ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับ โดยให้ความสำคัญกับร่างที่ครอบคลุมการจำกัดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การเปลี่ยนแรงงานรายวันเป็นรายเดือน และการคุ้มครองแรงงานเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และไรเดอร์ ที่ถูกจัดเป็นผู้ร่วมงานเพื่อเลี่ยงภาระทางกฎหมาย พร้อมเสนอให้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำอัตโนมัติตามภาวะเศรษฐกิจ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกใช้เป็นประเด็นทางการเมือง และเรียกร้องให้ยกระดับความเสมอภาคในที่ทำงานโดยอ้างอิงกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติจากสหรัฐอเมริกาเป็นแนวทาง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล จังหวัด ปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วม อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทั้ง ๓ ฉบับเลย โดยขอเน้นฉบับของคุณเซีย จำปาทอง สส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล เหตุที่เน้นของคุณเซียเพราะเป็นกฎหมาย ที่ครอบคลุมหลายประเด็นมาก ๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่นห้ามทำงานเกิน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือว่าให้แรงงานต่าง ๆ รายวันให้เปลี่ยนเป็นรายเดือน แล้วก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่ น่าสนใจ ซึ่งผมจะพูดต่อไปนี้
ประเด็นแรก ก็คือว่าห้ามเลือกปฏิบัติ หรือ Discrimination ในที่ทำงาน อันนี้ไม่ว่าจะเป็นเลือกปฏิบัติในเรื่องของเพศ เชื้อชาติ ภาษา อายุ รูปร่างหน้าตา ความพิการ ความเชื่อหรือสถานะทางเศรษฐกิจถือเป็นกฎหมายที่ก้าวหน้ามาก เพราะว่าผมเคยทำงาน อยู่ที่นิวยอร์ก ๑๐ กว่าปี เป็นทั้งพนักงาน เป็นทั้งผู้จัดการ แล้วก็เปิดบริษัทเองด้วยที่นั่น ในตำแหน่งของผู้จัดการแผนก IT ผมก็เคยประกาศหางาน แล้วก็ระบุลักษณะงาน คุณสมบัติ ชายหรือหญิงก็ได้อายุไม่เกิน ๓๕ ปี ผมได้เอาใบนี้ไปคุยกับ HR แล้วทาง HR เขาบอกว่า คุณระบุแบบนี้ไม่ได้ ผิดกฎหมาย ผมก็สงสัยมาก ๆ ถือเป็น Culture Shock ครั้งแรกเลย ที่ระบุอายุลงไปแล้วผิดกฎหมาย เพราะว่าในประเทศสหรัฐอเมริกามีกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับ อย่างน้อย ๆ ๒ ฉบับ ฉบับแรกคือ Age Discrimination in Employment Act ซึ่งเป็น กฎหมายของรัฐบาลกลางที่ใช้ทั่วประเทศ คือห้ามการกระทำใด ๆ ที่เป็นการลดโอกาส คนทำงานที่มีอายุ ๔๐ ปีขึ้นไปครับ เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนก็จะประกาศหางานว่าห้ามคน อายุเกิน ๔๐ ปีมาสมัคร อย่างนี้เป็นการลดโอกาสคนเหล่านั้น อันนี้เป็นการทำที่ผิดกฎหมาย อีกกฎหมายหนึ่งครับ The New York State Human Rights Law เป็นกฎหมายระดับรัฐ ในมหานครนิวยอร์กเท่านั้น ก็คือการห้าม Discrimination หรือการเลือกปฏิบัติจากลักษณะ ของบุคคล ซึ่งรวมถึงอายุด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน การขับออก การไล่ออก การ Promote หรือการเลื่อนตำแหน่ง หรือการเลื่อนการให้เงินเดือน ห้าม Base on อายุ อันนี้ผิดกฎหมาย ทั้งสิ้น แล้วก็มีครั้งหนึ่งที่มีผู้สมัครเข้ามา ผมเชิญเข้ามาสัมภาษณ์ ปรากฏว่าเขาเป็นใบ้แล้วก็ หูหนวก ก็มานั่งสัมภาษณ์กันโดยการพิมพ์คุยกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องระบุในใบสมัคร ของผู้สมัครว่าเป็นคนพิการ อันนี้คือการเปิดโอกาสให้กับคนพิการได้มาสัมภาษณ์ แล้วถ้า มีคุณสมบัติครบก็ได้ทำงานตามปกติ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ก้าวหน้ามาก ๆ แต่ที่นิวยอร์ก ที่อเมริกา เขามีแล้ว แล้วผมก็อยากให้ประเทศไทยของเราโอบรับความหลากหลาย โอบรับ กลุ่มเปราะบางเหล่านี้ให้เขามีโอกาสเท่ากับทุกคนในสังคม ให้เขาได้มีงานปกติทำเหมือน ทุกคนในสังคม โดยเฉพาะงาน IT การเป็นใบ้หรือหูหนวกไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลยถ้าเขาทำงานได้ ผมจึงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคุณเซีย จำปาทอง เป็นอย่างยิ่ง และผมก็ได้รับทราบมาจากจิ้งจกในสภาว่าร่างนี้จะถูกคว่ำ เนื่องจากว่าสภา แห่งนี้เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ก้าวหน้าเกินไป ให้สิทธิแรงงานมากเกินไปจนอาจจะทำให้ นายจ้างต้องใช้เงินเยอะ ต้องขาดทุนกำไร สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศไทย นายจ้างกำไรอยู่แล้ว เพียงลดกำไรลงมานิดหนึ่งเพื่อจัดสรรให้กับแรงงานน่าจะเป็นเรื่องที่ดี และแรงงานทุกวันนี้เราก็เห็นอยู่แล้วว่ารายได้ของเขาไม่ได้เยอะเลย อันนี้คือเรื่องแรกของเรื่อง Discrimination ที่ผมจะพูดถึง สังคมไทยด้วยตอนนี้เป็นสังคมผู้สูงวัย ท่านประธาน น่าจะทราบแล้วว่าเราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ประชากรไทยปัจจุบันนี้เกินครึ่ง ของประชากรไทยมีอายุมากกว่า ๔๐.๒ ปี นั่นหมายถึงว่าคนไทยกว่าครึ่งถ้าถูกขับออกจากงานแล้ว ตกงานแล้ว จะไปหางานทำยากมาก ๆ อันนี้คือกฎหมายที่ควรจะต้องเกิดขึ้น เหมือนกับที่ สหรัฐอเมริกาเขาก็เห็นปัญหาเหมือนกันว่าคนอายุ ๔๐ กว่าปีหางานทำยาก เพราะฉะนั้น เขาจึงออกกฎหมายนี้มา Age Discrimination ซึ่งจะทำให้คนอายุ ๔๐ ปีสามารถสมัครงาน ได้เท่ากับคนอื่นทั่วไป ทั้ง ๆ ที่เขามีความสามารถที่จะทำงานได้ต่อจนถึงอายุ ๖๕ ปี หรือ ๗๐ ปี ด้วยซ้ำแต่กลับถูกตัดสิทธิตรงนี้ สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ แล้วก็ภาคแรงงานจะต้องสูญเสีย คนมีความสามารถอย่างน่าเสียดาย ซึ่งในจังหวัดปทุมธานีของผมเองก็มีคนวัยมากกว่า ๔๐ ปี จำนวนมาก นอกจากนี้เรื่องต่อไปก็คือคนปทุมธานีอีกเช่นกัน Platform Rider ก็มีจำนวนมาก อยู่เช่นกัน Rider ในประเทศไทยมี ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คน แล้วที่ออกมาประท้วงกันบ่อย ๆ ที่เป็นข่าว รวมถึงมายื่นหนังสือถึงสภาของเรา อันนี้คือประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะพูดถึงร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคุณเซียก็คือประเด็นของ Rider ถ้าร่างกฎหมาย ของคุณเซียได้รับการรับรอง Rider ต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะได้รับการคุ้มครอง ได้รับชื่อว่า เป็นลูกจ้างเช่นเดียวกัน ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน ปัจจุบันนี้เกิดอะไรขึ้นครับ บริษัท Platform ให้ Rider บอกว่าเป็น Partner บอกว่าเป็น Partner เป็นผู้ร่วมงานกัน ทั้งนี้การที่บอกว่าเป็น Partner เพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะไม่ต้องให้เขาอยู่ในฐานะลูกจ้าง ไม่ต้อง ให้ความคุ้มครองใด ๆ แล้วก็ทำสัญญาที่อาจจะไม่เป็นธรรม ที่ Rider มาร้องเรียนเพราะว่า เขาถูกลดค่ารอบ แล้วก็ต้องบริการพ่วง ต้องบริการ ๒-๓ รายการถึงจะได้ค่ารอบ ซึ่งตรงนี้คือ สัญญาจ้างที่อาจจะไม่เป็นธรรมที่เขามายื่นถึงสภา แล้วถ้าเราปัดกฎหมายฉบับนี้ตก Rider ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คนอาจจะมาประท้วงท่านได้อีกรอบหนึ่ง การที่เราเป็นผู้แทนของ ประชาชน เป็นผู้แทนราษฎร ใช่ครับเราต้องเป็นผู้แทนของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง แล้วเรา ต้องทำงานเต็มที่ แล้วเราต้องจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้กับทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่จัดสรรให้แต่นายจ้างอย่างเป็นธรรม แล้วลูกจ้างไม่เป็นธรรม อย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง เช่นเดียวกัน
เรื่องสุดท้าย ขออีกนิดเดียวนะครับ อัตราค่าแรงขั้นต่ำของเราปัจจุบันนี้ ก็น้อยอยู่แล้ว แล้วร่างของคุณเซียก็จะให้มีการเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกปีอย่างอัตโนมัติ อย่างน้อยคือว่าเท่ากับการขยายตัวของเศรษฐกิจหรืออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้นักการเมือง จะเอาเรื่องนี้ไปหาเสียงไม่ได้อีก นักการเมืองเราเอาเรื่องนี้มาหาเสียงกันตลอดเวลา แล้วคนที่ รับกรรมก็คือประชาชน ไม่ว่านโยบายจะทำได้หรือไม่ได้ประชาชนก็รับกรรมอยู่เหมือนกัน ขอบคุณมากครับ