สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

บุญเลิศ แสงพันธุ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐาน ประชาชน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนทุกคนจะได้รับการดูแลในยามชราภาพ และไม่ต้องลำบากจนเกินไป

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอ พระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระประแดง เฉพาะตำบลบางจาก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอ มีส่วนร่วมเห็นด้วยกับรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐาน ประชาชน ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม และคณะอนุกรรมาธิการ เป็นอย่างสูง ที่ศึกษาจนออกมาเป็นรายงานเล่มนี้ จากรายงานข้อมูลในเล่มนี้ ๙๑ หน้า ซึ่งมี ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มจ่ายเบี้ย เบี้ยบำนาญ ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ แล้วก็มีครั้งแรกในการจ่ายก็คือ ๒๐๐ บาท ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๖ เพิ่มมาเป็น ๓๐๐ บาท แล้วก็เพิ่มมาเรื่อย ๆ มาเป็น ๕๐๐ บาท แล้วปี ๒๕๕๔ เพิ่มมาเป็น แบบขั้นบันได เริ่มที่ ๖๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ บาท จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้ถูกเพิ่มเติมนะครับ จากรายงานฉบับนี้ผมเชื่อครับ มันเป็นข้อมูลการศึกษาที่แทบจะไม่ต้องศึกษาอะไรอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการแก้ปัญหา แนวทางการหางบประมาณ หรือแม้แต่การเพิ่ม เป็นขั้นบันไดนะครับ ผมเชื่อมันสามารถทำได้ทันที อันนี้ผมเชื่อครับ เพื่อน ๆ ที่ได้มีการร่วม อภิปราย หรือแม้แต่คณะกรรมาธิการที่ได้มีการศึกษามา ผมว่าการเหลื่อมล้ำของสังคมไทย มันเริ่มได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐาน หรือแม้แต่บำนาญ อันนี้คือสวัสดิการ ขั้นสุดท้ายแล้วก่อนที่จะชราภาพและเสียชีวิตลงไป คุณภาพของเขาจะอยู่ตรงไหน ถ้าเรา ไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างบางเหตุการณ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอ พระสมุทรเจดีย์ ตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎร หรือแม้ก่อนเป็นด้วยซ้ำ เราก็ได้พบภาพต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นป่วยติดเตียง รับเงินสนับสนุนคนพิการ ๘๐๐ บาท แล้วก็คนที่ดูแลคือผู้สูงอายุครับ ได้รับเงิน ๗๐๐ บาท เพราะท่านมีอายุ ๗๑ ปี ต้องมาดูแลผู้ป่วยติดเตียงอีกต่างหาก ถามค่าใช้จ่ายในบ้านหรือค่ายังชีพพอไหม ตอบได้เลยครับ ไม่พอ หรือเคสถัดไปป่วยติดเตียงด้วย สูงอายุด้วยครับ ป่วย ๒ คน สูงอายุ ๓ คน ลูกดูแล ๑ คน ทำงานคนเดียวทั้งบ้านครับ ผมถามว่าสิ่งพวกนี้ใครจะดูแลเขา ท่านทนเห็นได้หรือครับ หรือแม้แต่เคสต่อไปผู้สูงอายุ ๒ คนตายาย ยายป่วยติดเตียงครับ ได้รับเหมือนอย่างที่ผมบอกเลย ได้อยู่ ๘๐๐ บาท คุณตา ทำอะไร อาชีพเก็บของขายครับ เก็บของขาย เก็บขวดต้องมาคุ้ยขยะ ท่านเห็นอะไรครับ สิ่งพวกนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อวาน เกิดกี่สิบปีแล้วครับ เราก็เห็นสภาพนี้ แล้วผมเชื่อไม่ใช่แค่ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ไม่ใช่แค่ในจังหวัด สมุทรปราการ ทั้งประเทศไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคุณจะมีข้อมูลพวกนี้หรือครับ ว่าศึกษามา คนจนมีเท่านี้ คนรวยมีเท่านี้ ในวันข้างหน้า ปี ๒๕๗๐ ปี ๒๕๗๓ คนแก่คนชราจะเพิ่มมากขึ้น หรือแม้แต่การเพิ่มบำนาญอย่างที่เพื่อน สส. ที่ได้มีการพูด เพิ่มเป็น ๑,๒๐๐ บาทไหม ๒,๐๐๐ บาท ไหม ๓,๐๐๐ บาทไหม สิ่งพวกนี้มันเป็นการเพิ่มตัวเลือกครับ เป็นการเพิ่ม ตัวเลือก ถ้าวันนี้มันได้ถ้วนหน้า สมมุติได้เป็น ๓,๐๐๐ บาท ตายายเขาอาจจะคุยกันก็ได้ครับ เพิ่มทำอย่างอื่นไหม ฉันก็แก่แล้ว เราก็แก่แล้ว อยู่กัน ๒ คนตายาย ไปซื้อประกันชีวิต เพิ่มรายได้ เพิ่มค่า GDP ไหม อย่างนี้ครับ หรือแม้เขาเสียชีวิต ผมถามว่าคุณยายเขาจะอยู่ อย่างไร ถ้าทุกวันนี้เขาดูแลกัน ๒ คนนะครับ อย่างน้อย ๆ ถ้าเขาเสียชีวิตขึ้นมา เขาอาจจะได้ มีเงินในส่วนนี้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มีคนที่ลูกหลานมาดูต่อ คุณจะทิ้งอะไรไว้ครับ ผมถาม ถ้าวันนี้ตาจะเสียชีวิตคุณจะทิ้งคุณยายให้ใครดูแล ผมว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องคุณดูอาจจะ เป็นเรื่องเล็ก ๆ นะครับ แต่มันไม่เล็กเลย เพราะว่าปริมาณจำนวนมันครึ่งค่อนประเทศ แล้วถามว่าเราจะอยู่สังคมกันแบบนี้หรือครับ ก็อาจจะมองสลับมุมกันนะครับ ผมก็ไม่ทราบ ว่าที่เรามาคุยกันอยู่นี้ ผมเชื่อครับ คุยกันมานานแล้ว ศึกษากันมานานมาก หรือแม้แต่คนที่ รับเรื่องนี้ไปหรือว่าคณะบริหารในเมื่อวันนี้ท่านได้มีอำนาจ ขออนุญาตนะครับ หรือว่าคนที่ บ้านของท่าน หรือญาติของท่านไม่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ ท่านเลยไม่มีความที่จะเร่งรีบ หรือเดือดร้อนกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทุกวันนี้เขาพูดแล้วครับ เขาไม่ไหวแล้ว แต่ในฐานะ ผู้แทนราษฎรที่มีสภาแห่งนี้และเป็นความหวังเดียวที่จะแก้ปัญหาพวกนี้ได้ ทำไมเราถึง ไม่ร่วมกันทำครับ สุดท้ายนี้ครับ สุดท้ายครับท่านประธาน แล้วเหตุใดเราไม่เริ่มสักพรุ่งนี้ กี่โมงกันดีล่ะครับ หรือจะรอนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแล้วเรามาศึกษา แล้วเราก็มาพูดเรื่องนี้ หารือกันแบบนี้ ศึกษาแล้วศึกษาอีกอันนี้แบบเดิม ผมขอฝากไปถึงคณะบริหารทุกท่าน และท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน โอกาสที่จะทำอยู่ในมือของท่านแล้ว แล้วโอกาสนั้นก็มี เวลาของมันเช่นเดียวกัน ขอบคุณครับท่านประธาน