ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หารือปัญหาสุขภาพจิตและร่างกายของมารดาหลังคลอด โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้าหลังคลอด และเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนระบบดูแลอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การเพิ่มวันลาคลอด และการจัดตั้งห้องให้นมในสถานประกอบการ เพื่อผลักดันให้มีการผ่านร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง สร้างโครงสร้างรองรับการดูแลเด็กในช่วงวัยแรกเริ่ม และกระตุ้นให้ประชาชนอยากมีบุตรมากขึ้นในสังคมที่กำลังเผชิญวิกฤติประชากรสูงวัย โดยย้ำว่าเป็นเสียงเรียกร้องจากประชาชนและแรงงานที่ต้องการสวัสดิการที่เท่าเทียมและยั่งยืน ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว
ขอบคุณท่านประธาน ดิฉัน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความแจม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกล คุณแม่ลูกสองที่ต้องการสร้างสังคมที่ดีให้กับลูก ๆ ผ่านการเมืองค่ะ ท่านประธานคะ มีคำกล่าวเอาไว้ว่า เวลาเราคลอดลูก ๑ คนเหมือนเราไปออกศึกสงคราม ๑ ครั้ง เจ็บยิ่งกว่าคลอดลูกคือการให้นมลูกหรืออาการเต้านมอักเสบ หรือความลำบาก ตอนท้องคือมายา ความลำบากหลังคลอดนี่ละค่ะของจริง คำกล่าวเหล่านี้ไม่เกินจริงนะคะ ท่านประธาน ดิฉันในฐานะของคุณแม่ลูกสองที่ผ่านช่วงเวลาอันแสนยากลำบากนั้นมาแล้ว ตอนนี้ก็แขวนเต้าแล้ว เข้าใจเป็นอย่างดี เพราะช่วงเวลาหลังคลอดนี้คือช่วงเวลาที่จะทดสอบ ชีวิตได้ดีที่สุด เพราะอะไรคะ เพราะว่าหลังคลอดความแม่ ความ Mum กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของเราต้องเผชิญสภาวะที่เรียกว่าซึมเศร้าหลังคลอด ไม่ใช่แค่เพราะฮอร์โมนที่ควบคุมไม่ได้ แต่รวมถึงความบอบช้ำของร่างกาย ความเครียด ความวิตกกังวล กว่าร่างกายจะฟื้นตัว กว่าจะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตได้ต้องใช้เวลาค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
งานวิจัยระบุเอาไว้ว่า วันลาคลอดต่ำจะมีผลต่อโรคซึมเศร้าของแม่ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ การเพิ่มวันลาคลอดนี้ จะสามารถลดความเครียดของแม่ได้ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นเรื่องนมแม่ก็เป็นอีกเรื่อง ที่เป็นมหากาพย์สำคัญของชีวิต เป็นที่ยอมรับโดยนานาประเทศว่านมแม่เป็นอาหารที่มี คุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์สูงสุดสำหรับเด็ก องค์การอนามัยโลก UNICEF หรือ กรมอนามัยเองก็ได้บอกว่าเด็กทุกคนควรได้กินนมแม่อย่างเหมาะสมตามหลัก เขาเรียกว่า หลัก ๑-๖-๒ หลัก ๑-๖-๒ คืออะไร หลัก ๑-๖-๒ คือ ๑ ชั่วโมงทันทีหลังคลอด อันนี้ สธ. เอาไปใช้ได้เลย อันดับที่ ๒ ก็คือหมายเลข ๖ ก็คืออย่างน้อย ๖ เดือนแรกของชีวิต หมายเลข ๒ คือให้ควบคู่ไปกับอาหารปกตินานกว่านั้น ๒ ปีหรือกว่านั้นก็ได้ ๑-๖-๒ และมีรายงานบอกอีกว่า ว่าการลงทุนเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้กินนมแม่อย่างเหมาะสมทุก ๆ ๑ U.S. Dollar จะก่อให้เกิดความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจคืนมาสูงถึง ๓๕ U.S. Dollar ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียทาง เศรษฐกิจจากการเจ็บป่วยของเด็ก ค่ารักษาพยาบาล ปัญหาที่เกิดมาตามหลัง ปัญหา ความรุนแรง ปัญหาต่าง ๆ ที่มีปัญหาในปัจจุบัน ยาเสพติดก็ตาม ก็จะเสียโอกาสในการ พัฒนาของเด็กไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านล้าน U.S. Dollar ต่อปี ด้วยงานวิจัยเหล่านี้ก็เลยส่งผลให้ กฎหมายประเทศต่าง ๆ ได้มีการบัญญัติรับรองคุ้มครองสิทธิในการให้นมแม่เอาไว้ในประเด็น ที่สำคัญ รวมถึงการลาคลอด ๑๘๐ วัน และอีกหลาย ๆ อย่างที่ปรากฏในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ อันนี้มาดูว่าในงานวิจัยบอกเอาไว้ว่า Rate อัตราการให้นมแม่ในประเทศไทยคือตัวสีส้ม เราต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของโลกมาก ๆ ๑ ชั่วโมงหลังคลอดเราแค่ประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ได้รับนมแม่ ๖ เดือนก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ในขณะที่แบบทั่วไปมาตรฐานโลก อยู่ที่ตัวสีเทาแล้วก็ตัวสีฟ้า นมแม่ ๑-๒ ปีเรายิ่งน้อยเลยค่ะ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เราตก อันดับมานานหลายปีมาก ๆ นอกจากนั้นเรื่องของการให้นมแม่ในสถานประกอบการยังเป็น อีกประเด็นหนึ่งที่หลายประเทศให้ความสำคัญ โดยในหลายประเทศมีการกำหนดบทบัญญัติ ของกฎหมายให้สถานประกอบการมีห้องให้นม ท่านประธานคะ มีผลสำรวจจากกรมอนามัย บอกว่าปัจจัยที่จะให้ประเทศไทยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่สำเร็จมี ๓ ข้อ ๑. คือแม่ต้องกลับไป ทำงาน ๒. ก็คือความเชื่อมั่นในน้ำนมแม่นี้กลัวมีความกังวลว่าตัวเองจะน้ำนมไม่พอ ๓. คือ ความรู้เรื่องนมแม่ไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการให้ความรู้จากทุกภาคส่วน นอกจากนั้นยังเป็น ในเรื่องของความเครียด ความซึมเศร้าหลังคลอด การที่สามีไม่สามารถลามาช่วยเลี้ยงลูกได้ เราต้องตื่นมาให้นมลูกทุก ๆ ๒-๓ ชั่วโมงไม่ได้พักผ่อน คลอด ๓ เดือนกลับไปทำงานก็ต้องปั๊ม เพื่อให้ลูกได้ทานนมแม่ถึง ๖ เดือน อันนี้ดิฉันเอง ก็สร้างภาระมหาศาลให้กับคุณแม่ให้นมค่ะ การปั๊มนมก็หาที่ยากค่ะ ภาพซ้ายมือของดิฉันนั่นคือห้องน้ำค่ะ ปั๊มนมในห้องน้ำค่ะ นึกแล้วก็ รู้สึกสงสารตัวเอง แต่ไม่เป็นอะไรวันนี้อยู่ในสภาแห่งนี้ก็อยากจะผลักดันเรื่องห้องปั๊มนม ได้พยายามขอคะแนนเสียงจากเพื่อนสมาชิกหลายคนขอห้องปั๊มนมให้ดิฉันเถอะนะคะ แล้วก็ น้ำนมจะต้องผลิตออกมาทุก ๆ ๒-๖ ชั่วโมงตามรอบปั๊ม ถ้าเราไม่สามารถให้นมลูกได้ ตามรอบปั๊มนมก็จะอักเสบอุดตัน หนักเข้าก็เป็นฝี ทรมานต้องไปผ่าตัด ผ้าคลุมให้นม ก็อาจจะใช้ได้กับการปั๊มนมค่ะ แต่ให้ลูกกินนมภายใต้ผ้าคลุมก็ไม่สะดวก ท่านประธานคะ ประเทศเรากำลังเผชิญกับวิกฤติเด็กเกิดต่ำ สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ และอาจจะเกิด การขาดแคลนแรงงานในอนาคต เพื่อนสมาชิกบางคนกังวลมากเรื่องว่าจะไม่มีการจ้างงาน ถ้าเราไม่มีสวัสดิการที่ดี ไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้แรงงานก็จะไม่พอในอนาคต เพราะคน ไม่ได้อยากมีลูกค่ะ คนไม่ได้อยากมีลูกจากการที่เราเฝ้าบอกปาว ๆ ว่ามีลูกกันเถอะ แต่คน จะอยากมีลูกจากการที่มีสวัสดิการที่ดี มีโครงสร้างทางสังคมที่ดีค่ะ หนังสือของคุณหนุ่ม เมืองจันท์ บอกว่าให้ความสุขตามหาเรา อยากให้หลังบ้านมีผีเสื้อ เราต้องปลูกดอกไม้ ให้ผีเสื้อบินมา ไม่ใช่จับผีเสื้อเข้ามา เช่นเดียวกันค่ะ อยากให้ประชากรมีลูกก็ต้องมีสวัสดิการ ที่ดีและผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปด้วยกัน ในประเทศที่เจริญแล้วเขาบอกว่ารัฐมองเด็กทุกคน ที่เกิดมาเป็นทรัพยากรบุคคลของรัฐ ต้องมีการ Support ให้เขาเลี้ยงเด็กคนหนึ่งใน ๗ ขวบปีแรก เป็นอย่างดี เป็นช่วงเวลาที่ทำให้อนาคตของประเทศนี้ไปในทิศทางไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราให้ ความสำคัญกับสวัสดิการของคนในประเทศแบบไหน เรื่องการลาคลอดก็สำคัญเหมือนกัน เห็นเพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ ท่านโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยค่ะ ยินดีมาก ๆ Happy มาก ๆ ที่ท่านอภิปรายเสมือนหนึ่งว่าจะร่วมกันผ่านทั้ง ๓ ฉบับ พูดถึงนมแม่กันหลายคนเลย การทำ ห้องให้นมไม่ได้ยาก งบประมาณไม่ได้เยอะ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไปที่ประเทศต่าง ๆ มีห้อง ให้นมแบบเคลื่อนย้ายได้ หรือว่าเป็นมุมให้นมง่าย ๆ มีโต๊ะ ๑ ตัว มี Sofa เล็ก ๆ ๑ อัน มีฉากกั้นแค่นี้เอง ไม่ใช้งบประมาณเยอะเท่าไร และเรื่องนี้เองภาคเอกชนที่มีวิสัยทัศน์ค่ะ บริษัท แสนศิริ ก็มีนโยบายเรื่องนี้จนได้รางวัลเป็นแบบมุมแม่ยอดเยี่ยมเลย ดิฉันก็ดีใจมาก ๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาจากบริษัทนี้ คิดว่าจะมีการนำนโยบายนี้มาใช้เพื่อให้ทุก ๆ คน ได้เข้าถึงเรื่องนี้โดยเท่าเทียมกันค่ะ เราก็มาดูว่าประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการ มีห้องปั๊มนมมีอะไรบ้าง การมีห้องปั๊มนม การมีสวัสดิการที่ดี การให้สามารถไปลาปั๊มนมได้ อย่างน้อย ๆ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๓๐ นาทีช่วยให้พนักงานหยุดงานน้อยลง ไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้น ถ้าสวัสดิการดีเขาจะหยุดน้อยลงด้วย แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของพนักงาน ของบุตรพนักงาน การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ๖๒ เปอร์เซ็นต์ รักษาพนักงานที่มี คุณภาพและทักษะที่ดีไว้ไม่ต้องลาออกค่ะ มีลูกก็มาปั๊มนมที่ทำงานต่อได้ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับบริษัทด้วย แล้วก็ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับก้าวไกลหรือฉบับของคุณเซีย จำปาทอง ที่มีห้องให้นมซ่อนอยู่ ห้องให้นมจะเป็นบันไดขั้นแรกเพื่อสิทธิมารดาและการเจริญเติบโต อย่างมีคุณภาพของเด็กทุกคนค่ะ วิกฤติเด็กเกิดต่ำเราก็ต้องแก้ไขด้วยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย
สุดท้ายค่ะ ไม่ให้เป็นการเสียเวลา ดิฉันในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ ให้กับแม่ ๆ อีกหลายคน แม่ให้นมด้วย สามารถ Scan เข้าไปลงชื่อสนับสนุนเรื่องห้องให้นมได้ ช่วยกันนะคะ แม่ให้นมที่เป็นกลุ่มที่รัฐหลงลืม มาโดยตลอดขอเชิญชวนสมาชิกทุกท่านมาช่วยกันผลักดันเรื่องนี้โดยการผ่านร่างกฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับ แล้วก็ดีใจที่เห็นทุกคนพูดถึงเรื่องนมแม่และห้องให้นม โดยเฉพาะของคุณเซีย จำปาทอง ที่ไม่ได้เป็นการร่างออกมาเพื่อกระแส แต่ถูกรวบรวมถักทอมาจากประชาชนผู้ใช้ แรงงานที่อยากเห็นสวัสดิการที่ดีในประเทศของเรา อยากเห็นประเทศไทยของเรามีกฎหมาย ที่คุ้มครองชีวิตการทำงานของบุคลากรในประเทศนี้ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เป็นความหวัง ที่ทุกคนอยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น ขอขอบคุณทุกเสียงล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ