นพพล ชี้งบจำกัด ห่วงสวัสดิการผู้สูงอายุไม่ทั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

นพพล เหลืองทองนารา หารือประเด็นสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุในบริบทของสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น พร้อมเสนอแนวทางจัดเก็บภาษีมลภาวะเพื่อสนับสนุนบำนาญพื้นฐานและเรียกร้องให้รัฐเข้าดูแลฌาปนกิจสงเคราะห์อย่างจริงจัง ท่ามกลางข้อจำกัดของงบประมาณและการพัฒนาประเทศอย่างหลากหลายด้าน

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับ ในสิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการ ของด้านสวัสดิการสังคมได้ทำรายงานขึ้นมา โดยเฉพาะท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่าน สส. วรรณวิภา ไม้สน ท่านมดแห่งอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งผมก็เคยทำงาน กับท่านมาในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม มา ๔ ปี ผมยอมรับว่าท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการนี้เป็นคนที่เอาจริงเอาจังแล้ว แล้วพอรายงานฉบับนี้ออกมา ผมเชื่อมั่น ได้เลยว่าเป็นรายงานที่มีความน่าเชื่อถือสูงมากฉบับหนึ่งของสภาเรา ท่านครับ พูดถึงว่า ผู้สูงอายุ วันนี้อย่างที่เราทราบกันอยู่ว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด นั่นก็คือมีผู้สูงอายุที่อายุเกิน ๖๐ ปีขึ้นไป ตามคำนิยามคือมีอยู่ ๑ ใน ๕ ของประชากร ทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วตอนนี้ของเราประชากรของวัยผู้สูงอายุก็คือ ๑๓ ล้านคน นั่นเท่ากับ ๒๐.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ตามเปอร์เซ็นต์ของทางด้านกรมการปกครองที่ได้บอกมา ท่านครับ แล้วเรามาดูในงบ ผมเองผมสงสารรัฐบาลมาก เพราะว่าหลายคนก็พูดจาเหมือนกับ ในลักษณะที่ว่ารัฐบาลไม่มีหัวจิตหัวใจ รัฐบาลนี้ไม่สงสารผู้สูงอายุ ผมเองเชื่อมั่นว่า ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรีทั้งหมด รวมทั้ง สส. ทุกคน ไม่ว่าฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล เราเองก็มีหัวใจเหมือนกันละครับ แล้ววันหนึ่งทุกคนก็ย่อมรู้ดีอยู่ว่าเมื่อถึงวันหนึ่งเราก็ต้อง แก่เฒ่าเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วถามว่ารัฐบาลนี้อยากจะทำไหม ผมเดาใจดูนะครับ รัฐบาลอยากจะทำสวัสดิการที่มันมีความสมบูรณ์สุดยอด แต่ด้วยความที่งบประมาณมันมีอยู่ จำกัด แล้วก็ต้องมีการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน ถามว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีสบายใจไหมกับการ เห็นเบี้ยผู้สูงอายุ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท แล้วก็ ๑,๐๐๐ บาท สำหรับอายุ ๙๐ ปี ขึ้นไป ท่านนายกรัฐมนตรีคงอยู่ไม่เป็นสุขหรอกครับ แล้วใจก็กระวนกระวาย สิ่งหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพยายาม นั่นก็คือการออกไป Roadshow ในประเทศต่าง ๆ เพื่อที่จะนำรายได้เพื่อที่จะนำรายได้ในการค้าการขายได้มาแบ่งปันในส่วนที่จะเป็นสวัสดิการ ขั้นพื้นฐาน ถามว่าผู้บริหารทุกยุคทุกสมัยก็อยากจะเห็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่มีความ สมบูรณ์เหมือน ๆ กัน ท่านครับ พูดถึงถ้าเราจะทำเรื่องของสวัสดิการของผู้สูงอายุให้มี ความสมบูรณ์ นั่นก็คือเรื่องของรายได้ ในความคิดเห็นของผมเรื่องของรายได้ แหล่งที่มา นอกจากเงินงบประมาณแล้วผมเห็นว่าในมาตรการทั้งหลายที่มีการเก็บภาษีที่เกี่ยวกับ มลภาวะซึ่งมีอันตรายต่อสุขภาพ นั่นละครับ สิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับ ค่าอะไร ก็แล้วแต่ หรือเป็นภาษี เช่นภาษีคาร์บอนเครดิต ก็ควรจะต้องมีสัดส่วนที่พอสมควรในการที่ จะมาอุดหนุนในส่วนของที่จะเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนในทุกช่วงวัย และโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผมเองอยากจะเสนออีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นบำนาญขั้นพื้นฐาน ถ้าไม่มี สิ่ง ๆ นี้ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรถ้าเกิดว่าเสียชีวิตหรือว่าอะไรขึ้นมาลูกหลานก็คงจะ ลำบาก นั่นก็คือฌาปนกิจสงเคราะห์ ทุกวันนี้เรายอมรับกันไหมครับว่าฌาปนกิจสงเคราะห์ ในหลาย ๆ ที่ในประเทศไทยมีปัญหา ผมเองอยากจะให้ภาครัฐได้ก้าวเข้าไป ได้เอื้อมเข้าไป ดูแลอย่างจริงจัง ไม่ใช่ว่าจะให้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะนายทะเบียน ได้เข้าไป ดูแลอย่างเดียว แล้วก็รับทราบแต่ในเรื่องของจำนวนของสมาชิก จำนวนเข้าจำนวนออก แต่ไม่ได้สนใจในเรื่องของรายละเอียดข้างในว่าได้มีการจ่ายเงินกันถูกต้องให้กับพี่น้องที่เป็น สมาชิกของฌาปนกิจหรือไม่ ผมเองก็อยากจะนำเสนอในแง่มุมนี้อีกแง่มุมหนึ่ง ท่านครับ ในเมื่อ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ทั้งผมแล้วก็ สส. ทุก ๆ คนเราก็ใฝ่ฝัน ที่อยากจะเห็น เพราะฉะนั้นแล้วมันไม่ช้าหรอกครับที่เราจะช่วยกัน ที่หลายคนบอกว่า ถ้าไม่ทำวันนี้แล้วจะทำวันไหน ถ้ามีสตางค์ใครเป็นรัฐบาลก็อยากทำครับ เพราะนอกจากว่า ได้ตอบสนอง ผู้สูงอายุหรือแม้แต่สวัสดิการของช่วงวัยต่าง ๆ แล้วยังได้รับความเชื่อถือ จากประชาชนและนั่นคือความมั่นคงทางด้านการเมืองด้วยซ้ำ ทำไมเราไม่อยากทำ เราอยาก ทำครับ แต่ว่าในเมื่อมันมีข้อจำกัดหลาย ๆ ด้าน ผมถึงบอกว่าผมก็สงสารรัฐบาลเหมือนกัน ผมรู้อยู่เต็มอกเหมือนอย่างที่พูดไปตอนแรก ผมต้องพยายามย้ำ เพราะว่าหลาย ๆ คนขึ้นมา นี่ก็ต่อว่าต่อขานรัฐบาล แล้วบีบบังคับรัฐบาลว่าต้องทำเลย ต้องทำเดี๋ยวนี้ ต้องทำเดี๋ยวนี้ ผมเองก็สงสารมาก ผมถึงเอาเวลาครึ่งหนึ่งในการที่พูดอภิปรายได้กล่าวถึงรัฐบาล ไม่ใช่ว่า รัฐบาลไม่อยากจะทำ อยากทำครับ แต่ขีดจำกัดในเรื่องงบประมาณก็มี ถ้าจะเอามาทำแต่ สวัสดิการอย่างเดียวแล้วไม่ทำถนนหนทาง เดี๋ยวพวกท่านก็ว่าอีกว่านี้เด็กจะเก่ง เด็กจะมีคุณธรรมได้อย่างไร ถนนยังเป็นฝุ่นอยู่เลย เพราะฉะนั้นแล้วมันก็ต้องทำควบคู่กัน หลายอย่าง ผมเองก็ขอแสดงความชื่นชมกับท่านอนุกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านประธาน ที่ได้ทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมา ถือว่ามีประโยชน์มาก ผมเองก็ขอเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ