พลากร พิมพะนิตย์ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยเน้นการปรับปรุงสิทธิแรงงานหญิงในเรื่องการลาคลอด ค่าจ้างที่เป็นธรรม และสภาพการทำงานที่ปลอดภัย พร้อมเสนอให้พิจารณาสิทธิการลาของผู้ปกครองอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่โดยตรงในกรณีดูแลเด็กทารก และเรียกร้องความสมดุลระหว่างการคุ้มครองแรงงานกับภาระของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดเล็ก เพื่อให้กฎหมายส่งเสริมความยุติธรรมและสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมร่วมลงชื่ออภิปรายในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ท่านประธานครับ แรงงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในฐานะผู้แทนของ พี่น้องประชาชน การตระหนักถึงความสำคัญของแรงงานในประเทศไทยนับเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยกำหนดทิศทางและอนาคตเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ อย่างที่ทราบกันดีว่าแรงงาน คือรากฐานของการพัฒนาและเติบโต ไม่เพียงแต่เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ แต่ยังเป็นหัวใจ และนวัตกรรมของการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ แต่นอกเหนือจากที่เป็นกำลังหลักของทาง เศรษฐกิจแล้ว ต้องอย่าลืมว่าแรงงานหลาย ๆ คนเองยังคงเป็นพ่อหรือแม่ของลูก ๆ ของพวกเขาด้วย ด้วยเหตุนี้ผมเองจึงเห็นด้วยและสนับสนุนอย่างยิ่งกับการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้มีใจความสำคัญมุ่งไปที่การปรับปรุงกฎเกณฑ์และ จำนวนวันในการลาคลอดของแรงงานหญิง และการลาเพื่อดูแลบุตรของสามีให้เหมาะสม เนื่องจากการลาคลอดเป็นสิทธิพื้นฐานและมิติสำคัญที่สะท้อนถึงความเป็นมนุษย์ และเอื้ออาทร ในสังคม ไม่เพียงแต่ให้เวลาแก่แม่ในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจหลังจากการคลอดบุตร แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและมอบความรักความเอาใจใส่ให้กับลูก ซึ่งตรงนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี และยังช่วยให้แม่ได้ฟื้นฟูสุขภาพจิตใจ ลดความเครียด ปรับตัวเข้ากับบทบาทความเป็นแม่ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้การมีนโยบาย ลาคลอดที่ดียังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยุติธรรม ทำให้ผู้หญิงสามารถ รักษาตำแหน่งทางสังคมและอาชีพของตนได้โดยไม่ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ หรือความเสียหายทางอาชีพเนื่องจากการเป็นแม่ครับท่านประธาน นอกเหนือไปจากประเด็น เรื่องการลาคลอดแล้วยังมีประเด็นสำคัญอื่น ๆ อีกมากมายที่เราจำเป็นต้องให้ความสนใจ ในการแก้ไขในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ตัวอย่างเช่นเรื่องของค่าจ้างที่เป็นธรรม ซึ่งหมายถึงการจ่ายค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับปริมาณและคุณภาพของงานที่ได้รับ รวมถึงต้องมีความเหมาะสมกับค่าครองชีพในพื้นที่นั้น ๆ ไปจนถึงสิทธิในการทำงาน ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี อีกทั้งยังมีเรื่องของวันลา ทั้งลากิจ ลาป่วย ที่ควรมีปริมาณที่เพียงพอและมีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยรวมแล้วร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทุกฉบับในวันนี้ถือเป็น จุดเริ่มต้นสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและ คุ้มครองสิทธิของลูกจ้างในประเทศไทย ในหลักการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของ ลูกจ้างไปจนถึงยกระดับมาตรฐานคุ้มครองแรงงานให้สูงขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและ ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดีท่ามกลางความตั้งใจที่ดีนี้ยังมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจตามมาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกระทบต่อภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SMEs ที่อาจจำเป็นต้องแบกรับภาระ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือเราไม่ควรทำให้กฎหมายใหม่เป็นภาระที่หนักเกินไปจนอาจ ทำให้นายจ้างรายเล็ก ๆ หรือธุรกิจรายย่อยไม่สามารถรับไหวและต้องปิดตัวลง ซึ่งอาจทำให้ การจ้างงานลดลง นำไปสู่ปัญหาการว่างงานจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่จำเป็นต้องไปพูดคุยกันต่อระหว่างการแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการคือ ในการ แก้ไขกฎหมายเราต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการคุ้มครองแรงงานกับความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศเพื่อให้นายจ้างและลูกจ้างได้รับประโยชน์สูงสุดจากกฎหมายนี้ ซึ่งควรจะรวมถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมผ่านกระบวนการการรับฟัง ความคิดเห็นซึ่งมีปัจจัยความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความหลากหลายและครอบคลุม มากขึ้น ให้ได้รับความเห็นจากผู้มีส่วนร่วม ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สุดท้ายครับท่านประธาน สรุปว่าการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริม สิทธิและความยุติธรรมในที่ทำงาน แต่การดำเนินการควรคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะตามมา ที่เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อความยั่งยืนและการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งประเทศ
อีกประเด็นหนึ่งผมขอฝาก ตอนนี้เราคำนึงถึงเรื่องการลาของพ่อและแม่ครับ ท่านประธาน แต่ผมอยากให้มองไปถึงตรงที่ว่าถ้าสมมุติเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นกับพ่อแม่ แล้วคนที่เป็นผู้ปกครองที่เลี้ยงดูเด็กทารกในอนาคตอาจจะเป็นพี่ป้าน้าอาหรือปู่ย่าตายาย ที่ยังทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ เราจะให้สิทธิในการลาของบุคคลเหล่านี้อย่างไรถ้ามีเหตุจำเป็น ในฐานะผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าถัดจากนี้จะมีการพิจารณา คำนึงถึงทุกมิติ และมีการหารือกับทุกภาคส่วนเพื่อค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อปรับปรุง กฎหมายนี้ด้วยความหวังว่าเราจะสามารถพัฒนาปรับปรุงคุณภาพชีวิต และคุณภาพ การทำงานของแรงงานไทยให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและ มีการแข่งขันที่เป็นธรรม ขอบคุณครับ