พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความยากลำบากของแรงงานไทยที่ต้องทำงานหนักเพื่อความอยู่รอด พร้อมตั้งคำถามต่อนโยบายรัฐที่ขาดการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม และตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมเมื่อแรงงานไม่มีเวลาพักผ่อน ย้ำว่าการคุ้มครองแรงงานและการให้เวลาพักคือการลงทุนในอนาคตของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้สภารับร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแรงงานในการเลือกตั้ง
กราบเรียน ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลัง รับชมการทำงานของพวกเราอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ เป็นเวลานานมากแล้วที่ประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรานั้นตกอยู่ในกับดักของประเทศ กำลังพัฒนา ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และสภาวะเศรษฐกิจที่พ่อแม่จะต้องดิ้นรนออกไป ทำงานกันทั้งคู่ ได้พรากโอกาสที่เด็ก ๆ จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่ของเขามากมายเหลือเกิน หลายครอบครัวต้องเดินทางข้ามถิ่นฐานเพื่อแลกกับค่าแรงที่น้อยนิดด้วยความหวังว่า หยาดเหงื่อแรงงานของพวกเขาจะสามารถเปลี่ยนเป็นเงิน และเงินนั้นจะจุนเจือให้ทุกคน ในครอบครัวของเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี ลูกหลานของเขาจะสามารถเข้าถึงการศึกษา แล้วไขว่คว้าโอกาสในชีวิตที่มันดีกว่ารุ่นของพวกเขาได้ เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกที่ได้กล่าว แสดงความกังวลว่าวันหยุด ๒ วันนี้มันออกจะมากเกินไปหน่อย แล้วให้ความเห็นว่า แรงงานไทยอาจจะต้องเอาเวลามา Upskill Reskill เพิ่มศักยภาพในการสู่บนเวทีโลกได้ ดิฉันเห็นด้วยครึ่งหนึ่ง ก็คือดิฉันเห็นด้วยว่าเราจะต้องมีการ Upskill ให้กับแรงงานของเรา เพื่อที่จะต่อสู้บนเวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ดิฉันก็ขอตั้งคำถามเหมือนกันว่านโยบาย ของรัฐมีการสนับสนุนพวกเขามากน้อยแค่ไหน แม้กระทั่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้บอกเอง ว่าหยุด ๒ วันนี้มันมากเกินไป แล้วท่านจะให้เขาเอาเวลาที่ไหนไป Upskill ดิฉันว่าท่านคงลืม ไปแล้วว่าการใช้ชีวิตแบบประชาชนธรรมดามันเป็นอย่างไร ดิฉันทราบดีว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ แล้วก็ยุ่งวุ่นวายมากเพียงไหน แต่ในชีวิตของ แรงงานเขาไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างพวกเรา พวกเขามีชีวิตทำงานเพื่อจะลุกขึ้นไปทำงานอีกวัน ท่านนึกไม่ออกหรือคะว่าชีวิตที่เมื่อทุกเปิดเทอมจะต้องหิ้วทีวี หิ้วพัดลม เดินไปที่โรงจำนำ กลับมายังไม่ทันเช็ดหมึกแดง ๆ หมึกน้ำเงิน ๆ ที่ติดอยู่ที่นิ้วโป้ง ยังไม่ทันจะเช็ดออก ยังไม่ทัน จะล้างออกเลยค่ะ มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ารอถอดหม้อแปลงไฟฟ้าที่บ้านอยู่ คืนนั้นเด็กทั้งบ้าน คนทั้งบ้านต้องใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมน อบอ้าว เราไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลยค่ะท่านประธาน ในประเทศที่หนังสือดี ๆ เล่มหนึ่งมันราคาแพงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ เรายังต้องมาพูดกันอีก หรือคะว่าแรงงานในประเทศเรามันพยายามไม่มากพอ เรายังต้องมาพูดกันเรื่องนี้อีกหรือ ว่าพวกเขายังทำงานไม่หนักพอ ยังเก่งไม่พอ ท่านประธานเคยได้ยินประโยคนี้ไหมว่า ถ้าการทำงานหนักมันทำให้คน ๆ หนึ่งร่ำรวย ป่านนี้ทาสที่ทำงานหนักที่สุดนี้มันรวยมานานแล้ว ดิฉันเห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างมาก
๑๐๙/๑ ท่านประธานคะ เกิดเป็นคนจนมันเจ็บปวด และนี่คือเหตุผลที่ในรัฐสภาแห่งนี้จะต้องมี ตัวแทนของประชาชนที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อให้เราเข้าใจความเจ็บปวดของสมาชิก ในสังคมมากขึ้นกว่านี้ ดิฉันขอย้อนกลับไปที่ประเด็นของเด็ก ๆ ของพวกเรา เมื่อสภาพสังคม ที่ดิฉันกล่าวไปแล้วมาบังคับ มันทำให้เด็ก ๆ ของพวกเราต้องห่างไกลจากการมีพ่อแม่ คอยประคับประคอง ขาดที่พึ่งพิง ขาดที่ปรึกษาในเวลาที่เขาต้องการ ช่วงเวลาที่เราเรียกกันว่า ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดและอาจจะกำหนดอนาคตของพวกเขาไปตลอด แบบนี้ มันไม่ได้มีญาติผู้ใหญ่ที่คอยประคองเขาได้ตลอด แล้วสังคมของเราต้องช่วยกัน ในประเด็นนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันขอกล่าวไปถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ช่วงนี้ เราดูใส่ใจมันมากเหลือเกิน เวลาที่เราพูดถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ตกต่ำลง เรื่อย ๆ เรามักจะพูดกันถึงเรื่องหลักสูตรทางการศึกษา เรามักจะพูดถึงเรื่องการพัฒนาครู เรามักจะพูดถึงเรื่องงบประมาณที่ใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ค่อยมอง แล้วมันซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในปัญหาเหล่านี้คือปัจจัยเรื่องสิ่งแวดล้อมค่ะ ท่านประธาน ทราบไหมว่าผลวิจัยของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ สสส. ได้ระบุไว้ว่าเด็กไทยนั้นมีจำนวน ที่จะต้องลาออกจากการเรียนกลางคันถึงประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคนต่อปี และมีแนวโน้ม ที่จะเพิ่มขึ้นตามสภาวะปัญหาทางเศรษฐกิจของครอบครัวของพวกเขา และเด็กจำนวนนี้ กว่า ๓๐๐,๐๐๐ คนเลยทีเดียวที่เลือกทำอาชีพผิดกฎหมายเพื่อที่เขาจะหาค่าเล่าเรียน เพื่อที่ เขาจะหาค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ มิติทางเศรษฐกิจก็แตกร้าว มิติทางสังคมก็ล้มเหลวค่ะ น่าตกใจไปกว่านั้นเด็กไทยกว่าร้อยละ ๘๗ เลยค่ะที่มีเวลาพูดคุยกับพ่อแม่ของเขาไม่ถึง ๑๐ นาที นี่สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตที่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ โรคซึมเศร้าของประเทศไทยตอนนี้กลุ่มเยาวชนนั้นมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นเรื่อย ๆ ที่ดิฉัน ต้องพูดเรื่องเหล่านี้ก็เพราะดิฉันต้องการจะตอกย้ำว่าในมิติความมั่นคงของแรงงานนั้น มันสำคัญมากแค่ไหน ความมั่นคงของแรงงานนั้นมันสามารถสั่นสะเทือนไปถึงหน่วยเล็ก ๆ ในสังคมที่เรียกว่า สถาบันครอบครัว รวมถึงในแง่มุมของการศึกษา และการปกป้องเยาวชน ของเราด้วยเช่นกัน สาระสำคัญหนึ่งในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานคือการคืน ชั่วโมงการพักผ่อนเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ได้กลับไปพักผ่อน มีเวลา ได้ใช้เวลาคุณภาพ กับครอบครัว กับลูกหลานของพวกเขา การที่ร่าง พ.ร.บ. แรงงานทุกฉบับจะได้รับ การรับหลักการแล้วกลายเป็นกฎหมายในอนาคตจะสร้างหลักประกันให้พ่อแม่ได้มีเวลา พักผ่อนจากงาน แล้วสามารถกลับไปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ดิฉันจะ ไม่พูดถึงประเด็นซ้ำกับเพื่อน ๆ ที่พูดมาแล้ว เพราะว่าเพื่อนสมาชิกของดิฉันได้พูดถึงข้อดี มากมายจากร่าง พ.ร.บ. นี้ ดิฉันขอย้ำว่านี่ไม่ใช่หลักประกันเฉพาะแรงงานค่ะท่านประธาน นี่คือหลักประกันของคนทั้งสังคม นี่คือหลักประกันว่าอนาคตของประเทศของเรานั้นยังไม่ สิ้นหวัง นี่คือร่าง พ.ร.บ. ที่จะเป็นทางออกให้กับปัญหาสังคมมากมายที่รอการแก้ไขอยู่ และไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะไม่รับร่างหลักการนี้ จะไม่คืนเวลาให้พี่น้องแรงงานได้มีเวลา ทำหน้าที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่ดีให้กับเด็กไทย ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะไม่คืนเวลาเหล่านี้ ให้พ่อแม่พี่น้องพวกนี้เขาไปรับฟังเสียงของลูก ๆ หลาน ๆ ของเขา ให้ความรักและให้กำลังใจกัน และกันในวันที่ยากลำบาก ท่านประธานคะ ดิฉันหวังว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ได้รับมอบอำนาจมาจากประชาชนในเขตเลือกตั้งของท่านทุกคน จากความไว้วางใจ ต่อพรรคของท่านในการส่งพวกท่านเข้ามาตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน และกำหนด ทิศทางในการพัฒนาประเทศ จะให้ความสำคัญกับประชาชน จะร่วมกันสร้างการเมือง ที่มีความหวังโดยการรับหลักการทุกร่าง ท่านประธาน ก่อนที่ดิฉันจะมาเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในที่นี้ดิฉันก็คือหนึ่งในประชาชนมีสิทธิเลือกตั้ง และดิฉันจำได้แม่นเลยว่า พรรคการเมืองไหนบ้างที่ได้ให้คำสัญญากับแรงงานไทยไว้ ดิฉันจำได้อย่างแน่นอนว่า พรรคไหนที่ได้สัญญาว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ขึ้นเท่าไร พรรคไหนสัญญาว่าจะปรับอัตราค่าจ้าง ให้เหมาะกับค่าครองชีพ พรรคไหนที่กำหนดสิทธิลาคลอดให้แก่มารดาเป็นระยะเวลา อย่างน้อย ๖ เดือน พรรคไหนจะให้สิทธิบิดาในการลาหยุดเพื่อร่วมดูแลบุตรโดยที่ยังได้รับ เงินเดือนอยู่ พรรคไหนสัญญาว่าจะลดความเหลื่อมล้ำด้านการจ้างงานและสัญญาจ้างงาน ที่ไม่เป็นธรรม คำสัญญาเพื่อยกระดับชีวิตแรงงานเหล่านี้พวกท่านทุกคนในที่นี้ได้ให้คำมั่นไว้ กับประชาชนค่ะ และท่านสัญญากับพวกเขาว่าท่านจะผลักดันอย่างเต็มที่ นโยบายดี ๆ นอกสนามเลือกตั้งมันหอมหวานเสมอ แต่ผลโหวตวันนี้ต่างหากที่จะเป็นหลักฐานว่าพวกท่าน และพรรคการเมืองที่ท่านสังกัดอยู่ให้ความสำคัญกับสัญญาประชาคมอย่างแท้จริง หรือว่า มันเป็นเพียงแค่การพูดการรณรงค์เพื่อให้ได้มาเพื่อคะแนนเสียงโดยไม่ใส่ใจจะเคารพและ รักษาสัญญาต่อประชาชนผู้มอบอำนาจนั้นให้ท่าน ดิฉันขอจบการอภิปรายแต่เพียงเท่านี้ แล้วจะเฝ้ารอผลการโหวตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน ทั้งในฐานะเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎร และในฐานะประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขอบคุณค่ะ