ธิษะณา สนับสนุนแก้แรงงานก้าวหน้า ย้ำไม่เลือกปฏิบัติ-คุ้มครองหลากหลาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

ธิษะณา ชุณหะวัณ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน โดยเน้นย้ำความสำคัญของมาตรา ๑๕ ที่ปรับให้คุ้มครองแรงงานอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติจากความหลากหลายทางเพศและปัจจัยอื่น ๆ พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรมในสถานประกอบการให้กลุ่มข้ามเพศและกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาการถูกกีดกันในการจ้างงาน

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ถูกเสนอโดยเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกล คุณเซีย จำปาทอง และคุณวรรณวิภา ไม้สน การแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีสาระสำคัญอยู่ ทั้งหมด ๑๐ ประเด็น ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก่อนหน้านี้ก็ได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นเรื่องการทำงานเกินเวลาโดยที่ไม่ได้รับ OT การลาหยุดได้ ๑๐ วันต่อปี การลาดูแล ผู้ป่วย การทำสัญญาจ้างแบบรายเดือนแทนรายวัน แล้วก็เรื่องรวมแรงงานนอกระบบเข้ามา อยู่ข้างในระบบค่ะ ครั้งก่อนหน้านี้ดิฉันก็คงได้อภิปรายสนับสนุนเรื่องดังกล่าวกัน อย่างครบถ้วนแล้ว แต่ประเด็นที่ดิฉันต้องการให้ความสำคัญก็คือมาตรา ๑๕ ของ พ.ร.บ. ดังกล่าวหรือการเลือกปฏิบัติในพื้นที่ทำงานกับท่านประธาน พระราชบัญญัติเดิม มาตรา ๑๕ ให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างและหญิงเท่าเทียมกันในการ จ้างงาน เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้ ร่างแก้ไขใหม่ มาตรา ๑๕ ให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แสดงออกถึงการกีดกัน แบ่งแยกจำกัดสิทธิโดยเหตุผลความแตกต่างทางเชื้อชาติ ภาษา เพศสภาพ ความทุพพลภาพ สภาพร่างกาย สถานะทางเศรษฐกิจ ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือการเห็นต่าง ทางการเมือง ผู้อื่นที่ไม่ได้รับสิทธิที่เขาพึงจะได้ตามกฎหมายตามความในวรรคหนึ่ง ครอบคลุมถึงการสรรหา คัดเลือก และการทำงานในสถานประกอบการ การเพิ่มค่าจ้าง การเลื่อนตำแหน่ง ตลอดจนสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงจะได้รับสิทธิ ตามกฎหมายทั้งชายและหญิงโดยเท่าเทียมกันในการจ้างงาน เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพ ของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้ อย่างที่ระบุในรายละเอียดเบื้องต้นของร่างรายงานประกอบ พิจารณาร่างกฎหมายนี้จนถึงปัจจุบัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานถูกบังคับใช้มากว่า ๒๐ ปี แล้วค่ะท่านประธาน มีการแก้ไขอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีครั้งไหนเลยที่ยังยืนยันและปกป้อง สิทธิของแรงงานได้อย่างเท่าเทียมกัน และไม่มีครั้งไหนเลยที่จะยืนยันถึงการเคารพของ ความแตกต่างและหลากหลายและไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะในเรื่องของอัตลักษณ์ทางเพศ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้จะเป็นการแก้ไขครั้งแรกที่ยืนยันถึง หลักการของความเท่าเทียมบนพื้นฐานของความแตกต่างในโลกใบนี้ค่ะท่านประธาน ตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบันมนุษย์เราไม่ได้มีเพียงเพศชายและหญิงตาม Bible แต่เรามีวิถีชีวิตและ อัตลักษณ์ที่หลากหลายจนเราไม่จำเป็นต้องนิยามความเป็นเพศลงในตัวบุคคลด้วยซ้ำ นอกเหนือจากเหตุผลด้านสุขภาพ และประเทศไทยเราก็เคยโฆษณาว่าเป็นประเทศ ที่เปิดรับความหลากหลายค่ะท่านประธาน บุคคลข้ามเพศโด่งดังไปทั่วโลก เป็นที่ยอมรับ ระดับประเทศ ดึงนักท่องเที่ยวมากมาย มีนักแสดง นักกฎหมาย นักการเมืองและอีกหลาย สาขาอาชีพที่มาจากบุคคลข้ามเพศและกลุ่มเพศหลากหลายค่ะ กลับมาดูร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพและกิจกรรม ทางเศรษฐกิจ กฎหมายสำคัญที่ใช้ในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์กลับระบุเป็น เพียงเพศชายและเพศหญิงเพียงเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นดิฉันยังไม่เคยรับทราบมาก่อน ซึ่งในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ จากรายงานของ Trans Talents พบว่ากว่า ๗๗ เปอร์เซ็นต์ของบุคคลข้ามเพศถูกปฏิเสธการจ้างงานมากกว่า Gay Lesbian และ Bisexual เสียอีกค่ะเมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ ตรงกันข้ามกับเพศสภาพแล้ว กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศต้องพบปัญหาและ อุปสรรคในการเข้าทำงานมากกว่าถึง ๓ เท่าค่ะท่านประธาน จากรายงานของ Trans Talents ดังกล่าวที่ดิฉันพูดถึง นี่คือคำพูดของคุณนิกกิ ภิญญาปิญชาน์ หนึ่งในบุคคลข้ามเพศ และผู้ก่อตั้ง Trans Talents ค่ะ เช่นเดียวกันกับรายงานของ World Bank หรือธนาคารโลก ในปี ๒๐๑๗ สรุปชัดเจนว่าการถูกเลือกปฏิบัติของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศเกิดขึ้น มากที่สุดในสถานที่ทำงาน และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระดับความเข้มข้นของการข้ามเพศ ทางกายสภาพ ซึ่งคนข้ามเพศจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดในบรรดากลุ่มผู้ได้รับ ความหลากหลายทางเพศค่ะ ทั้งนี้การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕ ของพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงานยังเป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการในรัฐธรรมนูญซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๒๗ ซึ่งระบุว่า การเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุผลแตกต่างทางถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางร่างกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรมหรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัด ต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใดจะกระทำมิได้ ประกอบกับในปี ๒๕๕๘ สภานิติบัญญัติก็ได้มีการผ่าน พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศออกใช้บังคับ ซึ่งก็ได้เน้นย้ำ ให้กำหนดในการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมทางเพศจะกระทำมิได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะ ทางตรงหรือทางอ้อมจะเป็นความผิด ต้องชดเชยให้กับผู้เสียหายถ้ามีการเลือกปฏิบัติ ดังนั้น การแก้ไขมาตรานี้จึงสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพื่อทำให้สอดคล้องกับระบบกฎหมายทั้งในส่วนของ รัฐธรรมนูญและในส่วนของพระราชบัญญัติค่ะ อีก ๑ ประเด็นสำคัญที่ดิฉันอยากชวน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกคนพิจารณาในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วค่ะ ซึ่งล้วนมีการ ระบุถึงการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมทางเพศในที่ทำงานในบางประเทศถึงขนาด มีระบุออกมาเป็นกฎหมายเฉพาะ เช่น พระราชบัญญัติความเท่าเทียมในการจ้างงาน The Employment Equity Act ของประเทศไอซ์แลนด์ซึ่งมีการบังคับใช้ในระหว่าง ปี ค.ศ. ๑๙๙๘-๒๐๑๕ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมทางเพศของสหราชอาณาจักรออสเตรเลีย แคนาดา สวีเดน สเปน เดนมาร์ก และอีกหลายสิบประเทศก็ล้วนมีตรากฎหมายเพื่อยืนยันถึง หลักการนี้แล้วทั้งสิ้น หากประเทศไทยอยากพัฒนาตนเองไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว และให้ ความสำคัญกับความเท่าเทียม สิ่งนี้ก็คือเงื่อนไขสำคัญที่เราจะต้องเร่งมือทำอย่างจริงใจ และจริงจัง และพวกเรายังหวังว่าจะลงสมัครในตำแหน่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่ง สหประชาชาติจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ายังไม่มีความเคารพในความแตกต่างทางเพศ โดยสรุปแล้ว ดิฉันขอเน้นย้ำไปยังท่านประธานและเพื่อนสมาชิกในสภาทุกท่านว่าการแก้ไขมาตรา ๑๕ ของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเพื่อหลักการไม่เลือกปฏิบัติและขยายขอบเขตการคุ้มครอง แรงงานให้ชัดเจน สอดรับบริบทบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ผู้เห็นต่างทางการเมือง ผู้มีความทุพพลภาพ และความเชื่อทางศาสนาที่หลากหลายซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งกำลัง ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสกับระบบแรงงานของพวกเรา ปัญหานี้ถ้าไม่แก้ไขตอนนี้ ก็คงไม่รู้ว่าจะไปแก้ตอนไหน ไม่มีเหตุผลไหนเลยที่เราจะไม่ช่วยกันรับรองสิทธิเสรีภาพและ คุ้มครองสิทธิของแรงงานให้ได้เท่าเทียมกับพวกเรา ผลประโยชน์ที่เราได้รับคือผลประโยชน์ ต่อประเทศนี้ ต่อระบบเศรษฐกิจและต่อสังคมของพวกเรา พวกเราไม่มีอะไรจะต้องสูญเสีย มีแต่จะได้ประโยชน์ ดิฉันจึงขอให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นชอบในร่างแก้ไขนี้ทั้ง ๒ ร่างของ พรรคก้าวไกลเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นและผลักดันสิทธิของแรงงาน ให้คนไทยได้รับความเคารพ และอยู่เหนืออำนาจเงินตรา ถูกปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์ในที่ทำงานค่ะท่านประธาน เราปฏิเสธ ไม่ได้ว่าเราอยู่ในระบอบทุนนิยมที่มีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูง เช่น ความเหลื่อมล้ำระหว่าง นายทุนและลูกจ้าง เพราะมันเป็นธรรมชาติของระบบทุนนิยมอยู่แล้ว เนื่องจากทฤษฎีของ การประกอบธุรกิจระบบทุนนิยมเราต้องเอากำไรและลดค่าใช้จ่ายถูกไหมคะ การพัฒนา ทางเทคโนโลยีก็ทำให้เกิดการทดแทนของมนุษย์และแรงงานด้วยเครื่องจักรกลที่จะลด การจ้างงานในประเทศ ค่าแรงขั้นต่ำ และการแทนที่ของเครื่องจักรกับแรงงานก็มากขึ้น ลดต้นทุนการผลิตใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นการได้รับสวัสดิภาพที่เท่าเทียมของแรงงาน การพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีของแรงงานก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องสนใจ เนื่องจากประเทศ ของเรามีความเหลื่อมล้ำและช่องว่างความมั่งคั่งสูงที่สุดในโลก ตามรายงานของ Credit Suisse รายงานว่าความมั่งคั่งทั่วโลกตาม Databook เขียนไว้ว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ของคนที่ ร่ำรวยในประเทศไทยควบคุมความมั่งคั่งของประเทศได้มากถึง ๖๗ เปอร์เซ็นต์ การที่มี ความเหลื่อมล้ำสูงทำให้ชนชั้นแรงงานไม่สามารถขึ้นไปอยู่บนยอดของพีระมิดของประเทศ ได้เลย หรือเป็นเพราะการผูกขาดทางการค้า หรือในระดับของชนชั้นกลางก็ยิ่งยาก และความอยุติธรรมทางการแข่งขันทางการค้าภายในประเทศบวกกับไม่มีสวัสดิการที่ดีให้กับ ชนชั้นแรงงาน ให้ทุกคนมีสิทธิในการตั้งตัว เงินบำนาญต่าง ๆ การสนับสนุนธุรกิจรายย่อย หรือสิทธิของแรงงานที่กำหนดอยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานของพรรคก้าวไกล อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่าถ้าเราจะยึดหลักของระบบสังคมนิยมประชาธิปไตยอย่างในประเทศยุโรป ตอนเหนือหรือสแกนดิเนเวีย คือการที่รัฐกำหนดนโยบายที่ส่งเสริมด้านความยุติธรรมในการ แข่งขันทางการค้า ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจภายใต้ระบอบทุนนิยม กระจายรายได้ ควบคุมเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์โดยรวม และการต่อสู้กับระบอบทุนนิยมที่ตามธรรมชาติ มีความเหลื่อมล้ำสูงให้มีความเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น เราไม่สามารถปฏิเสธระบบทุนนิยมเสรีได้ ถูกต้อง เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องแข่งขันและประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ ก็สนับสนุนระบบนี้ในการค้าเสรีหรือ Free Trade ค่ะ แต่เราสามารถที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ให้กับพี่น้องแรงงานได้โดยสร้างสวัสดิการที่เท่าเทียมและสิทธิของแรงงานอย่างเท่าเทียมตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานของพรรคก้าวไกลค่ะท่านประธาน และการพัฒนาทักษะของพี่น้อง แรงงานให้เข้ากับเทคโนโลยี นวัตกรรม การเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียม เพราะแรงงานคือ ผู้สร้างชาติ ไม่ใช่ทรราชตนใด ขอบพระคุณค่ะ