ภัณฑิล น่วมเจิม อภิปรายประเด็นความมั่นคงของแรงงาน โดยเรียกร้องให้ปรับระบบจ้างงานจากแบบรายวันเป็นรายเดือนเพื่อความมั่นคงทั้งลูกจ้างและนายจ้าง พร้อมเสนอให้ขยายระยะเวลาการลาคลอดและสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานให้ทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน เน้นสิทธิในการรวมตัวและแสดงออกทางการเมืองอย่างปลอดภัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างยั่งยืน
ท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา เขตคลองเตย ก็ขอร่วม อภิปรายในวาระนี้ด้วยนะครับ ปัจจุบันแรงงานในประเทศไทยจำนวนมากไม่มีความมั่นคง เวลาเราพูดถึงคำว่า แรงงาน หลายคนอาจจะนึกถึงแต่ผู้ที่ทำงานในโรงงานหรือผู้ที่ทำงาน แบบหาเช้ากินค่ำ แต่ในความเป็นจริงแล้วคนทำงานทุกคนคือแรงงาน พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงานจึงมุ่งหวังที่จะคุ้มครองให้ความมั่นคงกับคนทำงานทุกคน รวมไปถึงพนักงานบริษัท หรือ Freelance แรงงานอิสระ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานจะสร้างความมั่นคงต่อแรงงาน ได้อย่างไร ตัวอย่างนะครับ คือมันมีมายาคติมากเลยจากนายจ้าง ผมเองก็ขออภิปราย ในฐานะผู้บริหารอดีตนายจ้างว่าระบบรายวันมันจะช่วยลดต้นทุน มันทำให้นายจ้างได้เปรียบ แต่จริง ๆ แล้วผมผ่านมาแล้วว่าระบบลูกจ้างแบบรายวัน มันไม่มีประสิทธิภาพ มันไม่มี ประสิทธิผลครับ เพราะคนเขาทำงานเขาหวังความมั่นคง ถ้าเผื่อแบบรายวันเขาก็ทำงานไป แบบวัน ๆ แล้วก็พร้อมที่จะเปลี่ยนงานได้ตลอดเวลา ผมก็เปลี่ยนเลยครับ ไม่เอาแล้วครับ ระบบรายวัน จ้างเป็นระบบรายเดือน ปรากฏ Retention Rate คือการทำงานอยู่องค์กร นานขึ้น ทำงานมีผลิตผลและมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พอกันทีครับ ยกเลิก ระบบรายวัน เราทุกคนต่างมาทำงานเพื่อหาความมั่นคง ปัจจุบันนายจ้างจำนวนมากจ้าง ลูกจ้างรายวันก็เพียงเพราะไม่ต้องการให้สิทธิวันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี แม้กระทั่งลาป่วย คือลาแล้วก็หักครับ แต่การยกเลิกระบบรายวันทำให้ลูกจ้างได้รับค่าใช้จ่าย เป็นรายเดือน ได้รับสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างก็จะได้รับความมั่นคงในชีวิต เมื่อลูกจ้างมั่นคง องค์กรหรือนายจ้างก็จะได้รับความมั่นคงเช่นกัน เพราะลูกจ้างก็อยาก ทำงานให้ต่อไป จุดนี้จะสร้างประโยชน์ให้ทุกฝ่าย ท่านดูประเทศที่เจริญแล้วสิครับ ดูองค์กร ระดับชั้นนำของโลกสิครับ มีแต่ระบบสวัสดิการดี ๆ ทั้งนั้น ผมยกอีกตัวอย่างหนึ่ง ลูกจ้าง ชั่วคราวอัตราจ้าง กทม. เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดที่กวาดถนนอยู่ต้องใช้เวลา อย่างน้อย ๗-๘ ปีกว่าจะบรรจุ ก็เห็นได้ชัดเลยเขาทำงานเพื่อจะอยากได้สวัสดิการอย่าง เต็มเม็ดเต็มหน่วยในบั้นปลายชีวิต
เรื่องต่อมา ลาคลอดจากปัจจุบัน ๓ เดือน ๙๘ วัน ขยายเป็นร้อยละ ๑๘๐ วัน ผมในฐานะที่เป็นสามี เป็นพ่อผ่านมาก่อน ลูก ๒ คน ผมเคยทำงานในบริษัทข้ามชาติเขาก็ใจดี ให้ ๒ อาทิตย์ ให้ตัวสามี ให้พ่อได้ ๒ อาทิตย์ ภรรยาผมบ่นมากเลยครับ ใครจะมาช่วยดูแล เลี้ยงลูก แล้ว ๓ เดือนก็ต้องกลับไปทำงาน ก็ต้องทิ้งไว้ให้คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายเลี้ยงลูก ลูกที่เล็กนี้สำคัญมาก ๆ ที่เราจะต้องดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ในประเทศที่เจริญแล้ว ๑-๒ ปี ที่เขาให้สิทธิทั้งสามีหรือคุณพ่อแบ่งเบาภาระของภรรยา ของคุณแม่ในการเลี้ยงดูลูกที่เพิ่ง เกิดมา ถ้ากฎหมายไม่ช่วยตรงนี้มันก็ไม่ยุติธรรมกับทั้งพ่อ แม่ และลูก
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะอภิปรายคือ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเสนอให้ ลูกจ้างไม่ควรทำงานเกิน ๘ ชั่วโมงต่อวัน หรือ ๖ วันต่อสัปดาห์ การให้ลูกจ้างทำงาน ติดต่อกันเป็นเวลานานมากกว่า ๑ กะติดต่อ เขาเรียกควงกะ ควบกะ มันไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลร้ายต่อตัวลูกจ้างเอง เสียสุขภาพทั้งกายและใจ องค์กรผู้ว่าจ้างที่ได้งานที่ไม่มี ประสิทธิภาพ ผมจึงเห็นด้วยให้ลูกจ้างไม่ควรทำงานเกิน ๘ ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้เกิดประโยชน์ กับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ผมก็เป็นนายจ้างมาก่อน จ้าง รปภ. มีการ ควงกะทำงาน ๑๐ ชั่วโมง ๑๒ ชั่วโมง พอไปตรวจดูก็ไปนอนอยู่ในป้อมยามครับ มันไม่มี ประโยชน์อะไรที่จะไปบังคับให้เขาทำงานเกินที่ร่างกายเขาจะสามารถทำได้ครับ ไม่ Work หรอกครับ เชื่อผมสิครับ ผมลองมาหมดแล้วในฐานะนายจ้าง สุดท้ายก็ไม่มีประสิทธิภาพ ขโมยก็มาอยู่ดี พนักงานรักษาความปลอดภัยก็ไปหลับอยู่ในป้อมยามเมื่อไปบังคับให้เขา ทำงานเกินเวลาที่เขาสามารถทำได้ ต่อมาลูกจ้างต้องมีสิทธิในการรวมตัวแสดงออก ทางการเมือง ไม่ใช่องค์กรสั่งห้ามไปม็อบเพราะทุกคนย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นสิทธิที่สากลรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ในประเทศไทยมีข่าวมาโดยตลอดว่าลูกจ้างถูกไล่ออกเพราะไปม็อบเพราะแสดง ความคิดเห็นทางการเมืองต่างจากนายจ้าง ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก อย่างชัดเจน มันคนละเรื่องกันครับ เขาอยู่ในที่ทำงานคุณจะว่าอย่างไร แต่เขาออกมา ข้างนอกมันก็สิทธิของเขา กฎหมายจึงควรคุ้มครองลูกจ้างในจุดนี้เพื่อสังคมที่ทุกคนสามารถ มีเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดได้อย่างอิสระ
สุดท้ายนี้ เพื่อให้คนทำงานทุกคนได้รับความมั่นคงในชีวิต ได้รับสิทธิต่าง ๆ อย่างที่สมควรได้รับตามที่กล่าวไป ประเทศไทยจึงควรมีร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้ เพื่อปรับปรุง เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนทำงานทุกคน เพื่อความมั่นคง เพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงาน นายจ้างก็ได้ประโยชน์จากตรงนี้เช่นเดียวกัน ด้วยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมเชื่อว่า ชีวิตของแรงงาน ของลูกจ้าง ของคนทำงานทุกคนในประเทศนี้เราจะดีขึ้นและส่งผลประโยชน์ ต่อสังคมต่อไปครับ ขอบคุณครับ