ภูริวรรธก์ ใจสำราญ หารือปัญหาแรงงานในอุตสาหกรรมอีเวนต์และนิทรรศการที่ต้องเผชิญกับการทำงานหนักเกินเวลา ขาดสวัสดิการและหลักประกันจากรัฐ โดยเรียกร้องให้มีการยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานแรงงาน พร้อมเสนอส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ในเมืองรองเพื่อสร้างงานและรักษาแรงงาน รวมถึงสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงานและกำหนดมาตรฐานการทำงานที่เป็นธรรม
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตบางเขน เขตสายไหม และเขตลาดพร้าว พรรคก้าวไกล วันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของ แรงงานในทุกอุตสาหกรรม ท่านประธานครับ ผมเป็นคน Event Exhibition เคยใช้ชีวิต ทั้งกินทั้งทำงานอยู่ข้ามคืน นอนในสถานที่จัดงานทุกอาทิตย์ เปลี่ยนสถานที่จัดงานไปเรื่อย ๆ เป็นแบบนี้มาตลอดเกือบ ๒๐ ปี สมัยก่อนนั้นวัสดุการก่อสร้าง เทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่เหมือน ทุกวันนี้ทำให้การก่อสร้าง การเตรียมงาน ต้องใช้ทั้งแรงงานสมอง แรงงานร่างกาย และ ด้านต่าง ๆ ตลอดจนต้องแข่งขันกับเวลาที่จำกัด ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีจะทันสมัยแล้ว
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
แต่ว่าแรงงานทางด้าน อุตสาหกรรมนี้ก็ยังคงจะต้องใช้การทำงานที่หนักหน่วงเช่นเดียวกับในอดีต อุตสาหกรรม การจัดนิทรรศการและการจัดประชุมในแต่ละปีนั้นสามารถสร้างแรงงานเข้าสู่ตลาดของเรา ประมาณ ๙๕,๓๑๔ อัตรา รวมไปถึงสายงานด้าน Graphic Design Content Creator Light and Sound AV Equipment หรือว่า Food and Beverage Service หรือสายงาน ทางด้าน Incentive Tour ด้วย แล้วก็รวมถึงแขนงอื่น ๆ สามารถสร้างแรงงานเข้าสู่ระบบใหญ่ ได้ประมาณ ๓๑๖,๙๗๗ อัตรา มันคือ Crossing Industry ครับ แต่หลาย ๆ อย่าง เปลี่ยนไป เมื่อโรคระบาด ตลอดจนเทคโนโลยี Disruption ค่าเงิน เศรษฐกิจโลก รวมไปถึงสถานการณ์ ทางการเมืองมันทำให้เกิดแรงงานด้านนี้ลดน้อยลงเช่นเดียวกัน คน Event Exhibition แบบเรา ๒๔ ชั่วโมงนั้นสำคัญมาก แรงงานต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า ๖ โมงเช้าออกไปยัง Site งาน บางคนที่ต้องออกไปกับรถบรรทุกนั้นถ้าออกช้ากว่า ๘ โมงรถบรรทุกจะติดเวลาแล้วก็ Late ยาวไปจน ๑๐ โมง ทำงานก็ไม่ทัน งานส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่เช้าไปจบตามสถานที่จัดประชุม นั้นปิด เช่น ๔ ทุ่มบ้าง เที่ยงคืนบ้าง ถ้างานเสร็จก็ต้องต่อเวลา เรารอไม่ได้ เรารอเก็บงาน พรุ่งนี้ไม่ทัน เพราะว่า Event ต่าง ๆ นั้นจะเริ่มในเช้าวันถัดไป บางทีกลับมานอนไม่กี่ชั่วโมง ตีห้าก็ต้องตื่นขึ้นแล้วก็ที่ใหม่ วนไปแบบนี้เรื่อย ๆ บางงานที่จัดในห้างสรรพสินค้ากลางวันมัน ทำไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องเข้าทำงานตอนกลางคืน แรงงานบางคนนั้นเป็นแรงงาน ก่อสร้างก็ต้องลากยาวตั้งแต่กลางวันวันหนึ่งไปยังรุ่งเช้าอีกวันหนึ่ง ไปอีกฟากหนึ่งของคน นั่งโต๊ะทำงานออฟฟิศดุเดือดไม่แพ้กัน ดีไซเนอร์คนหนึ่งไม่มีทางรับงานได้ในช่วงเวลาหนึ่ง เพียง ๑ งานเท่านั้น บางคนรับงานออกแบบ ๓-๔ งาน ยังไม่รวมถึงงานแก้ไขการทำ Detail ก่อสร้าง พวกเราชาว Designer อดหลับอดนอนเป็นเรื่องปกติ ปัญหาหมอนรองกระดูก ออฟฟิศ ซินโดรมก็ถามหา ดังนั้นแรงงานในด้านนี้ส่วนใหญ่ใช้เวลาในการทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมง ต่อวัน โดยเฉพาะแรงงานที่ใช้แรงกายนั้นส่วนใหญ่จะทำงานล่วงเวลาจนถึงเที่ยงคืน แต่ขณะเดียวกันสายออฟฟิศนั่งโต๊ะก็เฉลี่ยแล้วประมาณ ๘-๑๐ ชั่วโมงต่อวัน ทุกวันนี้จริง ๆ แล้วมันเพิ่มถึง ๑๙ ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลยทีเดียว นอกจากนี้ปัจจุบันแนวโน้มของการเป็น Multi-skill เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในแรงงานสายนี้ การทำงานใน ๑ วันนั้นผลของงานต้องได้ มากกว่า ๑ แผนก ผลที่ตามมาคือการปรับตัว แล้วก็ต้องสร้างความพร้อมในการทำงาน หลายด้าน ซึ่งแน่นอนผู้ที่ปรับตัวไม่ได้นั้น ผู้ที่รับสถานการณ์เช่นนั้นไม่ได้ก็ต้องออกจาก วงการนี้หรือไม่ก็เกิดความเครียด ความล่าช้า ความเหนื่อยล้า แล้วเป็นปัญหาทางด้าน คุณภาพชีวิต สุดท้ายก็หมด Passion ในการทำงาน ท่านประธานครับ บริษัทของ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมประเภทนี้มีทั้งผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในรูปแบบของบริษัท แต่ก็มีจำนวนมากไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบบริษัท ทำอยู่ในรูปแบบบุคคล อาจจะรู้สึกว่า ง่ายต่อการจัดการ ช่างบางคนนั้นทำเป็นงานช่างมานาน อยากเป็นผู้ประกอบการบ้างแต่ว่า ไม่มีความเข้าใจในการจัดการในรูปแบบบริษัท ส่วนหนึ่งก็เลยมีการจ้างลูกน้องแบบเป็นค่าจ้าง รายวัน จริงอยู่มีการกำหนดค่าแรงนอกเวลา แต่บางรายจะไม่มีสวัสดิการ เช่น ประกันสังคม ประกันชีวิต ประกันรักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วย รวมไปถึงประกันอุบัติเหตุที่เกิดจาก การทำงานในลักษณะเสี่ยง การได้รับความคุ้มครองจากภาครัฐก็ลดน้อยตามลงไป นอกจากนี้ ประเด็นวันทำงานตารางส่วนใหญ่นั้นวันชนวัน อาทิตย์ชนอาทิตย์เลยทีเดียว การจัดงาน ก่อสร้างหรือการรื้อถอนนั้นไม่เป็นเวลาตายตัว วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์เป็นไปได้ หมด เมื่อทุกฝ่ายในสายงานด้านนี้มันเชื่อมกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสะดุดทุกอย่าง ก็จะสะดุดตาม การหยุดลาบ่อยหรือการหยุดยาวส่งผลต่อคุณภาพของงาน ลูกจ้างบางที ถูกยกเลิกได้ง่าย ๆ ทำให้อัตราการ Turn Over ในวงการนี้ค่อนข้างสูง บางครั้งมันก็กระทบ ถึงการพัฒนาคุณภาพฝีมือแรงงานในองค์กรนี้หรืออุตสาหกรรมประเภทนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะไป ไม่ต่อเนื่อง บางทีก็ต้องนับหนึ่งใหม่เสมอ การจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่พื้นฐานแรงงานขั้นต่ำก็จริง แต่ท่านลองไปดูได้แรงงานส่วนใหญ่ได้มากกว่าแรงงานขั้นต่ำเยอะ แต่กระนั้นการรับเงิน แบบนั้นก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการประเมินคุณภาพแรงงานเพื่อเป็นรากฐานในการตัดสินใจเพิ่ม เงินเดือนและผลประโยชน์ ผลเสียอีกด้านหนึ่งก็คือข้อมูลทางด้านนี้ไม่ถูกบันทึกลงไปในระบบ ต่อภาครัฐ มันทำให้จำนวนภาษีรายได้บุคคลธรรมดานั้นลดลงไป การเข้าถึงหลักประกัน สุขภาพของคนในอุตสาหกรรมนี้ก็อ่อนด้อยลงไป
อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าในสมัยก่อนแรงงานในวงการนี้มาจากทุกภาคของ ประเทศไทย แต่ว่าระยะหลังเมื่อมีการเข้ามาของแรงงานต่างด้าวทำให้ค่าจ้างรายวันต่ำกว่าเกณฑ์ แล้วทำให้เกิดการแย่งงานกันจนมาตรฐานค่าจ้างเฉลี่ยนั้นอยู่เพียงแค่ ๑๓,๙๕๘ บาทต่อเดือน เท่านั้นเอง ยังไม่รวมถึงค่าล่วงเวลา ค่าเฉลี่ยโบนัสเหล่านี้ลดลงมาตามกัน เมื่อเกิดวิกฤติ โควิด อุตสาหกรรมจัดนิทรรศการและการประชุมก็เป็นอุตสาหกรรมแรกที่ได้รับผลกระทบ หลายคนเลือกกลับบ้านต่างจังหวัด กลับไปหาโอกาสที่บ้านเกิด บางคนก็ไม่ได้กลับมา แม้ว่าวิกฤติโรคนั้นจะผ่านไป จริง ๆ แล้วเราและรัฐบาลต่างมองเห็นอุตสาหกรรม MICE และการท่องเที่ยวมีความสำคัญ เพราะว่าเป็นรายได้หลักของประเทศ เราสามารถวางแผนกระจายอุตสาหกรรมนี้ไปยังเมืองหลัก ไปยังเมืองรองได้ กลับมาสร้างงาน แล้วก็รักษาแรงงานอุตสาหกรรมนี้ได้ แรงงานไม่ต้องมุ่งหน้าเข้าเมืองกรุง อยู่อาศัยกับบุคคล ที่รักได้ตลอดเวลา ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาแรงงานของไทยนั้นฝีมือดี ผมเคยมีลูกค้าที่อยู่ ต่างประเทศโดยเฉพาะแถบ Southeast Asia ต้องเอาแรงงานจากบ้านเราไป ลูกค้าก็ Request แต่ทุกวันนี้รอบบ้านเราอุตสาหกรรม MICE Industry บางประเทศเท่าเราแล้วครับ บางประเทศก้าวหน้าไปกว่าเราเยอะ นั่นคือว่าเราเดินทางมานานครับ แต่ว่าเราเดินเป็นก้าว ที่ช้า ทุกวันนี้แรงงานหลายคนผละออกจากอุตสาหกรรมเช่นนี้ ลงทุนอะไรก็ไม่เท่ากับลงทุน ทรัพยากรบุคคล จริง ๆ แล้วรัฐร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มันเป็นประโยชน์มากสำหรับพวก เราชาว MICE แล้วก็ Event Exhibition เราอยากเห็นการ Balance ชีวิต การกำหนด จำนวนวันลา การกำหนดระยะเวลาทำงานในแต่ละวันในแต่ละสัปดาห์ จริง ๆ ผมอยากพูด ถึงเงินเดือนในสาย Designer เสียด้วยซ้ำ เพราะว่าทุกวันนี้มันกดทับด้วยหลายปัจจัยครับ เหลือช่องว่างให้เราเพียงนิดเดียว บางคนมีอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ ๒ เพราะว่าเงินจากอาชีพ หลักนั้นไม่พอกับค่าใช้จ่ายในทุกวันนี้ ทั้ง ๆ ที่สายงานของเราก็สร้างคุณค่ามากมายไม่ แตกต่างกับสายงานทางด้านวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการมองเห็นคุณภาพแรงงานด้านนี้จึงเป็น การเริ่มติดกระดุมเม็ดแรกที่ถูกต้อง ผมจึงสนับสนุนร่างหลักการนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน