กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี อภิปรายสนับสนุนการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานเพื่อประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี อภิปรายสนับสนุนการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานเพื่อประชาชน โดยชี้ให้เห็นปัญหาสังคมผู้สูงวัยที่แก่ก่อนรวยและระบบสวัสดิการปัจจุบันที่ไม่เพียงพอ พร้อมยกข้อมูลสถิติผู้สูงอายุในจังหวัดนครสวรรค์และเรียกร้องให้คณะอนุกรรมาธิการตอบคำถาม ๓ ข้อ

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้ง ที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคก้าวไกล กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนแนวทาง การพิจารณาการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานเพื่อประชาชน และขอชื่นชมคณะอนุ กรรมาธิการทุกท่านที่ได้เข้ามารายงานต่อสภา และขอสนับสนุนด้วยความตั้งใจอย่างยิ่ง เพื่อให้ทำโครงการนี้สำเร็จ ในประเทศไทยครับท่านประธาน เราได้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยก่อนประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ จำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุของไทยกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผู้สูงอายุของไทยจำนวนมาก ยังไม่มีความมั่นคง หรือที่เรียกว่าแก่ก่อนวัย แก่ก่อนรวย ที่ผ่านมาระบบการดูแลผู้สูงอายุ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน การจ่ายเบี้ยยังชีพยังเป็น ขั้นบันไดตามช่วงอายุ ก็คือ ๖๐๐-๑,๐๐๐ บาท โดยไม่มีการปรับเพิ่มมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๖ การดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยติดบ้านติดเตียง มีการจัดสรรทรัพยากรที่จำกัดและไม่เป็นไป ในลักษณะเป็นการสงเคราะห์มากกว่าเป็นสวัสดิการอย่างแท้จริง จากการลงพื้นที่ของผม พบพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งผมลงพื้นที่ทุกวันจันทร์ช่วงเย็น เพื่อพบปะ พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนป่วย เยี่ยมคนป่วยที่ติดบ้านติดเตียงในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ผมอาจจะ มีของเยี่ยมไปเล็กน้อย นมไม่กี่กล่อง แต่ว่าความตั้งใจของผมก็คือเพื่อไปให้กำลังใจเขา เพื่อไปดูความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ ผมลงพื้นที่ทุกวันจันทร์เย็น ตอนนี้กว่า ๓๐ ชุมชน แล้วก็ตั้งใจจะไปให้ครบทุกพื้นที่ ในพื้นที่ของผมที่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ จากรายงานฉบับนี้ที่บอกธนาคารโลกเคยประเมินในปี ๒๕๖๑ ว่าคนไทย ๖.๗ ล้านคน หรือราว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร จะมีรายได้ต่ำกว่าเส้นยากจน ซึ่งตัวเลขนี้อยู่ที่ ๒,๗๖๓ บาทต่อคนต่อเดือน รายงานฉบับนี้ ในหน้าที่ ๙ พูดถึงตัวเลขที่น่าสนใจครับ เป็นเรื่องของจำนวนผู้สูงอายุ และร้อยละต่อจำนวนประชากร โดยผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ในปี ๒๕๖๓ มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๒.๖ ล้านคน หรือประมาณ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑ ใน ๕ จากนั้นอีก ๑๐ ปี ปี ๒๕๗๓ เพิ่มเป็น ๑๗.๖ ล้านคน หรือประมาณ ๑ ใน ๔ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ ปีถัดไป ปี ๒๕๘๓ ผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น ๒๐.๕ ล้านคน หรือกว่า ๓๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑ ใน ๓ ของประชากร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนคงตระหนักดี ทุกคนคงทราบดีนะครับ ผมมาดูข้อมูลของจังหวัดนครสวรรค์นะครับ จังหวัดนครสวรรค์ ปี ๒๕๖๖ มีผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป กว่า ๒๔๐,๐๐๗ คน หรือกว่า ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ในนี้มีผู้สูงอายุที่เป็นผู้สูงอายุ อายุ ๑๐๐ ปีพอดี ชาย ๘๕ คน หญิง ๗๗ คนนะครับ แล้วก็ผู้สูงอายุที่เกิน ๑๐๐ ปี ของจังหวัดนครสวรรค์คนที่สูงอายุเยอะทีเดียวเพศชายและเพศหญิง ๓๓๗ คน แต่แน่นอน ผู้สูงอายุที่อายุมากขณะนี้ในการดูแลตนเองคงลำบาก หากเขาไม่มีเงินเก็บเพียงพอ แล้วต้อง อาศัยเบี้ยผู้สูงอายุที่ได้รับเพียง ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาทต่อเดือน น่าจะไม่เพียงพอ ต่อการดำรงชีวิตนะครับ จากข้อมูลของท่านอนุกรรมาธิการ เรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ด้านสวัสดิการ งบประมาณท่านจัดสรรไว้ ๔๑๐,๓๗๐ ล้านบาท ที่เป็นตัวเลขที่นำเสนอ เป็นในส่วนของบำนาญข้าราชการกว่า ๓๒๒,๗๙๐ ล้านบาท เบี้ยยังชีพตอนนี้ที่เราได้รับก็คือ ๘๑,๕๘๐ ล้านบาทต่อประชากร ๑๑.๓ ล้านคน ซึ่งน้อยนิดนะครับ ผมขอสรุปข้อมูล ในรายงานเล่มนี้ อยากจะถามท่านอนุกรรมาธิการ ๓ ข้อนะครับ

ข้อแรก จากรายงาน หน้า ๒๓ ว่าด้วยคุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้ที่ได้รับ บำนาญในต่างประเทศ อาทิ ประเทศแคนาดา ประเทศเดนมาร์ก ประเทศกรีซนะครับ ประเทศแคนาดา ผู้สูงอายุที่ได้รับบำนาญตามข้อกำหนด อายุ ๖๕ ปีขึ้นไป ประเทศเดนมาร์ก ๖๕ ปี ประเทศกรีซ ๖๗ ปี ประเทศไอร์แลนด์ ๖๗ ปี ประเทศอิสราเอล ๖๗ ปี ประเทศ เนเธอร์แลนด์ ๖๖ ปี ประเทศนิวซีแลนด์ ๖๕ ปี สิ่งที่จะถามท่านก็คือตัวเลขผู้สูงอายุที่ในแต่ ละประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เหตุใดที่เขาให้ผู้สูงอายุในช่วงอายุที่มากกว่าเรา ให้ตอนที่อายุ ๖๐ ปี อยากจะสอบถามท่านเรื่องนี้ เป็นเพราะว่าพวกเขาแข็งแรงกว่าผู้สูงอายุ คนไทยหรือไม่นะครับ

เรื่องที่ ๒ ได้ยินว่ากันว่าการใช้นโยบายอยู่ UBI หรือรัฐสวัสดิการในลักษณะนี้ จะทำให้คนขี้เกียจหรือไม่ยอมทำงาน หรือมีแนวโน้มที่จะเป็นอุปทานที่แรงงานหดตัวลง จริงหรือไม่อย่างไร อยากให้ท่านชี้แจงเรื่องนี้ เพราะผมยังไม่ได้รับข้อมูลในรายงานเรื่องนี้ครับ

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของด้านที่มาของรายได้ มีหลายเรื่องที่ท่านได้หยิบยก เรื่องที่น่าสนใจ พูดถึงข้อเสนอด้านรายได้ ไม่ว่าจะเป็นงบจากกระทรวงการคลังที่เก็บภาษี ความมั่งคั่ง ภาษีกำไรจากอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งของกระทรวงสาธารณสุขโดยการ เก็บภาษีธุรกิจ กระท่อม กัญชา ที่น่าสนใจคือภาษีในเรื่องของหวยนะครับ เรื่องนี้อยากให้ ท่านชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อจะสื่อสารกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ท้ายนี้ครับ ขอสนับสนุนรายงาน ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การพัฒนาระบบบำนาญ พื้นฐานประชาชนครับ ขอบคุณครับ