พุธิตา ชัยอนันต์ อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมาย 3

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

พุธิตา ชัยอนันต์ อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมาย 3 ฉบับเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยชี้ว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่ภาวะสูงวัย ขาดแคลนแรงงาน และเรียกร้องให้แก้ไขระบบบำนาญ สวัสดิการ และกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ล้าหลัง พร้อมยกตัวอย่างกรณีครอบครัวต้องเลิกงานเพราะลูกป่วย เพื่อโต้แย้งข้ออ้างเรื่องต้นทุนผู้ประกอบการและเสนอแนวทางคืนความเป็นมนุษย์ให้แรงงานอย่างเท่าเทียม

นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธาน ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขออภิปราย สนับสนุนหลักการของร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ โดยจะขอลงลึกรายละเอียดไปที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับของคุณเซีย จำปาทอง กับคณะ เป็นผู้เสนอค่ะ ท่านประธานคะ เราเข้าสู่สังคมสูงวัย อย่างเต็มรูปแบบแล้ว เรากำลังขาดแคลนวัยแรงงานและเด็กเกิดใหม่ นี่เป็นข้อเท็จจริง ที่ทุกท่านทราบกันดี แต่เรามีบำนาญถ้วนหน้าหรือยัง เรามีสวัสดิการถ้วนหน้าครอบคลุม ทุกช่วงวัยหรือยัง กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่มีอยู่ก็ล้าหลัง ปัญหาเหล่านี้หมุนวนกันไป เป็นวงกลมหากรัฐจะไม่เข้าไปช่วยอะไรเลย ระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย ก็จะตายกันหมด นี่คือหน้าที่ของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องช่วยกันแก้ไข ดิฉันได้ฟังเพื่อนสมาชิกฟังรัฐบาลที่ให้เหตุผลจะไม่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้ว ดิฉัน ก็งงค่ะว่าสรุปแล้วท่านคือผู้แทนของประชาชนคนไทยหรือตัวแทนของนักลงทุนต่างชาติ กันแน่ ตอนแรกอ้างว่าเป็นห่วง SMEs ผู้ประกอบการรายเล็ก พูดไปพูดมากลับเป็นห่วง นักลงทุนต่างชาติเสียอย่างนั้น บางท่านอ่านรายละเอียดแต่ละมาตราก็บอกว่าดี ชม บอกว่า อยากให้แรงงานเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ท่านกลับไม่เห็นด้วยกับการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ในวันนี้ บางท่านบอกว่าร่างฉบับนี้มีวันหยุดที่มากเกินไป ดิฉันถามค่ะ ทำงานไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีวันหยุดสัปดาห์ละ ๒ วัน นี่มันมากเกินไปหรือคะ ท่านประธานคะ วันลาพักร้อนของประเทศมาเลเซียกำหนดไว้ ๘ วันต่อปี ญี่ปุ่น ๑๐ วัน อินโดนีเซีย ๑๒ วัน แต่ไทยเราปัจจุบันมีวันลาเพียงแค่ ๖ วันต่อปี นี่น้อยนะคะ อะไรที่จะมาบอกว่ามันมาตรฐาน ท่านประธานค่ะ เมื่อคนในครอบครัวป่วยก็ควรที่จะมีสิทธิลาไปดูแลคนในครอบครัว นี่คือเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไป ดิฉันจะยกตัวอย่างให้ฟัง ดิฉันลงพื้นที่ไปคุยกับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนและพบเจอข้อเท็จจริงว่ามีอยู่ครอบครัวหนึ่งที่พวกเขาจะต้องออกจากงาน เพราะลูกที่ยังเล็กของเขาแขนหักทำให้เขาต้องลาออกจากงานกันทั้งคู่ ดังนั้นพวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าเมื่อมีกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเหล่านี้ของแรงงานแล้ว จะทำให้แรงงานของเราตกงาน การไม่มีกฎหมายที่จะมาช่วยคุ้มครองสิทธิเหล่านี้ ของพวกเขาต่างหากที่ทำให้พวกเขาตกงานและเกิดขึ้นจริงแล้วอย่างเคสที่ดิฉันได้เล่าให้ฟัง การทำงานที่หนักติดต่อกัน สิทธิลาพักผ่อนประจำปี ๑๐ วันต่อปี ปีหนึ่งมี ๓๖๕ วัน ๑๐ วันนี้มากแล้วหรือคะ สิ่งที่ร่างกฎหมายฉบับนี้เสนอไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไป ไม่ใช่เรื่อง ที่ผิดปกติเลย เรากลัว ท่านกลัวว่าจะมีหุ่นยนต์ AI มาทำงานแทนมนุษย์ ทางแก้คืออะไร ทางแก้คือเพิ่มทักษะแรงงาน เราอยากให้แรงงานของเรามีทักษะ เพิ่มศักยภาพของแรงงาน แต่เราไม่มีเวลาให้พวกเขาได้พักผ่อนเรียนรู้ เราอยากให้แรงงานไทยมีความคิดสร้างสรรค์ แต่เราไม่ได้ให้เวลาให้พวกเขาได้มีความคิดสร้างสรรค์เลย สุดท้ายแล้วดิฉันท้าเลยนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลก็จะกลายเป็นเพียงแค่นโยบายการจัด Event เท่านั้น ท่านประธาน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นที่ทุกท่านฝั่งรัฐบาลได้ให้เหตุผลมา ต้นทุน ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี้ส่งผลต่อรายได้ ของผู้ประกอบการ แต่ค่าจ้างและคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ของแรงงานไทยในตอนนี้กำลังจะตาย กันหมดแล้วค่ะ คนเรามาทำงานนี่เรามาทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ทุกคนมีภาระ ทุกคน มีหน้าที่ ทุกคนมีบทบาทอื่น นอกจากเป็นคนงานของนายจ้างหรือเครื่องจักรกลของรัฐบาล และนักลงทุน วันนี้เรามาพูดถึงการคืนชีวิตและคืนเวลา คืนความเป็นมนุษย์ให้กับแรงงาน ของพวกเรา นี่ไม่ใช่การ Take Side นะคะ บางท่านพูดออกมาว่านี่คือการ Take Side ฝั่งแรงงานไม่คำนึงถึงผู้ประกอบการเลย ไม่ใช่นะคะ เราเสนอระบบเศรษฐกิจที่แรงงานและ ผู้ประกอบการจะสามารถไปด้วยกันได้ เพราะ SMEs ที่พวกท่านกำลังอ้างกันอยู่นี้ก็จะได้ ประโยชน์กับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เช่นเดียวกันตามที่เพื่อนสมาชิกของดิฉันได้เสนอไปแล้ว หลายคน เพื่อให้มันหนักแน่นขึ้นมากกว่านี้ เมื่อเราพูดถึงความเท่าเทียมทางเพศ ท่านประธานทราบไหมคะว่าผู้หญิงไทยหลายคนต้องเผชิญกับสภาวะ Dilemma ที่จะต้อง เลือกระหว่างเป็นแม่บ้านอยู่บ้านเลี้ยงดูลูก เลี้ยงดูครอบครัว กับออกมาทำงานเพื่อมาหาเงิน เลี้ยงดูลูก แต่การทำงานนี้ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขามีเวลาที่มากพอในการเลี้ยงดูลูกอีก สุดท้ายเวลานี้คือการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับหลักการค่ะ หลักการที่ว่านี่คืออะไร หลักการที่ว่านี้คือหลักการที่จะสนับสนุนให้ยกระดับคุณภาพชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หลักการที่จะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หลักการเพื่อที่จะเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่จะต้องมาจากฐานราก ท่านเห็นด้วยหรือไม่ เท่านั้นเอง แค่นี้เองค่ะท่าน เอาให้มันชัด ๆ คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแรงงานค่ะ แต่คนเรา เกิดมาเพื่อที่จะมีชีวิตที่ดี ไม่มีหรอกค่ะกฎหมายที่ดีเกินไป มีกฎหมายที่ดีหรือไม่ดี หรือกฎหมายที่เขียนขึ้นมาเพื่อใคร เอาจริง ๆ นะคะท่านประธาน ขออีกนิดเดียวค่ะ สส. หรือรัฐมนตรีก็เป็นผู้ใช้แรงงานเหมือนกัน เว้นเสียแต่ว่าที่ผ่านมาพวกท่านไม่ได้ทำงาน กันหนักมากพอจนไม่รู้สึกว่าตัวเองก็เป็นผู้ใช้แรงงาน พวกท่านไม่มีความรู้สึกร่วมสุขร่วมทุกข์ กับประชาชนผู้ใช้แรงงาน ดังนั้นวันนี้ก็ขอให้พี่น้องประชาชนจับตาดูไว้เลยค่ะ ใครพูดอย่าง ทำอย่าง พูดอีกอย่าง โหวตอีกอย่าง ขอบคุณค่ะ