ธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายความเหลื่อมล้ำในการจ้างเหมาบริการภาครัฐที่ขาดสวัสดิการ และเรียกร้องให้ใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานกับลูกจ้างกลุ่มนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง พรรคก้าวไกล ขออนุญาตท่านประธานในการอภิปรายร่างกฎหมายของ ท่านวรรณวิภา ไม้สน กับท่านเซีย จำปาทอง ส่วนที่ผมติดตามมาตลอดก็คือในเรื่องของการจ้างเหมางานภาครัฐ ซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรม กับแรงงานหรือพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นคนทำงานเหมือนกัน แต่ได้รับการคุ้มครอง ไม่เหมือนกัน ทั้งที่ประเทศเรานั้นมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตั้งนานแล้ว ในส่วนของ จุดเปลี่ยน สืบเนื่องจากวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๑๑ คณะรัฐมนตรีได้มีความเห็นชอบกับ มาตรการปรับขนาดกำลังคนภาครัฐ ลูกจ้างประจำ โดยให้ส่วนราชการยุบตำแหน่ง ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ลูกจ้างประจำหมวดแรงงานที่ว่างลง ให้ทบทวนงาน ที่สามารถถ่ายโอนให้เอกชนรับไปดำเนินการแทน และให้ส่วนราชการเร่งดำเนินการจ้างเหมา บริการ ท่านประธานครับ จุดตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนทำให้หน่วยราชการนั้นไม่ต้องจ้างงาน และไม่ต้องรับผิดชอบในลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว จุดสำคัญคือสถานะของคนที่ถูก จ้างงานในภาครัฐก็คือ ๑. ข้าราชการ ๒. คือพนักงานของรัฐ ๓. คือลูกจ้างประจำ ๔. ลูกจ้าง ชั่วคราว แต่มีอีกส่วนหนึ่งลูกจ้างเหมาบริการเกิดเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ปี ๒๕๔๑ นี้เอง นั่นหมายความว่าเขาได้จ้าง ลูกจ้างเหมาบริการหรือจ้างเหมาภาครัฐนั้นมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คนในประเทศไทย แต่การจ้างนั้นไม่ได้ระบุว่าเป็นฝ่ายการจ้างบุคลากร แต่เป็น การจ้างด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริการพัสดุภาครัฐ นั่นเขาไม่ได้ตีเรื่องของเป็นคน แต่เรื่อง ของการจ้างบริการ การจ้างภาครัฐนั้นมีทั้ง ๒ แบบ แบบที่จ้างโดยบริษัทหรือนิติบุคคล หรือคณะบุคคล หรือการจ้างโดยตรง เฉพาะโดยตรงนั้น ๘๐๐,๐๐๐ คน คนเหล่านี้ พี่น้อง เหล่านี้ที่เป็นลูกจ้างเหมาภาครัฐลำบากครับ เวลาป่วยไม่สามารถได้รับสวัสดิการ เจ็บป่วย รักษาเอง ไม่มีสวัสดิการอะไรให้เลย มันต่างจากลูกจ้างอื่น เวลาขาดงานถูกหักเงินจาก ค่าเหมาบริการออกไป เวลาเกษียณไม่มีบำเหน็จบำนาญ เวลาตายไม่มีเงินชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น และการประกันสังคมบางทีก็ไม่ได้เหมือนกับลูกจ้างเหมาบริการ หรือลูกจ้างเอกชน ซึ่งได้รับ การคุ้มครองแรงงานตามกฎหมายแรงงาน นี่คือความเหลื่อมล้ำมากที่สุดที่มันเกิดขึ้นกับ ประเทศนี้สำหรับคนทำงานเหมือนกัน ประเด็นอยู่ที่ว่าหน่วยราชการซึ่งควรจะเป็นแบบอย่าง ที่ดีในการจ้างงานแต่มิได้กระทำ ผมอ้างตัวเลขนิดหนึ่ง ข้าราชการที่หน่วยราชการ สังกัด ฝ่ายบริหารมีทั้งหมด ๒,๖๖๙,๐๓๙ คน ส่วนท้องถิ่นมีประมาณ ๔๘๖,๕๕๖ คน นอกฝ่าย บริหารมีทั้งหมด ๔๓,๕๑๑ คน นั่นหมายถึงว่าสภาผู้แทนราษฎร องค์กรอิสระ ศาล องค์กร อื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่กับอำนาจของฝ่ายบริหาร ซึ่งรวมทั้งหมดมีประมาณ ๓ ล้านกว่าคน แต่มี อีกส่วนหนึ่งก็คือการจ้างเหมาบริการที่เกิดมาวันที่ ๖ พฤษภาคม ปี ๒๕๔๑ นั่นก็คือ มีอีกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ตรงนี้เป็นแค่การจ้างพัสดุจ้างเหมางาน และ สวัสดิการเขาไม่ได้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่แก้ไขมาตรา ๔ ของท่านวรรณวิภา ไม้สน ก็ระบุไว้ชัด ระบุว่าให้หน่วยราชการ ภูมิภาค ท้องถิ่น ส่วนกลาง รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน ของรัฐที่ตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา ในหน่วยงานข้างต้นได้มี พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือหลักกฎหมายอื่น ๆ ได้บังคับแล้ว ให้กฎหมายนั้นหากมีบทบัญญัติให้ดำเนินสิทธิประโยชน์ของผู้ปฏิบัติงาน แรงงาน ข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้าง หรือมาตรฐานในการคุ้มครองแรงงานต่ำกว่ากำหนด ในพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน อันนี้คือจุดสำคัญนะครับ หมายความว่า ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ผ่านสภาแห่งนี้ออกบังคับใช้ นั่นคือในส่วนของผู้ปฏิบัติงาน นั่นคืออาจจะเป็นลูกจ้างเหมาภาครัฐจะได้รับการคุ้มครองนี้ สิ่งที่ระบุว่าต่ำกว่ากฎหมาย แรงงาน นั่นคือไม่มีสวัสดิการต่าง ๆ ก็จะมีขึ้น ในส่วนของการรักษาพยาบาลต่าง ๆ ที่ไม่เคยมี ก็จะมีขึ้น คุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน วันหยุด วันลาต่าง ๆ ก็จะมีในส่วนนี้ให้ แล้วก็ ในส่วนของการที่จะพ้นตำแหน่งจะมีเงินสะสม มีประกันสังคม มีอะไรขึ้นมาโดยไม่น้อยกว่า พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ตรงนี้เป็นมิติใหม่ของการร่างกฎหมายก้าวหน้าขึ้นในการคุ้มครอง กฎหมายภาครัฐ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ที่ร่างนี้อาจจะไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด แต่มันสามารถ ที่จะเข้าไปในวาระที่ ๒ สามารถปรับให้คุ้มครองแรงงานทั้งหมดได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผม ได้ต่อสู้มาตลอด ๔ ปี ตอนเป็น สส. สมัยแรก ผมยื่นกระทู้ไปประมาณ ๔ ครั้ง และสอบถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาตอบแต่ละครั้งก็ไม่สามารถตอบได้ แต่เมื่อล่าสุด ผมประชุมวิปฝ่ายค้าน เขาบอกว่าที่ผมได้กระทู้ไป ๔ ครั้งนั้น ตอนนี้เขาได้ร่างเป็นร่าง มาประกบร่างนี้ด้วย ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเป็นผู้จ้างเหมาแรงงานภาครัฐ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ คนที่จะได้กฎหมายฉบับนี้ และขอให้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้โหวตรับร่างนี้ นอกจากนั้นในส่วนของร่างของท่านเซีย จำปาทอง ไม่ว่าการเปลี่ยนเงินรายวันเป็นรายเดือน เดือนหนึ่งเท่ากับ ๓๐ วัน ค่าแรงขั้นต่ำต้องขึ้นทุกปี การลาดูแลผู้ป่วย พื้นที่ปั๊มนมในที่ทำงาน ทำงาน ๔๐ ชั่วโมง หรือ ๕ วันต่อสัปดาห์ ลาหยุด ๑๐ วันต่อปีสะสมได้ และห้ามเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน สิ่งเหล่านี้เป็นอีกร่างหนึ่งที่จะคุ้มครอง แรงงานของพี่น้องแรงงานของประเทศนี้ให้ได้รับการคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานสากล ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นผมจึงขอกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้โปรด ช่วยกันให้ผ่านทั้ง ๒ ร่าง ทั้งร่างของท่านเซีย จำปาทอง และท่านวรรณวิภา ไม้สน และหวังว่า เราคงได้ทำในวาระ ๒ และทุกร่างด้วย หมายถึงร่างของรัฐบาล ร่างของพรรคภูมิใจไทยด้วย หวังว่าจะได้ทำร่วมกัน แล้วก็สร้างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ดีที่สุดเท่าที่มีในประวัติศาสตร์ครับ