กฤช ศิลปชัย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงานภาคกลางคืน เช่น นักดนตรี DJ เด็กเสิร์ฟ และ Freelance ให้มีสิทธิเท่าเทียมกับแรงงานในระบบ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่าน สส. เซีย จำปาทอง และ สส. วรรณวิภา ไม้สน ได้เสนอ รวมถึงร่างของเพื่อน สมาชิกฝั่งรัฐบาลด้วยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอพูดในฐานะตัวแทนผู้ประกอบอาชีพ อิสระ Freelance พนักงานกลางคืน เด็กเสิร์ฟ DJ รวมถึงนักดนตรี ซึ่งผมเป็นผู้แทนอีกคน หนึ่งที่เคยประกอบอาชีพในฐานะนักดนตรีกลางคืนครับ ท่านประธานครับ ตัวอย่าง ที่ชัดที่สุด คือเราย้อนกลับไปสมัยยุคโควิด-๑๙ ระบาดในหลาย ๆ ระลอกที่มีการสั่งปิดกิจการ มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือสถานประกอบการบันเทิง ธุรกิจบันเทิง ร้านอาหาร ผับบาร์ ร้าน เหล้าต่าง ๆ ปิดก่อนเปิดทีหลัง ซึ่งแน่นอนว่าพี่น้องนักดนตรีเดือดร้อนทันทีตั้งแต่วันแรกที่ปิด แล้วก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้ผ่อนคลายจากสถานการณ์ ระลอกแรกมาปุ๊บก็ปิดก่อน เปิดทีหลัง พอทำงานไปได้สักหน่อย ระลอก ๒ มา ปิดก่อน เปิดทีหลัง ระลอก ๓ มาอีกครับ ก็ปิดก่อน เปิดทีหลัง ซึ่งการสั่งปิดเหล่านี้นำมาซึ่งปัญหาความเดือดร้อนอย่างมาก นักดนตรี คนกลางคืนขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินใช้ หลายคนหัวใจสลายเพราะต้องขายเครื่องดนตรี เครื่องไม้เครื่องมือทำมาหากินของพวกเขาที่พวกเขารักที่สุดที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา แต่ก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ นอกจากผลกระทบเรื่องไม่มีงานทำและขาดรายได้แล้ว แรงงาน ภาคกลางคืนยังต้องแบกรับความรู้สึกที่ถูกตีตราว่าเป็นต้นเหตุของการระบาดของโควิดในแต่ละ ระลอกด้วย จริง ๆ แล้วทุกอาชีพก็มีความเสี่ยงที่จะติดโควิดเหมือนกันหมดครับ ติดกันได้ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานกลางวัน คนทำงานกลางคืน ทุกคนติดเชื้อได้หมดถ้าไม่ป้องกัน ตัวเอง วันนี้ผมในฐานะตัวแทนของพวกเขา ผมต้องพูดแทนพวกเขาว่าคนกลางคืน เหล่าพี่น้อง นักดนตรี DJ เด็กเสิร์ฟ ก็อยากจะให้สังคมเข้าใจว่าอย่ามองพวกเขาเป็นแพะเลยครับ ทุกคนต้องทำมาหากิน อาชีพของพวกเขาเหล่านี้ก็เป็นอาชีพที่สุจริตเหมือนกัน ท่านประธานครับ พอมาดูการเยียวยาเมื่อเกิดเหตุระบาด แรงงานภาคกลางคืนเหล่านี้เสมือนต้องไปเสี่ยงชิงโชคไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ไม่มีมาตรการ ที่ช่วยเหลือ บางคนได้ บางคนไม่ได้ ไม่มีหลักเกณฑ์ ที่ผ่านมาไม่มีใครเคยเห็นพวกเขาว่า พวกเขามีตัวตนบ้างหรือไม่ การที่สภาผู้แทนราษฎรของเราจะผ่านร่างกฎหมายทั้ง ๒-๓ ฉบับนี้ จะเป็นการช่วยปลดล็อกให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทำงานกลางคืน นักดนตรี DJ จะกลายเป็นคนที่มีตัวตนในสังคม มีแหล่งในการประกอบอาชีพที่ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลทำให้พวกเขาที่ไม่เคยมีตัวตนในระบบแรงงานได้รับการคุ้มครองและได้รับสิทธิ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่พวกเรากำลังพิจารณาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการดูแล รักษาพยาบาล สิทธิในการดูแลจากภาครัฐในช่วงวิกฤติต่าง ๆ สิทธิในการลาต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นการลาไปดูแลบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดโดยที่ไม่ต้องกลัวว่า จะถูกไล่ออกแต่อย่างใด และที่สำคัญการมีตัวตน มีแหล่งรายได้ที่ชัดเจนแบบนี้พวกเขาจะได้ มีโอกาสในการเข้าถึงระบบสินเชื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ หรือสินเชื่อบัตรเครดิตก็แล้วแต่ที่จะเข้ามาช่วยในการดำรงชีวิตของเขาได้ ให้เหมือนกับอาชีพ อื่น ๆ ที่เป็นอาชีพในระบบซึ่งจะสร้างความมั่นคงให้กับพวกเขาได้ ท่านประธานครับ นักดนตรี DJ วงการธุรกิจสถานบันเทิงคนกลางคืนนั้นสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติมหาศาล ปีหนึ่งนับหลายแสนล้านบาท แต่การดูแลบุคลากรในแวดวงเหล่านี้กลับไม่มีมาตรฐาน ในการดูแล ไม่มีมาตรฐานในการที่จะ Support แรงงานที่มีความมั่นคงเพียงพอ ไม่สมกับที่ แรงงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศเลย สุดท้าย ผมอยากจะขอร้องให้สภาผู้แทนราษฎรของเราได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับเพื่อให้ พวกเขาเหล่านี้ได้รับสิทธิในฐานะแรงงานตามกฎหมาย มีตัวตนในการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ เฉกเช่นเดียวกับแรงงานในระบบประเภทอื่น ๆ สร้างความสมดุลในชีวิต สร้างสวัสดิภาพ ในการทำงานให้แก่บุคคลที่ทำงานในแวดวงกลางคืนหรือในแวดวงธุรกิจบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น นักดนตรี DJ เด็กเสิร์ฟ และ Freelance อื่น ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน