อนุสรณ์ แก้ววิเชียร อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน โดยเน้นความสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยืนยันการคุ้มครองลูกจ้างทุกประเภทไม่ขัดกฎหมายแพ่ง และเรียกร้องปรับสภาพการทำงานให้เป็นธรรมรวมถึงการลดชั่วโมงทำงานเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ท่าน โดยผมขอเริ่มอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมเริ่มจากประวัติศาสตร์แรงงานก่อน ในสมัยแรกที่ยังมีไพร่ มีทาสอยู่ แรงงาน จะต้องสังกัดเจ้าขุนมูลนาย เป็นการเกณฑ์แรงงาน ในช่วงเวลาต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๘ ประเทศไทยได้ลงนาม ในสนธิสัญญาเบาว์ริงกับประเทศอังกฤษ มีการค้าขายในระบบเสรีเข้ามา มีแรงงานรับจ้าง ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่กุลีจีน ส่วนแรงงานไทยนั้นก็ยังเป็นไพร่ ทาส สังกัดมูลนายอยู่ จนมาถึง ปี ๒๕๔๘ มีการยกเลิกระบบไพร่ ระบบทาส แรงงานไทยทุกคนกลายเป็นแรงงานอิสระ ต่อมาจนถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการ ประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองหรือรัฐธรรมนูญ มีการกำหนดสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ โดยเนื้อหานั้นการกำหนดสิทธิเสรีภาพสามารถถูกจำกัดได้โดยข้อกฎหมาย แต่ผมให้ข้อสังเกตนะครับท่านประธาน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ถูกรับรองขึ้นมานี้ ไม่สามารถถูกจำกัดได้แม้กระทั่งการออกเป็นกฎหมาย เหตุผลที่ผมพูดกับท่านประธาน ในลักษณะแบบนี้เนื่องจากว่าผมต้องการชี้ให้เห็นว่าในประวัติศาสตร์แรงงานนั้นแรงงาน เกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนที่รัฐธรรมนูญของประเทศไทยจะใช้บังคับ คำถามของผมคือแล้วอะไร คือการคุ้มครองแรงงานในช่วงที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หลักนั้นก็คือ หลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั่นเอง นับจากปี ๒๔๗๕ เรื่อยมาจนถึงพุทธศักราช ๒๕๔๑ เราจึงเกิดพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานขึ้นมา ระยะเวลาเกือบ ๗๐ ปีนะครับท่านประธาน จึงมีพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน สิ่งที่ผมเน้นตรงนี้คือเพื่อต้องการให้เห็นว่าตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕-๒๕๔๑ นั้นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ยังถูกใช้บังคับกับผู้ใช้แรงงานอยู่ ขออนุญาต เท้าความถึงตัวผมเองสักเล็กน้อยนะครับ ผมมีประวัติการทำงาน ๒๒ ปี ใน ๒๒ ปีของผมนั้น ผมรับราชการ ผมทำงานบริษัทเอกชน แล้วผมประกอบวิชาชีพอิสระ ผมขออนุญาตพูด ลงรายละเอียดในเรื่องของการรับราชการ ผมเคยเป็นพนักงานอัตราจ้างหรือลูกจ้างรายวัน ในส่วนราชการ ผมไม่เคยได้รับเงินเดือนเต็มเดือนเหมือนเพื่อนข้าราชการคนอื่นเพราะผม เป็นเพียงพนักงานอัตราจ้าง ทุกครั้งที่มีวันหยุดราชการผมจะไม่ได้รับเงิน ตรงนี้ที่ผมต้องการ ชี้ให้เห็นคือผมต้องการสนับสนุนร่างพระบัญญัติของท่านเซีย จำปาทอง ที่มีนิยามคำว่า ลูกจ้าง ครอบคลุมไปถึงทั้งข้าราชการ ทั้งผู้รับจ้าง เหตุผลที่ผมพูดตรงนี้เนื่องจากมีการใช้ ข่าวปลอมทำลายนิยามคำว่า ลูกจ้าง ของร่าง พ.ร.บ. ท่านเซีย โดยไประบุว่า การจ้างทำของ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงานฉบับนี้จะขัด หรือแย้งกัน ผมเรียนอย่างนี้ครับ ถ้ากฎหมายใหม่เป็นกฎหมายเฉพาะ กฎหมายใหม่ ย่อมไม่มีผลเป็นการยกเว้นกฎหมายทั่วไป กฎหมายทั้ง ๒ ประเภทนี้ย่อมไม่ขัดกัน ตามกฎหมายใหม่ การตรากฎหมายใหม่ขึ้นมาจะมีผลเพียงว่าในเรื่องเฉพาะที่กฎหมาย ตราขึ้นนั้นกฎหมายเฉพาะย่อมมาก่อนหลักกฎหมายทั่วไป กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นกฎหมายที่ให้สิทธิกับผู้ใช้แรงงาน การบัญญัตินิยามคำว่า ลูกจ้าง ให้ครอบคลุมถึง ผู้รับจ้าง เป็นเพียงกฎหมายให้สิทธิ ไม่ได้ไปบังคับ หรือขัด หรือแย้งกับประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ตามที่มีการกล่าวอ้างกันแต่อย่างใด ผมย้อนกลับมาถึงคำว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่ผมอภิปรายในขั้นต้นนะครับท่านประธาน นี่คือเหตุผลของคำว่า ทำงาน พักผ่อน และ ใช้ชีวิต ผมไม่สบายใจอย่างยิ่งที่ได้ยินเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้บางท่านพูดถึงผู้ใช้แรงงานว่า ให้มีมิติในการทำงานแต่เพียงด้านเดียว ท่านลืมไปหรือเปล่าครับว่าสิทธิความเป็นมนุษย์ ของเขาเกิดมาตั้งแต่ก่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานใช้บังคับ ผมถามเพื่อนสมาชิก ในที่ประชุมแห่งนี้ว่า คำว่า มนุษย์ ของท่าน ท่านนิยามเขาว่าอย่างไร ท่านนิยามเขาว่า เกิดขึ้นมามีหน้าที่แค่ทำงานอย่างเดียวเพราะเขาเป็นผู้ใช้แรงงานอย่างนั้นหรือ ผมขออนุญาต ลงรายละเอียดในเรื่องของการทำงาน มีการปล่อยข่าวปลอมอีกแบบหนึ่งว่าทางพรรคก้าวไกล เสนอร่างกฎหมายยกเลิกลูกจ้างรายวัน ซึ่งไม่เป็นความจริง ในเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ เราระบุว่าถ้าสถานประกอบการใดมีทั้งการจ้างรูปแบบรายเดือนและแบบรายวันคู่กันไป ให้ปรับลูกจ้างรายวันนั้นเป็นรายเดือน อีกกรณีหนึ่งครับท่านประธาน คือปรับลดจำนวน ชั่วโมงทำงานจาก ๔๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหลือ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตรงนี้ผมตั้งคำถาม ดัง ๆ ครับ เพราะว่าผมรับราชการมาก่อน ราชการเห็นชัดครับว่าเราทำงานวันจันทร์ถึง วันศุกร์ และหยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าการบอกว่าการทำงาน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์มันทำให้ ระบบของการทำงานเสียหาย ระบบราชการพังไปแล้วครับ ในส่วนของการพักผ่อน ในร่างของท่านเซียให้เพิ่มวันพักผ่อนจาก ๖ วัน เป็น ๑๐ วันต่อปี ในสมัยที่ผมรับราชการบางตำแหน่งผมมีสิทธิลา ๑๕ วัน ๒๐ วัน หรือ ๓๐ วัน ยังไม่รวม ลากิจ เพราะฉะนั้นสิทธิของผู้ใช้แรงงานขยับจาก ๖ วัน เป็น ๑๐ วัน มันเทียบไม่ได้หรอกครับ กับข้าราชการในส่วนของคำว่า พักผ่อน ในส่วนของคำว่า ใช้ชีวิต คือสิทธิในการลาคลอดและ ดูแลบุตร หลาย ๆ ท่านอาจจะพูดถึงแต่เพียงคำว่า ลาคลอด ๑๘๐ วันมันเยอะไป แต่ผม อยากขยายความให้ชัดเจนครับท่านประธานว่ามันเป็นสิทธิลาคลอดและดูแลบุตรที่สลับกันได้ ระหว่างพ่อและแม่ หลักในการเลือกห้ามปฏิบัติ ตัวกฎหมายฉบับปัจจุบันพูดแต่เพียง ชายและหญิง การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ถูกระบุอยู่ในกฎหมายฉบับเดิม หลักของ การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมคือไม่ปฏิบัติต่อบุคคลที่มีสาระสำคัญแตกต่างกันให้มัน เหมือนกัน และไม่ปฏิบัติต่อบุคคลที่มีสาระสำคัญเหมือนกันอย่างแตกต่างกัน ส่วนต่อไป ในการใช้ชีวิตคือพื้นที่ในการปั๊มนม เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกของพรรคก้าวไกลได้อภิปราย ไปแล้วนะครับท่านประธาน เรื่องของการปั๊มนมกับสิทธิในการได้รับนม ผมพูดสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าทุกอย่างในเรื่องของการทำงาน พักผ่อน แล้วใช้ชีวิตมันสรุปรวมอยู่คำว่า ศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ ครับท่านประธาน วันนี้เป็นวันที่จะวัดใจเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ท่านเคยพูด ท่านเคยหาเสียง ท่านเคยกำหนดนโยบายกับผู้ใช้แรงงานไว้อย่างไร ผมฝาก พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และวิชาชีพอิสระหรือ Freelance ต่าง ๆ เฝ้าดู มือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ครับว่าเขามองท่านเป็นมนุษย์และเขามอง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของท่านอย่างไรผ่านการโหวตกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณครับ