สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

นพดล ทิพยชล หารือเรื่องการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความท้าทายด้านประชากรและเศรษฐกิจของประเทศไทย และเรียกร้องการสนับสนุนรายงานการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานประชาชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ และให้ผู้สูงอายุมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น

นายนพดล ทิพยชล นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนนทบุรี เขต ๔ อำเภอปากเกร็ด เฉพาะตำบล บางพูด บ้านใหม่ ตำบลคลองเกลือ และตำบลบางตลาด จากพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอ ร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานประชาชน ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ของสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวกันมา ปัจจุบันประเทศไทยเรามีผู้สูงอายุ ๑๒ ล้านคน แล้วครับท่านประธาน เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแบบเต็มตัวแล้ว ดังนั้นความท้าทายที่สำคัญ ของประเทศเรามีทั้งความท้าทายด้านจำนวนแรงงานและความท้าทายด้านจำนวนแรงงาน และความท้าทายด้านเศรษฐกิจครับท่านประธาน จากตัวเลขสถิติปีที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่จำนวนผู้เสียชีวิตของ ประเทศไทยเราพุ่งสูงเกินกว่าจำนวนของเด็กที่เกิดใหม่ครับท่านประธาน ตอนนี้จำนวน ประชากรของไทยเราเหลือ ๖๖ ล้านคนแล้วครับ ไม่ใช่ ๗๐ ล้านคน ที่เราอาจจะคุ้นชิน กับตัวเลขนี้ ปัจจุบันเหลือแค่ ๖๖ ล้านคนแล้ว และถ้าสัดส่วนจำนวนประชากรของเรา ยังลดลงอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ภายใน ๖๐ ปีครับท่านประธาน ผู้คนที่เราเดินสวนกันอยู่ ทุกวันนี้จะหายไปครึ่งหนึ่ง นั่นหมายความว่าภายใน ๖๐ ปีข้างหน้า ประชากรประเทศเรา จะเหลือแค่ ๓๐ ล้านคนครับท่านประธาน ตัวเลขนี้กำลังจะบ่งบอกอะไรถึงพวกเราทุกคน ตอนนี้กำลังบ่งชี้ว่าประเทศเรากำลังจะขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้นี้ครับ ถ้าหากเรายังไม่ตระหนักและหาแนวทางป้องกัน เราอาจจะได้เห็นแรงงานส่วนใหญ่ ของประเทศเราต้อง Import มาจากต่างชาติ เพราะการขาดแคลนคนวัยทำงานเหมือนอย่าง ประเทศอิตาลี หรือประเทศญี่ปุ่น ที่ประชากรส่วนใหญ่ของเขาเป็นผู้สูงอายุในอนาคต อันใกล้นี้ครับ ท่านประธานครับ ประเทศไทยเรามีประชากร ๖๖ ล้านคน ถ้าเราเอาจำนวน อายุของประชากรทั้งหมดหารด้วย ๖๖ ล้านคน อายุเฉลี่ยของประชากรของไทยเราอยู่ที่ ๔๐ ปี ส่วนประเทศอิตาลีกับประเทศญี่ปุ่นนี่อยู่ที่ประมาณ ๔๗ ปีนะครับ ถ้าเรามองไปที่ ประเทศเวียดนามอายุเฉลี่ยอยู่ที่ ๓๐ ปีเอง นั่นไม่แปลกใจว่าทำไมกองทุนต่างประเทศ หลาย ๆ บริษัทย้ายไปตั้งฐานผลิตที่ประเทศเวียดนามครับท่านประธาน และ ๑ ในสาเหตุ หลักที่ผู้คนในปัจจุบันไม่อยากมีบุตร นั่นก็คือภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ ผมลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนในจังหวัดนนทบุรี เสาหลักของ ครอบครัว ครอบครัวหนึ่งเขาทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้า มีลูกเล็กวัยเรียน ๒ คน และยังมี บิดามารดาผู้สูงอายุ ที่ต้องดูแลอีกด้วยครับ ดังนั้นหากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับผู้ที่เป็นเสาหลัก ของครอบครัวรายนี้ ถ้าวันใดวันหนึ่งเขาเกิดตกงานขึ้นมา ลูกทั้ง ๒ ของเขาอาจจะเสี่ยง ต่อการตกหล่นจากการศึกษา และบิดามารดา ผู้สูงอายุเขาจะอยู่อย่างไรครับท่านประธาน ดังนั้นความกดดันของครอบครัวนี้ก็ตกมาอยู่ที่ผู้ที่ทำงานที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือน Sandwich ครับท่านประธาน ด้านหนึ่งก็ถูกบีบอัดมาจากลูกเล็ก ๒ คน ที่อยู่ในวัยเรียน อีกด้านหนึ่งก็มาจากพ่อแม่เป็นผู้สูงอายุที่ต้องดูแล เชื่อไหมครับ ท่านประธานหลังจากที่ผมได้ร่วมพูดคุยกับครอบครัวนี้เขาบอกกับผมว่าถ้าให้ย้อนเวลา กลับไปได้เขาจะไม่ขอมีบุตรเป็นอันขาดนะครับ ผมได้ฟังแล้วก็ตกใจเช่นกันครับท่านประธาน ดังนั้นวันนี้ผมจึงลุกขึ้นมาอภิปรายขอสนับสนุนรายงานการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐาน ของประชาชนฉบับนี้ ถึงเวลาที่ผู้สูงอายุจะมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นกว่าเดิม ลดภาระ การพึ่งพิงคนวัยทำงานเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศเราทางด้านประชากร แล้วก็ด้านเศรษฐกิจ สุดท้ายครับ ผมมี ๑ คำถาม อยากจะเรียนผ่านท่านประธานฝากไปถึง ผู้ชี้แจงครับ ผมอยากทราบว่ามีผลสรุปการศึกษาหรือไม่นะครับ ว่าตัวเลขที่แท้จริง เป็นจำนวนเท่าไรที่ผู้สูงอายุจะสามารถดำรงชีพอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ได้จริง ๆ แล้วก็ทำไมในรายงานฉบับนี้ถึงสรุปมาว่าเป็น ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ที่ผู้สูงอายุสมควรได้รับ อันนี้คือเป็นคำถามที่ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงนะครับ คืออยากทราบ ตัวเลขจริง ๆ ว่าจริง ๆ มันอาจจะมากกว่า ๓,๐๐๐ บาทก็ได้ แต่ว่าดูจากสภาวะการเงิน การคลังของเรามันสุดแล้วที่ ๓,๐๐๐ บาทหรือเปล่าครับ ผมขอเรียนถามแล้วก็ขอขอบคุณ ท่านประธานนะครับ