นพดล ทิพยชล สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทุกร่าง และอภิปรายเพื่อเป็นปากเป็นเสียงสะท้อนปัญหาแทนพี่น้องคนทำงาน โดยเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาสวัสดิการของคนงาน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าจ้างลูกจ้างรายวันของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เป็นธรรม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคุ้มครองแรงงาน โดยนำตัวอย่างกรณีจากประเทศออสเตรเลีย และเรียกร้องให้สภาแห่งนี้รับร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๔ อำเภอปากเกร็ด เฉพาะตำบลบางพูด ตำบลบ้านใหม่ ตำบลคลองเกลือ และตำบลบางตลาด จากพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอ มีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทุกร่างเลยครับท่านประธาน ที่เข้าสู่สภาของเราในการพิจารณาในวันนี้ ท่านประธานครับ วันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้นำเสนอในหลากหลายประเด็นแล้ว ผมคงจะใช้เวลาไม่มาก เพียงจะอภิปรายเสริม เพื่อนสมาชิกในบางประเด็นในฐานะที่ผมเคยทั้งวิศวกรในโรงงานแล้วก็เป็นพนักงานออฟฟิศ ผมเคยทำงานในระบบประกันสังคมมาโดยตลอดเกือบ ๒๐ ปี ตั้งแต่เรียนจบการศึกษามา จนกระทั่งวันสุดท้ายก่อนที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎรของคนจังหวัดนนทบุรีครับ ผมขอร่วม อภิปรายเพื่อเป็นปากเป็นเสียงสะท้อนปัญหาแทนพี่น้องคนทำงานใน ๔ ประเด็นดังนี้ครับ ท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ เรื่องสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ท่านประธานครับ ความท้าทายที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนทำงานคือความมั่นคงในชีวิตทางการเงิน หลังเกษียณอายุ ดังนั้นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแทบจะเป็นความหวังเดียวของคนทำงาน ที่เขาวางแผนอยากจะมีความมั่นคงทางการเงินเมื่อถึงวัยเกษียณ ๕๕ ปีครับ แต่ในปัจจุบัน กลับพบว่ามีนายจ้างเพียง ๒๒,๘๒๑ ราย หรือคิดเป็นเพียงแค่ ๔.๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากนายจ้างทั้งหมดที่มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพี่น้องคนทำงาน นั่นหมายความว่าคนทำงานอีกกว่า ๑๒ ล้านคนที่ยังไม่มีความมั่นคงทางการเงินหลังจาก เกษียณ ต้องพูดกันตรงไปตรงมาครับท่านประธาน เงินบำนาญหรือบำเหน็จที่ได้รับจาก ประกันสังคมนั้นไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพหลังเกษียณแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ประเทศเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุครับ Aging Society นี่คือความท้าทายที่สำคัญของ ประเทศเรา หากว่าผู้สูงอายุมีเงินใช้ไม่เพียงพอจะกระทบกับเศรษฐกิจเราทั้งระบบ ลูกหลาน วัยทำงานที่เขาควรจะเก็บเงินไว้สร้างครอบครัวและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ต่อไปในอนาคตก็จะต้องมีภาระมาเลี้ยงดูผู้สูงอายุ ผมจึงขอเป็นตัวแทนพี่น้องคนทำงาน เรียกร้องให้รัฐสร้างแรงจูงใจ เช่น การลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการเพื่อสร้าง แรงจูงใจให้ผู้ประกอบการได้จัดให้มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพี่น้องคนทำงาน ทุกคนครับ
ประเด็นที่ ๒ การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับคนทำงานในระบบ คนทำงานในระบบมักจะบ่นกันบ่อย ๆ ครับท่านประธาน ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่า คนทำงานในระบบเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายโดยหักจากบัญชีเงินเดือนตรงเป๊ะ ตรงเวลา ทุกเดือน เข้าใจครับว่าการเสียภาษีคือภาระหน้าที่อันพึงกระทำของคนทำงานทุกคน เหมือนที่เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) บิดาผู้ร่วมสร้างชาติของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวไว้ว่า ๒ สิ่งที่มนุษย์เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ๑. คือความตาย กับ ๒. คือภาษี แต่นโยบายจากภาครัฐในอดีตที่ผ่านมาคนทำงานในระบบแทบจะไม่ได้รับผลประโยชน์เลย คนทำงานต้องการทำอาชีพเสริม เช่น เปิดร้านกาแฟ หรืออยากจะเปิดร้าน Franchise ต่าง ๆ แต่พอจะขอกู้เงินจากสถาบันทางการเงินกลับได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงที่เป็นแบบสินเชื่อ ส่วนบุคคลครับ ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยในระดับ SMEs ดังนั้นรัฐควรจะช่วยหาแนวทางให้ คนทำงานในระบบได้รับดอกเบี้ยเช่นเดียวกับของ SMEs เช่นกัน อย่างเช่นผมยกตัวอย่าง หากผมมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ ๑ ล้านบาท ซึ่งผมไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ เพราะตาม กฎบริษัทส่วนใหญ่หากลาออกจากกองทุนแล้วจะไม่สามารถกลับมาใหม่ได้อีกครั้ง ดังนั้นเงิน ๑ ล้านบาท ที่ผมมีอยู่ในกองทุนนี้ควรจะสามารถนำไปค้ำประกันกับสถาบันการเงินเพื่อให้ได้ อัตราสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระดับเดียวกับ SMEs นี่คือ ๑ ประเด็นที่คนทำงานฝากผม เป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาให้เขาผ่านสภาแห่งนี้ครับ
ประเด็นที่ ๓ เพิ่มทางเลือกในการรับเงินเกษียณเมื่อส่งเงินสมทบเกิน ๑๘๐ งวดครับ เรื่องนี้เข้าใจว่าเป็นปัญหาค้างมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วครับท่านประธาน ปัจจุบันคนทำงานได้ส่งเงินสมทบประกันสังคม ๑๘๐ งวด แล้วก็มีอายุครบ ๕๕ ปีด้วย มีทั้งหมดประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเขาจะได้รับเงินเกษียณเป็นแบบบำนาญ คือได้รับ เป็นรายเดือนเท่า ๆ กันทุกเดือน แต่มีคนทำงานจำนวนไม่น้อยครับท่านประธานที่เขา เกษียณจากงานประจำแล้วแต่อยากได้เงินก้อนเพื่อไปลงทุนต่อ เพื่อความมั่นคงทางเงินให้กับ ครอบครัวของเขาในวัยหลังเกษียณ จะให้เขาไปกู้จากสถาบันการเงินดอกเบี้ยก็โหดร้าย ทารุณกับเขาเกินไปครับท่านประธาน ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องแก้ระเบียบการจ่ายเงิน เกษียณสำหรับผู้ที่สมทบครบ ๑๘๐ งวด เพิ่มทางเลือกให้เขาสามารถวางแผนทางการเงิน ได้เองว่าจะรับเป็นเงินก้อนเลยเพื่อนำไปลงทุนต่อหรือว่าจะรับเป็นบำนาญรายเดือนแบบเดิม ก็ได้เช่นกันครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน อัตราค่าจ้างลูกจ้างรายวัน ที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมยกตัวอย่างกรณีของทางหลวงชนบทในจังหวัดนนทบุรี เรื่องที่นอกจากจะเป็นปัญหาของคนทำงานแล้วยังเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ทุกคนที่ใช้ท้องถนนยามวิกาลด้วยครับท่านประธาน หน้าที่ของกรมทางหลวงชนบทนอกจาก จะบริการประชาชนในเรื่องของถนนแล้ว ยังมีระบบแสงสว่างที่ต้องดูแลให้กับพี่น้องประชาชน ที่ใช้ท้องถนนในยามวิกาลด้วยครับ แต่ปัญหาเหล่านี้คือไฟฟ้าถนนของกรมทางหลวงติด ๆ ดับ ๆ เพราะอะไรครับ เนื่องจากเขาขาดแคลนเจ้าหน้าที่ในการซ่อมบำรุง สาเหตุก็เนื่องจาก ค่าแรงและสวัสดิการที่ไม่เป็นธรรมและไม่สร้างแรงจูงใจให้คนมาทำงานให้กับกรมทางหลวงชนบท ท่านประธาน อย่างในจังหวัดนนทบุรีพื้นที่ของผมนั้นไฟฟ้าของกรมทางหลวงชนบท มีปัญหาบ่อยและใช้เวลาในการแก้ปัญหานานมาก ผมได้เคยหารือกับทาง ผอ. กรมทางหลวงชนบท ของจังหวัดนนทบุรีถึงสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร ท่าน ผอ. บอกผมว่าเพราะว่าค่าแรงลูกจ้าง รายวันตามระเบียบของกรมทางหลวงชนบทจ้างได้แค่วันละ ๓๗๗ บาท วันไหนหยุดไม่ได้เงิน เฉลี่ยแล้วเขาได้รับเงินเดือนประมาณ ๙,๐๐๐ บาทต่อเดือน แถมยังเป็นลูกจ้างรายวันด้วย อย่างนี้ใครจะมาสมัครเป็นช่างไฟฟ้าให้กรมทางหลวงครับ ถึงเวลาที่รัฐต้องทบทวนค่าจ้าง ให้เป็นธรรม เปลี่ยนจากลูกจ้างรายวันให้เป็นรายเดือน พร้อมทั้งให้เขาได้รับสวัสดิการ ที่เหมาะสมให้เป็นคนที่ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรีได้แล้วครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน ไม่นานมานี้สภานิติบัญญัติของประเทศออสเตรเลีย เตรียมออกกฎหมายให้ลูกจ้างสามารถเมินเฉยต่อนายจ้างหลังจากเวลางานได้ ไม่ว่าจะเป็น ทางโทรศัพท์ LINE หรือว่า e-Mail ก็เช่นกัน ประเทศออสเตรเลียเขาเริ่มแล้วในการให้ ความสำคัญกับชีวิตของคนทำงานทุกคน เพราะเขาเชื่อว่าผลของงานจะออกมาดีได้อย่างไร หากคุณภาพชีวิตของคนทำงานนั้นยังไม่ได้รับการดูแลที่ดีเพียงพอจากภาครัฐ แล้วเราละครับ ท่านประธาน ประเทศเราจะวาง Position ของเราไว้ตรงไหนในเรื่องของแรงงานตรงนี้ ดังนั้นผมหวังว่าสภาแห่งนี้จะรับร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานจากเพื่อนสมาชิกของทุกพรรค การเมือง ผมเน้นย้ำนะครับ ของทุกพรรคการเมือง ถึงเวลาแล้วที่ความฝันและความหวัง ของคนทำงานทุกคนจะได้ทำงานพักผ่อน Balance และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ขอบคุณครับ ท่านประธาน