กัณวีร์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แรงงาน 3 ฉบับ เน้นคุ้มครอง-เสมอภาค-มั่นคง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

กัณวีร์ สืบแสง อภิปรายรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ทั้งสามฉบับเพื่อคุ้มครองแรงงาน โดยเน้นส่งเสริมการทำงานที่มีศักดิ์ศรี ปลอดภัย เป็นธรรม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเสนอการขยายคำนิยามนายจ้าง-ลูกจ้างเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติ ส่งเสริมจ้างงานรายเดือนเพื่อความมั่นคงของแรงงาน และผลักดันการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจควบคู่กับการสร้างพื้นที่สำหรับเด็กในรัฐสภาเพื่อรองรับครอบครัวของผู้ปฏิบัติงาน

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในการรับหลักการทั้ง ๓ ร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานครับ การรับหลักการของผมอยู่บนพื้นฐาน ๒ หลักการ แล้วก็ ๔ เหตุผลด้วยกัน

หลักการแรก ในเป้าหมายของการพัฒนาแบบยั่งยืนหรือ Sustainable Development Goals : SDGs ของสหประชาชาติพูดชัดเจนเรื่องงานที่มีคุณค่าหรือที่เรา เรียกว่า Decent Work งานที่มีคุณค่านี้จริง ๆ แล้วมันมีคำอธิบายของมัน แต่คำอธิบาย ที่ง่ายก็คือว่าเราไม่ได้ทำงานเพื่อเสริมคุณค่าของงาน แต่จริง ๆ แล้วงานที่เราทำต่างหาก ที่จะมาเสริมคุณค่าของการเป็นมนุษย์ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราจำเป็นจะต้องเสริมหลักการ ตรงนี้งานที่มีคุณค่าให้ได้ในการคุ้มครองแรงงานของเรา โอกาสในการทำงานในประเทศไทยเรา ถึงแม้ว่าจะมีรัฐบาลหลายชุดในการที่สร้างโอกาสการทำงานตรงนี้ออกมาให้กับคนไทย ให้กับ คนแรงงานต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศไทย แต่โอกาสของความเท่าเทียม โอกาสในการเข้าถึง ความเท่าเทียมนี้ยังไม่มี ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ร่างนี้จะช่วยทำให้โอกาสในความเท่าเทียมของการ ทำงานที่จะสร้างความเป็นมนุษย์ตรงนี้เกิดขึ้นมา อันนี้คือหลักการแรก

หลักการที่ ๒ เป็นหลักการสำคัญที่เราจำเป็นจะต้องเคารพในเรื่องเกี่ยวกับ ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ก็คือ Business and Human Rights เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ได้รับ การยอมรับอย่างมากมายในเวทีระหว่างประเทศ หากประเทศไทยเรายังไม่สามารถยกระดับ คุณภาพของแรงงานของเรา ไม่ยอมยกระดับของการเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ทางด้านแรงงาน อันนี้จะถูกครหาและมีข้อติฉินนินทาในเวทีระหว่างประเทศอย่างมาก ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ร่างนี้ จะทำให้หลักการ Business and Human Rights หรือธุรกิจและสิทธิมนุษยชนจะได้รับ การคุ้มครอง

เหตุผลทั้ง ๔ เหตุผล เหตุผลแรกครับท่านประธาน ที่ทั้ง ๓ ร่างนี้ได้พูดไว้คือ การครอบคลุมที่เกี่ยวกับการแรงงานผ่านการขยายนิยามของคำว่า นายจ้าง ลูกจ้าง และรวมถึงสัญญาต่าง ๆ เพื่ออีกบุคคลได้รับค่าตอบแทน พูดง่าย ๆ ในอดีตการทำสัญญา ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง อาจจะไม่มีความชัดเจนอย่างมากมาย การทำสัญญาด้วยวาจา ต่าง ๆ ยังไม่ถือว่าเป็นการทำงาน เพราะฉะนั้นการที่จะอุดช่องว่างตรงนี้จะทำให้เหตุผล ในเรื่องเกี่ยวกับการขยายคำนิยามตรงนี้ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

เหตุผลข้อที่ ๒ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงเรื่องเหตุผลในเรื่อง การไม่เลือกปฏิบัติ การไม่เลือกปฏิบัตินี้ชัดเจนที่เรื่องเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ ไม่ว่าจะเป็น สัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพ ทางร่างกาย ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ร่างนี้จะช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ในเรื่องเหตุผลของการไม่เลือก ปฏิบัติ

เหตุผลข้อที่ ๓ เรื่องความชัดเจนในการใช้ชีวิต ในอดีตเราไม่ทราบหรอกครับ แรงงานรายวันเราไม่ทราบหรอกว่าภายในสิ้นเดือนนี้เราจะมีเงินในกระเป๋าเราสักเท่าไร ตอนนี้ร่าง พ.ร.บ. โดยเฉพาะร่างของคุณเซียที่ระบุชัดเจนว่ามันจำเป็นจะต้องแก้ไข การจ้างงานให้สถานประกอบการ ให้เป็นรายเดือนทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ เว้นแต่ เรื่องการทำงานบางลักษณะเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็ตามเราจะทราบว่าสิ้นเดือนนี้ เงินจะเข้ามาในกระเป๋าของเราสักเท่าไร เราจะได้สามารถกำหนดชีวิตของเราได้ว่า แต่ละเดือนการวางแผนชีวิตครอบครัว การวางแผนชีวิตตัวเองจะเป็นอย่างไร

เหตุผลข้อสุดท้าย จะเป็นเหตุผลในเรื่องครอบครัว เหตุผลนี้สำคัญมาก ๆ เราได้ยินการอภิปรายจากเพื่อนสมาชิกไปแล้วในเรื่องเกี่ยวกับการดูแลครอบครัวต่าง ๆ ในการลาไปดูแลครอบครัว สมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลใกล้ชิดที่ต้องเข้าโรงพยาบาล อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ที่จะทำให้มีการให้นมบุตร อีกอันหนึ่ง ที่สำคัญจริง ๆ ที่ยังไม่มีการพูดคุยในตัว ๓ ร่างนี้ก็คือ อย่างเช่นในรัฐสภาของเราที่นี่เรามี ลูกหลานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรามีลูกหลานของพี่น้องเจ้าหน้าที่สภาของเราที่มาอยู่ ในรัฐสภา แต่เรายังมีสถานที่ที่เขาเรียกว่า Child Friendly Space พื้นที่ที่เอาเด็ก ๆ เข้ามา อยู่ได้และได้มีการดูแล เพราะฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ร่างนี้จะช่วยอุดช่องว่างในเหตุผล ทั้ง ๔ ข้อนี้ ขอสรุปดังนี้ครับท่านประธาน การรับหลักการในวาระแรกของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานนี้จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน เราต้องยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่าง รอบตัวเราที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็เกิดจากแรงงานทั้งนั้น และทุกคนที่อยู่ที่นี่ ในสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ก็ล้วนแต่เป็นแรงงานทั้งนั้น พวกเราประกอบอาชีพทำงานตามเป้าหมายขององค์กร ทำงานตามเป้าหมายของร้านค้า ห้าง บริษัท รวมถึงประเทศชาติโดยรวม แต่ในขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ แรงงานก็คือมนุษย์เช่นกัน มนุษย์ที่มีคุณค่าในมิติอื่น ๆ นอกจาก การทำงานตามหน้าที่ ดังนั้นการทำงานของมนุษย์ไม่ควรที่จะตอบสนองเพียงแค่วัตถุประสงค์ ขององค์กร แต่ต้องเป็นงานที่ตอบสนองถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงาน แต่ละคนเช่นกัน ตามแนวคิดเรื่อง Decent Work หรืองานที่มีคุณค่า ก็คืองานที่สามารถ ตอบสนองคุณค่าของคนทำงานได้ สิทธิแรงงานตามร่าง พ.ร.บ. แก้ไขฉบับนี้ เป็นการคุ้มครอง ทางสังคมที่รัฐมีหน้าที่ที่จัดสรรและอำนวยความสะดวกให้เกิดขึ้นในทุกการจ้างงาน ผ่านการ ออกกฎหมาย ซึ่งจะทำให้แรงงานทุกคนได้รับการคุ้มครองและปกป้องสิทธิมนุษยชน ของตนเอง ท่านประธานครับ สิทธิแรงงานคือสิทธิมนุษยชนเพื่อปกป้องคุ้มครองคนทุกคน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับแก้ไขจะทำให้ทุกคนเข้าถึงงานที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น มีสภาพแวดล้อมในการ ทำงานที่เป็นมิตร ปลอดภัย เป็นธรรม และได้รับการพัฒนาไปพร้อมกัน การเติบโตที่ดีไม่ใช่ แค่เราทำงานแล้วเจ้าของบริษัทเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเติบโตอย่างทั่วถึง หรือที่เรา เรียกว่า Inclusive Growth หากเรายึดถือกับมุมมองแรงงานเดิม ๆ ก็จะมีแต่การดูดเลือด ดูดเนื้อแรงงานไปใช้โดยไม่มีพื้นที่ให้คนหรือมนุษย์ได้มีคุณค่าและเติบโตในมิติอื่น ๆ อีกเลย ด้วยหลักการและเหตุผลอย่างนี้ผมจึงขอยืนยันในการรับร่างหลักการ ๓ ฉบับนี้พร้อมกันครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ