฐสภาของพวกเรามีประเภท ลูกจ้างของราชการประเภทจ้างเหมาหรือไม่ เท่าที่ผมจำไม่ผิดท่าน สส. ธีรัจชัยเคยอภิปราย กรณีแม่บ้านที่นี่ไม่ได้รับสิทธิเหมือนกับบุคลากรคนอื่นเหมือนกัน ผมไม่แน่ใจว่าตรงนี้ เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

สุดท้ายครับ เจ้าหน้าที่บุคลากรของราชการที่เราเรียกว่า ลูกจ้างเหมา ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ทุกกรม มีจำนวนไม่น้อย เราได้ละเลย ทิ้งเขา ไม่ให้ความสำคัญเขา นานมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็คือว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมคิดว่าท่านเป็น สส. เขต ท่านอยู่ในพื้นที่ท่านก็จะทราบปัญหาเรื่องนี้ หน้าที่ของเราก็คือแก้ปัญหาที่มันมีปัญหา ทำปัญหาที่มันอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมาบนโต๊ะ ทำความผิดให้มันถูก วันนี้เรากำลังจะทำหน้าที่ ที่ยิ่งใหญ่ วันนี้เราจะทำหน้าที่ให้ข้าราชการที่เราเรียกว่า ลูกจ้างเหมา พนักงานราชการตรงนี้ เขาจะได้มีพื้นที่ มีสิทธิมีเสียง เข้าถึงหลักประกันชีวิต ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ไม่มีอะไรครับ ทั้งหมดนี้เพื่อให้คนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน