กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ โดยนำเสนอข้อมูลผ่านสไลด์และเสนอให้มีการปรับปรุงนิยามของแรงงานให้ครอบคลุมทุกประเภทงาน กำหนดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มค่าครองชีพอย่างเป็นธรรม ยกเลิกการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นธรรม และผลักดันให้กฎหมายคุ้มครองแรงงานทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน
เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคก้าวไกล ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
กระผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือที่เรียก กันว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานเปลี่ยนชีวิตคนทำงานได้ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต ผมขอเริ่ม จากปัญหาและที่มา กฎหมายคุ้มครองแรงงานในปัจจุบันมีบางบทบัญญัติที่ไม่เหมาะสม กับสถานภาพ มีผู้ใช้แรงงานจำนวนมากต้องเผชิญปัญหาไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กระทบต่อคุณภาพชีวิตและสวัสดิการโดยรวม ทำให้แรงงานไม่มีอำนาจต่อรองและเวลาเพื่อ เรียนรู้พัฒนาตนเองอย่างเพียงพอครับ ก่อนเป็นผู้แทนราษฎรผมได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ แรงงาน ประกอบอาชีพตามที่ร่ำเรียนมาเป็นสถาปนิก เป็นช่างเขียนแบบ เป็นผู้ประกอบการ ธุรกิจรับสร้างบ้าน จึงเข้าใจดีถึงความยากลำบากของพี่น้องประชาชนที่ใช้หยาดเหงื่อแรงงาน จากสไลด์นี้เป็นข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ามูลค่าการลงทุนก่อสร้างรวม คือรวมรัฐ และเอกชน ปี ๒๕๕๖ จะอยู่ที่ประมาณ ๑.๓๔ ล้านล้านบาท ข้อมูลจาก Builk.com ที่เป็น Platform ควบคุมต้นทุนของผู้ประกอบการก่อสร้างไทยกว่าหมื่นรายได้เก็บสถิติเฉลี่ย แรงงานในการก่อสร้างอาคาร อาทิ บ้าน สำนักงาน โรงงาน คอนโดมิเนียม อยู่ที่ประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าก่อสร้าง จึงอาจจะกล่าวได้ว่าแรงงานในอุตสาหกรรมต่อปีมีมูลค่า การจ้างงานถึง ๑๔๗,๐๐๐ ล้านบาท คำถามคือพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานนี้จะทำให้ แรงงานมีชีวิตดีขึ้นหรือไม่ จากภาพเป็นภาพที่อาจจะคุ้นเคยกันดี แรงงานก่อสร้าง ท่านนี้ใน ภาพคือน้าประทีป เป็นน้าเขยของผมเอง ทำงานร่วมกันมาหลายสิบปี แกเป็นอดีตทหารเรือ รับจ้างมาแทบทุกอาชีพครับ จนมาทำงานก่อสร้าง ปัจจุบันเขาได้รับเบี้ยผู้สูงอายุแล้ว ๖๐๐ บาท แต่ว่า ๒๐ บาทต่อวันคงไม่เพียงพอกับการดำรงชีพ ทำให้เขายังต้องทำงาน หาเลี้ยงชีพโดยการฝืนร่างกายใช้แรงงานก่อสร้างต่อไป หัวใจของ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับนี้ผมขอหยิบยกมาเพียง ๓ หัวข้อที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องงานก่อสร้าง ข้อที่ ๔ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้เวลาการทำงานของลูกจ้าง สัปดาห์หนึ่ง ให้ทำงานไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมง หรือ ๕ วันต่อสัปดาห์ โดยทั่วไปอาจจะเป็นวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ๘ โมงเช้าถึง ๕ โมงเย็น เฉกเช่นข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐอื่น ข้อที่ ๕ เป็นเรื่องของการเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับ สถานประกอบการที่มีการจ้างงานรายวัน รายเดือน ให้นายจ้างจะต้องจ้างรายเดือนทั้งหมด ไม่เลือกปฏิบัติ เว้นแต่จะมีลักษณะการจ้างงานที่มีแบบเฉพาะ ได้แก่ งานในภาคการเกษตร งานก่อสร้าง หรืองานที่ไม่มีความต่อเนื่องที่ใช้แล้วเสร็จไปครับ อีกข้อหนึ่ง ข้อที่ ๑๐ เป็นการ แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาปรับค่าจ้างให้เหมาะสมต่อค่าครองชีพ เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตครับ หากเรานับว่าทุกคนคือแรงงาน เราทุกคนในที่นี้ ล้วนคือแรงงาน และได้ผลประโยชน์จากร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้ไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง อีกอาชีพหนึ่งเป็นอาชีพของครูอัตราจ้างหรือว่าพนักงานอัตราจ้าง ภาพนี้ร้องเรียน มาถึงผมว่ามีครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ใช้สัญญาจ้างที่ไม่เป็นธรรม บีบบังคับ ให้ครู ครูผู้ช่วยอยู่เวรหรือที่เขาเรียกว่าพนักงานสอนอัตราจ้างให้อยู่เวร ทั้ง ๆ ที่มีมติ ครม. ให้ยกเลิกเวรรักษาการ และคำสั่ง สพฐ. ในวันที่ ๒๖ มกราคม ในข้อที่ ๓ เขียนอย่างชัดเจนว่าให้สถานศึกษายกเลิกคำสั่งอยู่เวรรักษาการที่สั่งไว้เดิมโดยทันที ผมได้ สอบถามถึงผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้ ได้แจ้งมาว่าได้ประกาศยกเลิกแล้วจริง แต่ก็ยังให้ พนักงานที่เป็นครูอัตราจ้างอยู่เวรอยู่เช่นเคย ลองมาดูในข้อที่ ๕ ผมได้รับสัญญาจ้างฉบับนี้ สัญญาจ้างในข้อที่ ๕ บอกว่าปฏิบัติหน้าที่สอนและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย นั่นก็คือข้อมูลที่บอกว่าไม่ใช่ครู แต่สรุปท้ายก็คือให้ครูมาเป็นคนที่อยู่เวร ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ ต้องส่งให้ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาต่อไป ท้ายนี้พูดถึงการเปรียบเทียบกฎหมาย นะครับ กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับนี้เทียบกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ปี ๒๕๔๑ เทียบกับร่างของกระทรวงแรงงานและร่างของพรรคภูมิใจไทยจะพบว่า ๑๐ ข้อ ที่เป็นหัวใจหลักกลับมีเพียง ๒ ข้อเท่านั้นที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันก็คือหมวดในเรื่องของ ขอบเขตการบังคับการทำงานของภาครัฐที่เป็นเจ้าหน้าที่เหมาบริการให้ไม่น้อยกว่า พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานและสิทธิลาคลอดที่พรรคภูมิใจไทยและกระทรวงแรงงานเสนอที่ ๙๘ วัน ในขณะที่ พ.ร.บ. ฉบับพรรคก้าวไกลเสนอให้มีสิทธิลาคลอดได้ ๑๘๐ วัน แบ่งให้คู่สมรสได้ ท้ายนี้ข้อสรุป ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานของพรรคก้าวไกลอาจจะแบ่งได้ประมาณ ๙ ข้อ ในการเปลี่ยนแปลง ข้อแรกคือเปลี่ยนนิยามของลูกจ้างให้ครอบคลุมทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การจ้างงาน เช่น Rider Freelance แรงงานอิสระ ๒. คือเปลี่ยนค่าแรงรายวัน รายเดือน ๓. คือเปลี่ยนค่าแรงรายเดือนคือเท่ากับ ๓๐ วัน กล่าวคือค่าแรงคูณ ๓๐ โดยไม่ต้องหัก วันหยุดประจำสัปดาห์ เปลี่ยนในเรื่องการทำงานเป็น ๔๐ ชั่วโมง หรือ ๕ วันต่อสัปดาห์ เปลี่ยนในเรื่องให้ลาหยุดได้ ๑๐ วัน สะสมได้ต่อปี เปลี่ยนให้ค่าแรงขั้นต่ำขึ้นทุกปี ขยายตาม อัตราเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อ เปลี่ยนให้ห้ามเลือกปฏิบัติในพื้นที่ทำงาน เปลี่ยนให้ สามารถลาเพื่อดูแลผู้ป่วยบุคคลในครอบครัวได้ไม่เกิน ๑๕ วันต่อปี และเปลี่ยนให้มีพื้นที่ ปั๊มนมในที่ทำงานและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนมในที่ทำงาน ท้ายนี้ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือที่เรียกกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน เปลี่ยนชีวิตคนทำงานได้ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต ขอบคุณครับ