รำพูล ตันติวณิชชานนท์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบบำนาญของประเทศไทย โดยชี้ว่าภาครัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลผู้สูงอายุ โดยให้รายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพ และสนับสนุนบำนาญแบบถ้วนหน้าให้แก่ผู้สูงอายุที่มีสิทธิ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ ซึ่งประกอบด้วยอำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบล โนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายพิจารณา ศึกษาการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานประชาชน ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ดิฉันขอชื่นชมประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการ คณะอนุ กรรมาธิการทุกท่านที่ได้ศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานของประชาชน ได้เป็นอย่างดี ละเอียด ชัดเจน เสนอแนะแนวทางแก้ไขด้วยค่ะ ปัญหาระบบบำนาญแห่งชาติ ได้อย่างละเอียด ขอชื่นชมนะคะ แล้วก็รูปเล่มสีสวยมากค่ะ ผู้สูงอายุพอใจมาก มีความสุข ในสีชมพูนะคะ ก็ขอขอบคุณที่ให้สีหนังสือเล่มนี้นะคะ ท่านประธานคะ ปัญหาใหญ่ของโลก ของเราอีกปัญหาหนึ่งก็คือที่หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยของเรากำลังเผชิญ ก็คือ โครงสร้างประชากรกำลังเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงวัย ประชาชนที่มีอายุเกินกว่า ๖๐ ปี มีมาก เกิน ๑๒ ล้านคนแล้ว เรียกว่า ๑ ใน ๕ ของประชากรรวมทั้งประเทศ และมีแนวโน้มจะสูงขึ้น เรื่อย ๆ ในส่วนของปัญหาสังคมที่จะรุมเร้าตามมาก็คือประเทศต้องเป็นประเทศสังคม สงเคราะห์ และระบบสวัสดิการมากขึ้นกว่าเดิมนะคะ ซึ่งจะเป็นภาระให้แก่งบประมาณ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสังคมผู้สูงอายุต้องการการดูแล ต้องการการเลี้ยงชีพ ต้องการ การมีเพื่อน และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขค่ะ การพัฒนาระบบบำนาญของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหลักประกันทางสังคม เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่มีต่อประชาชน รายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพ เมื่อสู่วัยชรารายได้ ที่เพียงพอ เศรษฐกิจปัจจุบัน การดำรงชีพอย่างเพียงพอ ต้องเหนือกว่าเส้นความยากจนค่ะ อย่างน้อยเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ก็จะลดภาระการพึ่งพิงลูกหลาน ลดการส่งต่อ ความยากจนจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนเรื้อรังมานาน เป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจทางอ้อม อย่างน้อยปีละ ๑๒ รอบค่ะท่านประธาน และขอสนับสนุนบำนาญ แบบถ้วนหน้าให้แก่ผู้สูงอายุที่มีสิทธิ และไม่ให้เลือกปฏิบัติด้วยนะคะ ไม่ให้ใช้ดุลยพินิจด้วย ในการเลือกว่าใครจะได้รับบำนาญ ๓,๐๐๐ บาท ท่านประธานคะ ท่านทราบไหมว่าดุลยพินิจ เป็นเรื่องอันตรายมาก ใช้เส้นใช้สายใช้พวก บางครั้งอาจจะเรียกว่าระบบอุปถัมภ์ ผู้สูงอายุ บางท่านอาจตกหล่นโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ซึ่งเป็นการซ้ำเติมระบบอุปถัมภ์ของไทย เป็นสิ่งเลวร้ายเรื้อรังมาตลอด มีการเลือกปฏิบัติ ผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังก็จะตกหล่น ท้อแท้ ยิ่งเกิดปัญหาสังคมต่อไปค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ สังคมต่างจังหวัดของดิฉันเป็นสังคม ที่ครอบครัวมีฐานะยากจน ลูกหลานต้องไปทำงานต่างจังหวัดหาเลี้ยงพ่อแม่ ปล่อยให้พ่อแม่ อยู่ตามลำพัง ดิฉันออกพื้นที่บางทีผู้สูงอายุอยู่แค่คนเดียวอีกคนหนึ่งก็ไปแล้วค่ะ ขึ้นสวรรค์ ไปแล้วเหลือตัวคนเดียว บางคนก็ป่วยติดเตียง พิการ ไม่มีคนดูแล เพราะฉะนั้นน่าเห็นใจมาก เพราะว่าผู้สูงอายุเหล่านี้ท่านสร้างคน สร้างประเทศชาติมาหลายปี พออายุ ๖๐ ปี พวกเรา ก็ควรจะไปดูแลท่าน ลูก ๆ ไปทำงานหาเลี้ยงชีพ บางเดือนไม่มีเงินที่จะส่งให้พ่อแม่ พ่อแม่ก็หากินแบบอดมื้อกินมื้อ บางครั้งต้องไปวัดค่ะ ไปวัดไปหาอาหารที่วัดทาน เพราะว่า พี่น้องไปทำบุญก็จะเหลืออาหาร แล้วก็ห่ออาหารกลับบ้าน อันนี้คือสังคมชนบทที่ดิฉันได้เจอ รัฐจ่ายเงินผู้สูงอายุปัจจุบัน เดือนละ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ไม่พอกินหรอกค่ะ ไม่พอกินแน่นอนค่ะ วันละ ๒๐ บาทซื้ออะไรได้คะ ส้มตำตามบ้านนอก ก็จานละ ๔๐ บาท ก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่งก็ ๖๐ บาท ถ้า ๒๐ บาท ได้แค่ลูกชิ้นค่ะ แม่ค้าเขาบอก นะคะ ได้แค่ลูกชิ้น เพราะฉะนั้น ๒๐ บาท ซื้ออะไรไม่ได้ค่ะ ท่านประธานคะ ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ฝากความหวังมากับ สส. ไปเจอ ซอยแนเด้อท่าน สส. ยายอยากได้ ๓,๐๐๐ บาท นี่ล่ะคะ ฝากทุกครัวเรือน อันนี้คือที่อุบลราชธานี ที่จังหวัดอื่นดิฉันก็คิดว่า คงเหมือนกันนะคะ ช่วยเหลือผู้สูงอายุอย่างน้อย ๖๐ ปีขึ้นไป น่าจะได้เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท อย่างถ้วนหน้า วันละ ๑๐๐ บาท พี่น้องพออยู่ได้ค่ะ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผู้สูงวัย สร้างความมั่นใจให้กับลูกหลานที่ไปทำงาน เพื่อแบ่งเบาภาระลูกหลาน แล้วให้ลูกหลานที่ไป ทำงานได้สร้างฐานะครอบครัวของตัวเองให้มั่นคง ถ้าได้บำนาญ คนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ผู้สูงอายุทั้งประเทศไทยจะดีใจมาก และมีความสุขอย่างมากค่ะท่านประธาน ขอบคุณท่าน ประธานค่ะ