สรพัช สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แรงงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ยกระดับคุณภาพชีวิต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

สรพัช ศรีปราชญ์ กล่าวถึงปัญหาแรงงานในภาคก่อสร้างที่ต้องเผชิญกับการทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน การถูกบังคับให้รับผิดชอบเกินกว่าสัญญาจ้าง และสิทธิการลาที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้มีการคุ้มครองแรงงานตามร่าง พ.ร.บ. ที่พรรคก้าวไกลเสนอ โดยเน้นการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ วันหยุด 2 วัน พร้อมค่าล่วงเวลา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ และส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายในวันหยุด

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออภิปราย สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับพรรคก้าวไกล ที่เสนอโดยท่านเซีย จำปาทอง และท่านวรรณวิภา ไม้สน ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้อง ชาวสระบุรีเลือกให้มาเป็นผู้แทนราษฎร ผมเองก็เคยเป็นแรงงานคนหนึ่งที่ประกอบอาชีพ วิศวกรโยธา ทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไปนี่ละครับ ผมขอสะท้อน ปัญหาในการทำงานและสวัสดิการต่าง ๆ ในสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ ในสาขาอาชีพ ของพวกเราเมื่อจบมามีช่องทางเลือกไปปฏิบัติงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ซึ่งถ้าใครได้นายจ้างดีก็ถือว่าเป็นโชคดีที่ดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นคือปัญหาเวลาในการทำงาน ที่มันมากเกินกว่าสัญญาจ้าง จากที่ผมได้ข้อมูลจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ รวมถึงประสบการณ์ ที่พบเจอมาด้วยตัวเองก็พบว่ามีนายจ้างอยู่หลายรายที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างที่ถือว่า เป็นข้อตกลงกันไว้แต่แรก ในงานก่อสร้างเกือบทุกโครงการจะมีการเร่งรัดงานอยู่เสมอครับ เนื่องจากงานก่อสร้างเป็นเป็นงานกลางแจ้ง ไม่สามารถควบคุมฝนฟ้าอากาศได้ รวมถึงสัญญา ก่อสร้างก็มีการระบุระยะเวลาก่อสร้างไว้ชัดเจน หากเกินกว่านั้นก็จะถูกปรับ ทำให้ต้องมี การเร่งรัดงานกันอยู่เสมอ ผลของการเร่งรัดงานทำให้เวลาในการทำงานจึงไม่จบที่ ๘ ชั่วโมง ต่อวัน ต้องทำงานล่วงเวลากันอยู่ตลอดเวลา จนบางวันเลิกงานกันตีหนึ่งตีสองก็มีให้เห็นกัน อยู่เป็นประจำ แต่มีนายจ้างบางรายที่ไม่ยอมจ่ายค่าล่วงเวลา โดยอ้างว่าเป็นความรับผิดชอบ ที่มันอยู่ในหน้าที่อยู่แล้ว ช่วงเวลา OT พอไหมค่าล่วงเวลาก็เลยกลายเป็นโอฟรี ท่านประธาน ครับ หากถามว่าแล้วทำไมไม่ยอมเลิกงานกลับบ้านไป จะมาอยู่ทำงานทำไม ในเมื่อเขาไม่ได้จ่ายค่าล่วงเวลาให้ เราก็อยากกลับครับ แต่ในเมื่อนายจ้างไม่ได้สั่งให้เลิกงาน และยังมีการทำงานอยู่ในโครงการก่อสร้าง ด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่และจรรยาบรรณ ของวิชาชีพของวิศวกรทำให้ไม่สามารถทิ้งให้มีการทำงานโดยไม่มีวิศวกรควบคุมงานได้ ทุกงานที่กำลังดำเนินงานในโครงการก่อสร้างมีความอันตรายและสามารถเกิดอุบัติเหตุ ได้ตลอดเวลา ถ้าการก่อสร้างมีการปฏิบัติงานที่ผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะเกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินอีกมากมาย ท่านประธานครับ ยังมีวิศวกรบางท่านที่ถูกบังคับให้เซ็นควบคุม งานก่อสร้างเพื่อขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมาย หากการก่อสร้างมีปัญหาเกิดเสียหายเขา จะต้องรับผิดชอบเป็นคนแรก แล้วจะกลับไปพักผ่อนได้อย่างไรครับ นอกจากเรื่อง OT ที่มัน กลายเป็นโอฟรีแล้ว ยังมีเรื่องของสิทธิในการลา ไม่ว่าจะเป็นลากิจหรือลาพักร้อนก็ไม่เคย ได้ลาจริง ๆ ครับ อย่าเพิ่งไปพูดถึงวันลาเลยครับ วันหยุดที่มีเพียง ๑ วันต่อสัปดาห์นี้ให้มัน ได้ลาให้ได้ก่อนเถอะครับ หลังจากที่ผมได้รวบรวมข้อมูลจากเพื่อนพี่น้องในสายอาชีพนี้แล้ว พบว่าเมื่อถึงวันหยุดก็ไม่ได้หยุด เมื่อมีการเร่งงานจะมีคำขอจากนายจ้างว่าให้ช่วยกันก่อน เดี๋ยวมาสลับวันหยุดกันทีหลัง ช่วยไปช่วยมา ๑ เดือนก็แล้ว ๒ เดือนก็แล้ว สรุปกลายเป็น ไม่ต้องหยุดครับ เมื่อถึงสิ้นปีวันหยุดที่สะสมไว้ก็จะมลายหายไปทันที ถ้าหากแย่กว่านั้น -วันหยุด วันลาเหล่านี้ไม่ได้ถูกแปลงกลายเป็นค่าชดเชยเลย

- - - - - - - - โดยจะถูกอ้างว่าไม่ใช้กันเองแล้วมาเรียกร้องอะไร เริ่มปีใหม่เราก็มาเริ่มกันใหม่ วนเวียน ซ้ำซากแบบนี้ไปทุกปี การที่พวกเราทำงานอย่างหนักกันแบบนี้เป็นเวลานาน หากยังปล่อยไว้ แบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นครับ ประสิทธิภาพในการทำงานมันจะลดลง เป็นการทำให้มาตรฐาน ก่อสร้างมันลดลงไปด้วย ซึ่งงานก่อสร้างหากทำงานอย่างไม่มีมาตรฐานก็เห็นอยู่ทั่วไป เพราะว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตึกถล่ม ตึกพัง สะพานพังก็จะมาโทษวิศวกรครับว่าไม่ควบคุมงาน ไม่ดูงาน โดยไม่ได้ดูเลยว่าเขามีเวลาหยุดงานเพียงพอหรือเปล่า ท่านประธาน หากวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างในวาระแรกให้จะดีอย่างไร ผมสรุปมาให้ดังนี้ การที่ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเสนอให้ทำงาน ๔๐ ชั่วโมง หรือ ๕ วันต่อสัปดาห์ หากเกินต้องได้ OT ได้ค่า ล่วงเวลา จะทำให้นายจ้างไม่กล้าที่จะเอาเปรียบลูกจ้างอีกต่อไป จะมาอ้างความรับผิดชอบนั้น ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ และการกำหนดให้มีวันหยุด ๒ วันต่อสัปดาห์ นอกจากเป็นการคุ้มครอง แรงงานแล้วยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในอีกทางหนึ่ง ให้คนทำงานได้มีเวลาไปจับจ่าย ใช้สอยท่องเที่ยวในที่ต่าง ๆ เพราะทุกวันนี้วันหยุดลำพังเพียงแค่วันเดียว ซักผ้า ทำงานบ้าน ก็หมดเวลาแล้วครับ จะเอาเวลาไหนไปเที่ยวพักผ่อนใช้เงินครับ

สุดท้ายนี้ผมจึงเห็นด้วยกับการเสนอกฎหมายฉบับนี้ที่จะทำให้ผู้ใช้แรงงาน ได้มีเวลาสมกับความเป็นมนุษย์ที่ต้องทำงาน ไม่ว่าจะทำงาน ๕ วันต่อสัปดาห์ การจ้างงาน เป็นรายเดือน วันหยุดพักผ่อนที่เพิ่มขึ้นเป็น ๑๐ วันต่อปี มีสิทธิลาคลอดที่ครอบคลุมทั้ง คู่สมรส มีรายได้ค่าแรงที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวัน และมีความมั่นคงในอนาคต ท่านประธานครับ ผมอยากให้ผู้ใช้แรงงานนั้นคิดว่าการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ใช่ ทั้งหมดของชีวิตคือการทำงาน ขอบคุณครับ