สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

สิริลภัส กองตระการ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และหารือเกี่ยวกับปัญหาการทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยเน้นย้ำถึงความแตกต่างระหว่างทีมงาน Above the Line และ Below the Line และเรียกร้องให้มีการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน สิริลภัส กองตระการ ยังหารือเรื่องการทำงานของนักแสดงและทีมงานในกองถ่าย และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนกฎหมายที่จะคุ้มครองแรงงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ รวมถึงให้สิทธิและสวัสดิการที่เท่าเทียมกันแก่ทุกคน

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ เขตวังทองหลาง พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน จากพรรคก้าวไกล วันนี้อยากจะอภิปรายในประเด็นเรื่องของมิติของการทำงานของ คนกองถ่ายค่ะ ในปัจจุบันนี้กองถ่ายภาพยนตร์ ละคร หรือว่า Series เราเรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมได้แล้ว ซึ่งในการทำงานนี้เราก็สามารถแบ่งได้เป็น ๒ ส่วน นั่นก็คือคนทำงานในด้านของความคิด สร้างสรรค์ กับคนที่ทำงานในด้านของแรงงาน การผลิตหนัง ละคร หรือ Series ผลงาน สร้างสรรค์เหล่านี้ที่จะได้ออกมาเป็น ๑ ผลงานให้กับคุณผู้ชมที่จะได้รับชมกันนี้เราปฏิเสธ ไม่ได้เลยว่านอกเหนือจากผู้อำนวยการสร้าง ผู้อำนวยการผลิต คนเขียนบท ผู้กำกับ หรือว่า นักแสดงแล้ว ทีมงานที่เป็นเบื้องหลังก็เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการทำให้กระบวนการ การทำงานนั้นออกมาอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ จากงานวิจัยของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เรื่องของการสำรวจปัญหาและแนวทางพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมคุณภาพ ชีวิตของแรงงานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยก็ได้แบ่งเส้นลำดับชั้นในกองถ่ายภาพยนตร์ ที่รวบรวมโดยผู้วิจัย ตามสไลด์ ขอสไลด์ขึ้นด้วย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ที่ปรากฏจะเป็น Above the Line On the Line และ Below the Line ก็จะประกอบไปด้วยตำแหน่งต่าง ๆ ในสไลด์ถัดไปที่จะได้เห็นกัน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้ในกองถ่ายหลาย ๆ กอง ในเส้นแบ่งต่าง ๆ มันอาจจะเลือนรางลงไปแล้ว เพราะว่าเราถือว่าทุกคนคือคนที่ทำงานเหมือนกันหมด แต่ว่า เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทีมงาน Below the Line หรือว่าในกรอบสีแดงที่ขึ้นอยู่ในสไลด์นี้ ก็ยังมีการปฏิบัติที่แตกต่างกับทีมงานที่เป็น Above the Line หรือว่าทีมงานเหนือเส้น

ประเด็นที่ดิฉันอยากจะนำเสนอก็คือเรื่องของชั่วโมงการทำงานค่ะ ท่านประธานเชื่อหรือไม่ว่า ๘ ชั่วโมงต่อวันการทำงานของกองถ่ายนั้นไม่เคยมีอยู่จริงค่ะ ในการถ่ายทำ ๑ วันเรานับกันเป็น ๑ คิว ใน ๑ คิวเราจะเริ่มนัดกองประมาณ ๖ โมงเช้า แต่ว่า ๖ โมงเช้านี้ต้องมีฝ่ายที่มาถึงก่อนค่ะ นั่นก็คือฝ่ายสวัสดิการที่จะต้องมาตั้งแต่ตีสี่ตีห้า เพื่อมาเตรียมน้ำ เตรียมอาหารให้กับคนในกอง เรายังมีฝ่าย Location ที่จะต้องมาจัดแจง เรื่องของพื้นที่ ห้องแต่งหน้า ห้องทำผม ห้องแต่งตัว หรือว่าจัดการเรื่องที่จอดรถให้กับทีมไฟ ทีมกล้อง ทีมงานต่าง ๆ แล้วให้กับนักแสดงด้วยซ้ำ เมื่อทีมงานทุกฝ่ายมาถึงแล้ว แต่ก่อนก็จะ เริ่มกินข้าวกันแล้วก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่ละตัวเอง ก็คือนักแสดงก็ไปแต่งหน้า ทำผม ท่องบทกันไป ทีมฉาก ทีมกล้อง ทีมไฟก็จะไปทำการ Set ฉากเพื่อเริ่มถ่ายทำฉากแรก ของวัน ถึงเวลาพักเที่ยง เราได้เวลาพักเที่ยงคนละประมาณ ๑ ชั่วโมง แล้วก็จะถ่ายทำกัน ต่อไปถึงฉากสุดท้ายของวันซึ่งจะไปจบอยู่ที่ประมาณ ๔ ทุ่ม การทำงานของเรานั้นนับโดยรวม สิริรวมแล้วอย่างน้อย ๑๖ ชั่วโมง ไม่นับว่าถ้ามีฉากไหนหรือว่า Location ไหนที่เราเรียกว่า การปิด Location ก็คือการต้องถ่ายทำทุกฉากให้จบได้ที่สถานที่นั้น บางทีอาจจะต้องต่อ เวลาไปจนถึงเช้าด้วยซ้ำ สรุปแล้วอย่างที่ดิฉันบอกค่ะ ๑ วัน ๑ คิวเราทำงานกันอย่างน้อย ๑๖ ชั่วโมง ในส่วนของนักแสดง ในความคิดเห็นของดิฉันก็เป็นการใช้แรงงานเช่นเดียวกัน แต่ว่าเป็นการใช้แรงงานที่บวกกับศิลปะแล้วก็ความคิดสร้างสรรค์ในด้านของการแสดง เรื่อง ของค่าตอบแทนเราก็จะได้มากกว่าแรงงานในส่วนอื่น ๆ แต่ว่าเราต้องไม่ลืมว่าในกองถ่ายนั้น ยังมีคนที่ทำงานหนักเช่นเดียวกับเรา แล้วก็แทบจะไม่ได้พักเลย อย่างนักแสดงอาจจะยัง ได้พักบ้างในช่วงที่จัดฉาก จัดไฟ จัดกล้องใช่ไหมคะ แต่ทีมผู้ช่วยกล้อง ทีมฉาก ทีมจัดไฟ อุปกรณ์ประกอบฉากทั้งหลายแหล่เขาได้พักตอนไหนรู้ไหมคะ ได้พักตอนที่นักแสดงกำลัง ถ่ายทำอยู่ นั่นคือช่วงเวลาพักหายใจของเขาแค่นั้นเอง เพราะเมื่อสั่ง Cut ปุ๊บทุกกระบวนการ จะกลับเข้ามาใหม่ค่ะ ย้ายกล้อง ย้ายไฟ ย้ายฉากทุกอย่างวนกลับมาอย่างนี้ตั้งแต่ฉากแรก จนถึงฉากสุดท้ายเลยค่ะ ทีมงานเหล่านี้ทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมงอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าแน่นอน การออกกองถ่าย ๑ ครั้ง ผู้จัดก็ต้องจัดการให้มันคุ้มค่ามากที่สุด มีทั้งถ่ายทำฉากกลางวัน กลางคืน เพราะฉะนั้นการออกกอง ๘ ชั่วโมงไม่คุ้มค่าแน่นอน ซึ่งดิฉันเข้าใจได้ แต่ว่าสิ่งที่ แรงงานเหล่านี้ควรที่จะได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมนั่นก็คือการให้ค่าล่วงเวลาให้คุ้มค่ากับ การทำงานของพวกเขาเหล่านี้โดยทำให้เป็นบรรทัดฐาน แล้วก็มีกฎหมายที่ครอบคลุม ให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้แรงงานเหล่านี้โดนเอาเปรียบจากผู้จ้างงาน หรือว่าเราสามารถเปลี่ยน Freelance มาเป็นลูกจ้างโดยให้เขาได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายตามกฎหมายแรงงานค่ะ

ประเด็นต่อไปนั่นก็คือเรื่องของสวัสดิการของคนกองถ่าย เช่น การทำประกัน อุบัติเหตุให้กับทีมงานทุกคน เน้นย้ำว่าทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติค่ะ เราคงไม่อยากให้เกิด อุบัติเหตุเกิดขึ้นในกองถ่าย แต่เราปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่าในทุก ๆ กองถ่ายมันมีความเสี่ยงที่จะเกิด อุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เสมอ ทีมไฟที่จะต้องลงไป Set ไฟในน้ำเสี่ยงต่อการถูกไฟช็อต หรือทีมกล้อง ที่จะต้องขึ้นไป Set กล้องอยู่บนต้นไม้หรือว่าต้องขึ้นที่สูงเพื่อที่จะได้ให้กล้องมุมสูงก็เสี่ยง อันตรายในการพลัดตกลงมาเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความเสี่ยงในชีวิตทั้งสิ้น นี่ไม่นับกองถ่ายที่เป็นกองถ่าย Action ที่ต้องมีอาวุธปืน มีระเบิด ซึ่งการถ่ายทำที่ต่างประเทศเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว คำถามคือถ้าเกิดว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในกองถ่ายในประเทศไทย ความมั่นคงปลอดภัย ในการทำงานของพวกเขานั้นอยู่ตรงไหน ถ้าผู้โชคร้ายคนนั้นไม่ได้มีกฎหมายแรงงาน ที่คุ้มครองเขาจะได้รับเงินชดเชยหรือความคุ้มครองอะไรหรือไม่ บางกองโชคดีหน่อยมีผู้จัด ที่ใจดีก็จะได้รับการจัดการดูแลให้ครบถ้วนเหมาะสมแก่ทุกคน แต่ว่าเราคงไม่ต้องมารอลุ้นค่ะ มันควรจะต้องเป็นมาตรฐานที่ชัดเจนว่าทุกกองควรจะได้รับสวัสดิการแบบนี้เช่นเดียวกัน การให้แรงงานอิสระเหล่านี้ได้เปลี่ยนเข้ามาเป็นลูกจ้างโดยมีร่างพระราชบัญญัติที่เพื่อน สส. คุณเซีย จำปาทอง ได้นำเสนอเข้าสภาก็จะช่วยสนับสนุนคุ้มครองคนแรงงานที่จะเป็น ฟันเฟืองสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานเช่นเดียวกับทีมส่วนอื่น ๆ ในประเทศไทยเรามี ภาพยนตร์ Series โด่งดังมากมายสามารถเป็น Soft Power ได้ บุคลากรที่ทำงานก็เต็ม ไปด้วยผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทย ถ้ารัฐบาลอยากจะส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ให้ได้เจริญเติบโต สิ่งที่ท่านต้องไม่ลืมเลยคือ การคุ้มครองแรงงานที่เป็นทีมงานเบื้องหลังเหล่านี้ที่เขาทำงานกันอย่างหนักเพื่อสร้างสรรค์ ผลงานเช่นเดียวกัน ดิฉันอยากให้ผู้ใช้แรงงานทุกท่านได้ชมการอภิปรายนี้แล้วก็ส่งกำลังใจ ให้กับผู้ร่าง พ.ร.บ. นี้ด้วย เพราะว่าจะเป็นที่น่าเสียดายเหลือเกินถ้าร่าง พ.ร.บ. นี้ถูกคว่ำไป สิทธิ สวัสดิการ และสิ่งที่จะเป็นสิ่งคุ้มครองทางกฎหมายอื่น ๆ ที่พวกเขาควรจะได้ก็อาจจะ ไม่ได้แบบสมน้ำสมเนื้อตามที่ควรจะเป็น และดิฉันก็มีความหวังว่าร่าง พ.ร.บ. ที่นำเสนอ เข้าสภาทุกฉบับ เน้นย้ำว่าทุกฉบับนะคะ จะได้รับความเห็นชอบจากเพื่อนสมาชิกทุกท่าน เพื่อให้ สิทธิ สวัสดิการ และความคุ้มครอง ไม่ต้องเฉพาะกับคนในกองถ่ายค่ะ แต่ให้สิทธิ ความคุ้มครองให้กับพี่น้องแรงงานในประเทศไทยทุกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ