ชวาล สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หวังคืนสิทธิแรงงานรายวัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

ชวาล พลเมืองดี อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพื่อคืนสิทธิแรงงานรายวันให้ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการเทียบเท่าแรงงานรายเดือน ย้ำกฎหมายต้องกำหนดนิยามการจ้างงานรายเดือนชัดเจนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและคุ้มครองความเป็นมนุษย์อย่างเป็นธรรม

นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของพรรคก้าวไกลทั้ง ๒ ฉบับเพื่อคืนสิทธิความเป็นมนุษย์ให้กับพี่น้องแรงงาน ให้เขามีสิทธิที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น มีสิทธิที่จะสามารถนับถือศาสนาใดก็ได้ มีสิทธิที่จะเลือกทำงาน ที่ตัวเองชอบ ให้พวกเขามีเวลาในการค้นหาตัวเอง มีเวลาทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ท่านประธานครับ หลายคนอาจจะคิดว่าหลักการที่ตรงไปตรงมาอย่าง No Work No Pay หรือไม่ทำงานก็ไม่ต้องจ่ายเงิน เป็นหลักการที่ดูแล้วก็สมเหตุสมผลดี แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานรู้ไหมว่าในสถานประกอบการหนึ่งมีพนักงานเหมือนกัน ทำงาน ๒๖ วันต่อเดือน เท่า ๆ กัน เวลาเข้า-ออกงานก็พร้อมกัน มีลักษณะงาน มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบไม่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งยืนทำงานอยู่ข้าง ๆ กัน แต่คนหนึ่งได้ค่าจ้างถ้าคิดตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ตกเดือนละ ๑๐,๘๓๐ บาท แต่อีกคนกลับได้ค่าจ้างตกเดือนละ ๙,๓๘๖ บาทเท่านั้นเอง ต่างกันถึง ๑,๔๔๔ บาท คำถามคือเป็นอย่างนี้เพราะอะไร เพราะว่าคนที่ได้เดือนละ ๑๐,๐๐๐ นายจ้างเขาจ้างแบบรายเดือน ในขณะที่อีกคนนายจ้างเขาจ้างแบบรายวัน คนที่ นายจ้างจ้างแบบรายเดือน ได้สวัสดิการ ได้วันหยุด ได้วันลาครบตามที่กฎหมายกำหนด แต่อีกคนที่ถูกจ้างงานแบบรายวันสวัสดิการเขาก็ไม่ได้ จะลางานตามสิทธิที่กฎหมายแรงงาน ก็ไม่ได้ หรือแม้กระทั่งป่วยก็ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะไปทำงานหรือหยุดพักผ่อนรักษาตัวดี เพราะเขากลัวว่าจะสูญเสียรายได้นั้นไป รวมไปถึงหน้าที่การงานก็ไม่ได้มีความมั่นคงเพียงพอ ที่จะทำมาหากินในสังคมที่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันแพงขึ้น ๆ อย่างในทุกวันนี้ นี่เป็นปัญหาของ พี่น้องแรงงานหลาย ๆ คนในนิคมอมตะชลบุรี รวมไปถึงพนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงาน ร้านอาหาร Brand ดัง ๆ ที่สะท้อนผ่านตัวผมมาครับ และสิ่งที่จะตอบสนองข้อเรียกร้องของ พี่น้องผู้ใช้แรงงานเหล่านี้ได้ก็อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วครับท่านประธาน ซึ่งสรุป ใจความง่าย ๆ คือ ร่างกฎหมายตัวนี้จะทำให้ลูกจ้างรายวันที่ต้องทำงานทั้งเดือนได้รับค่าจ้าง สิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการอื่น ๆ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเทียบเท่ากับการจ้างงาน แบบรายเดือน รวมไปถึงทุกวันนี้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่ได้ระบุคำนิยามความหมายของการจ้างงานแบบรายเดือนไว้เลยว่าการจ้างงาน แบบรายเดือนมีความหมายว่าอย่างไร ต้องทำงานกี่วันถึงจะเรียกว่ารายเดือน หรือต้องนับ วันหยุดตามที่กฎหมายได้กำหนดด้วยหรือไม่ ซึ่งนำไปสู่การต้องใช้ระยะเวลา ใช้ดุลยพินิจ และกระบวนการตุลาการในการตีความบทบัญญัติของกฎหมายเมื่อเกิดข้อพิพาท ด้านแรงงานขึ้น นายจ้างที่มีต้นทุนและทรัพยากรมากกว่าลูกจ้างอาจใช้ช่องว่างช่องโหว่ ทางกฎหมายในการเอาเปรียบลูกจ้างได้ กฎหมายตัวนี้ก็จะมาเพิ่มคำนิยามคำว่า การจ้างงาน รายเดือนเป็นการจ้างงานที่มีลักษณะงานประจำ ทำเต็มเวลา โดยลูกจ้างจะต้องได้รับค่าจ้าง เป็นรายเดือน อันรวมถึงค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุด พักผ่อนประจำปี และวันลาป่วยตามที่กฎหมายกำหนดด้วยครับ โดยกำหนดให้ ๑ เดือน หมายถึงเวลา ๓๐ วันเพื่อเป็นการกำหนดแนวทางให้ชัดเจนในการวินิจฉัยบทบัญญัติ ทางกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานรายเดือนให้เกิดความมั่นคงในการจ้างงานและสถานภาพ ของลูกจ้างและเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ใช้แรงงานโดยรวมด้วยครับ ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ที่ผมพูดมาล้วนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้านแรงงาน จากอีกหลาย ๆ ปัญหาที่กำลังกดทับความเป็นมนุษย์ของพวกเขา หลักการทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต หรือ Work-Lift Balance ของแต่ละคนก็มีความหมายที่แตกต่างกันไป บางคนต้องการมีเวลา ทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อที่จะใช้เวลาได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น บางคนต้องการลา แต่ได้ค่าจ้าง ตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อมีเวลาทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ การที่เราเสนอสิ่งเหล่านี้ต่อท่านผู้มี อำนาจ ไม่ใช่จะทำให้แรงงานมีสิทธิเหนือหรือเป็นต่อนายจ้างแต่อย่างใด แต่สิทธิเหล่านี้ เป็นสิทธิอันชอบธรรมตามหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มันคือการคืนความเป็น มนุษย์ให้กับพี่น้องแรงงาน ผลที่ได้ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนายจ้างเองเสียด้วย เพราะการเพิ่ม คุณภาพชีวิต ลดชั่วโมงการทำงานสามารถส่งผลให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ พวกเขาได้ดีขึ้น ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนของพี่น้องผู้ใช้แรงงานในระบบกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน และที่ไม่ได้อยู่ในระบบอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งที่พี่น้องเหล่านี้กำลังเผชิญปัญหาอยู่ ในทุก ๆ วันนี้ พวกเขาต้องตื่นเช้าเวลา ๖-๗ โมงไปทำงาน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ ๒ ทุ่มถึง ๓ ทุ่มเพื่อมีเวลาอยู่กับครอบครัว แล้วก็ไม่ได้มีเวลาที่จะมาพัฒนาตัวเองหรือค้นหาตัวเอง แต่ท่านก็เอาแต่บอกว่าการที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นต้อง Reskill Upskill ต้องเพิ่มทักษะอย่างโน้น อย่างนี้ถึงจะมีค่าแรงเพิ่ม ถ้าพูดกันตามตรงมันค่อนข้างจะย้อนแย้งกันอย่างสิ้นเชิงครับ ท่านประธาน พวกเขาต้องทำงานอย่างยากลำบากเพื่อสร้างผลกำไรอันใหญ่หลวงให้กับ นายจ้างของเขาเพื่อแลกกับค่าแรงเพียงน้อยนิด แถมนายจ้างบางกลุ่มพร้อมที่จะใช้ กลเล่ห์เพทุบายทางกฎหมายอีกสารพัดในการกดขี่พี่น้องแรงงานเพียงเพื่อหวังตัวเลขของ ผลทางกำไร นี่มันไม่ยุติธรรมเลยกับการปล่อยให้นายจ้างปฏิบัติกับประชาชนของเราเยี่ยง หุ่นยนต์เช่นนี้ วันนี้ผมจึงขอเป็นตัวแทนของพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของผม พื้นที่เดียว แต่รวมถึงผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ โหวตเห็นชอบหลักการของร่างกฎหมายที่จะ เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานทั้ง ๒ ฉบับของพรรคก้าวไกลในวันนี้ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน