สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล พูดถึงการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายแรงงานที่ทันสมัยเพื่อคุ้มครองแรงงานและเพิ่มศักยภาพภาคแรงงานให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย สส. เซีย จำปาทอง และคณะ รวมถึงร่างกฎหมายที่เสนอทุกฉบับ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับนี้เป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่มีการบังคับใช้มาแล้วถึง ๒๖ ปี ซึ่งบริบทด้านแรงงานในวันนี้ได้เปลี่ยนแปลง ไปมากแล้วค่ะ ดังนั้นการนิยามความหมายของคนทำงานจึงไม่ได้หมายความเพียงแค่ลูกจ้าง เท่านั้น แต่ต้องคุ้มครองไปถึงคนทำงาน Freelance Rider และคนทำงานอื่น ๆ ให้ได้รับ ความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงานฉบับนี้ด้วยเหมือนกัน หรือไม่ว่าจะเป็นการลดชั่วโมง การทำงานจาก ๔๘ ชั่วโมง เหลือ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การเปลี่ยนการจ้างงานรายวัน ให้เป็นการจ้างงานรายเดือนในสถานที่ประกอบการที่มีการจ้างงานแบบรายเดือน หรือ จะเป็นการกำหนดให้ที่ทำงานมีพื้นที่ปั๊มนม พื้นที่สำหรับให้นมบุตร การกำหนดให้ลูกจ้าง สามารถลาหยุดได้อย่างน้อย ๑๐ วันต่อปี รวมไปถึงให้ลูกจ้างได้มีสิทธิลาไปดูแลบุคคล ในครอบครัวได้ไม่เกินปีละ ๑๕ วัน จะเห็นได้ว่าการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้เป็นการยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนทำงานให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ แต่กลับกันค่ะ คำถามที่เกิดขึ้นกับ ผู้ประกอบการมักจะถามว่าการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้ผู้ประกอบการ จะได้อะไร การลดชั่วโมงทำงานจาก ๔๘ ชั่วโมง เหลือเพียง ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลูกจ้าง ทำงานน้อยลง แต่นายจ้างยังต้องจ่ายเงินเท่าเดิม แล้วนายจ้างจะได้อะไร ดิฉันจะขออนุญาต ยกตัวอย่าง ย้อนกลับไปในปี ๑๙๒๖ เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท Ford Motor บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกได้ทำสิ่งที่ท้าทายและสร้างความฮือฮา ในขณะนั้น โดยการประกาศลดการทำงานลงเหลือเพียงแค่ ๕ วัน วันละ ๘ ชั่วโมง รวม ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จากเดิมที่แรงงานในยุคนั้นต้องทำงานหนัก ๖๐-๑๐๐ ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ด้วยความเชื่อว่าการให้พนักงานมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น สามารถใช้เวลากับ ครอบครัวได้มากขึ้น มีเวลามากพอที่จะหาความรู้ใหม่ ๆ พัฒนาตัวเอง จะเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในโรงงานให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่น่าจะไปได้รอด แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับตรงกันข้ามค่ะท่านประธาน ผลประกอบการของ บริษัท Ford Motor ในช่วงเวลานั้นกลับพุ่งสูงขึ้น ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น ความ ผิดพลาดในการผลิตน้อยลง เพราะแรงงานได้มีการโฟกัสกับงานมากขึ้น ทำให้หลาย ๆ บริษัททั้งในยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มหันมาทำตาม เป็นที่มาของตัวเลขการทำงาน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่ทั่วโลกให้การยอมรับกันค่ะ ท่านประธานคะ หลัก Work-Life Balance นอกจากจะเป็นผลดีกับคนทำงาน ให้เขาได้ทำงาน พักผ่อน และใช้ชีวิตอย่างสมดุล และมีคุณภาพแล้ว ยังจะเกิดผลดีกับผู้ประกอบการในแง่ของการแข่งขันทางเศรษฐกิจด้วยค่ะ ในขณะที่ Trend เศรษฐกิจของโลกเป็นไปในทิศทางของ Digital และ Green Economy มากขึ้น การเพิ่มศักยภาพภาคแรงงานให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกจึงจำเป็นอย่างยิ่ง กฎหมายคุ้มครองแรงงานจึงควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้เปิดโอกาสให้ลูกจ้าง ให้คนทำงานได้ Upskill Reskill รวมไปถึงการเพิ่มศักยภาพให้สามารถทำงานในยุค AI ได้มากขึ้นด้วย เป็นการเพิ่มแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น ผลดีอีกเรื่องหนึ่งของการลดการทำงานจาก ๖ วัน เหลือ ๕ วัน นั่นก็คือการช่วย ผู้ประกอบการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายค่าบริหารจัดการในสำนักงาน ลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่ารถ รับส่งพนักงาน ที่สำคัญยังช่วยลด Carbon Footprint ต้นเหตุสำคัญของสภาวะโลกร้อนได้ด้วย ข้อสำคัญที่สุดของการที่เรามีกฎหมายแรงงานที่ทันสมัย เป็นไปตามหลักสากลก็คือ การช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับประเทศ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนต่างชาติ ดึงดูด Brand ชั้นนำของโลกให้มาลงทุนที่ประเทศไทย รวมไปถึงจ้างผู้ประกอบการ จ้างบริษัท OEM ในประเทศไทยในการผลิตมากขึ้นด้วย หลาย ๆ Brand ชั้นนำระดับโลก ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเลยค่ะ ภาพลักษณ์ของ Brand เป็นเรื่องสำคัญ มีหลาย ๆ กรณี ที่บริษัท OEM ละเมิดสิทธิแรงงานถึงกับต้องมีการเปลี่ยนบริษัท หรือถึงกับต้องย้ายฐาน การผลิตไปประเทศที่มีกฎหมายแรงงานที่ก้าวหน้ากว่า จากเหตุผลข้างต้นที่กล่าวมาดิฉัน ขอฝากถึงเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านร่วมกันสนับสนุนกฎหมายที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของ พี่น้องแรงงาน ยกระดับมาตรฐานของกฎหมายแรงงานไทยให้เป็นไปตามหลักสากล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและเพิ่มแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการของเรา ดิฉันจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เสนอโดย สส. เซีย จำปาทอง และเพื่อน สส. ทุก ๆ ท่าน ขอบพระคุณค่ะ