ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือปัญหาผู้สูงอายุและเสนอร่างกฎหมายเพื่อจัดสวัสดิการเงินเดือนคนชราอย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลบริหารเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ที่ต้องลุก ขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนร่วมนี้ก็ชื่นชมในประธานคณะกรรมาธิการกิจการสวัสดิการสังคม ของสภาผู้แทนราษฎร คือคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการทุกท่าน ที่ได้ตั้งใจหยิบยกเรื่องนี้เข้ามา เพราะปัญหาเรื่องนี้มันก็จะเป็นปัญหาหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ในวันข้างหน้าของประเทศนี้ ฉะนั้นวันนี้คณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการได้ออกมา ตอกย้ำ ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้นะครับ ว่าเรื่องนี้เราคิดกันมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคของท่านอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านขึ้นมา เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่านได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นต้น ๆ แล้วก็ มาปรับปรุงจากที่เงินผู้สูงอายุได้รับสวัสดิการ เดือนละ ๒๐๐ บาท ในอดีตมันค่อนข้าง จะน้อยนิดเดียวท่านประธานครับ ท่านเลยมาปรับเป็นขั้นบันได โดยให้เริ่มต้นจาก ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท แล้วก็ ๑,๐๐๐ บาท ตามลำดับดังที่หลายท่านได้กล่าว มาแล้ว แล้วก็อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมด้วย คุณสุนัย จุลพงศธร ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ท่านไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้วในวันนี้ ท่านบอกว่า ให้ช่วยทำพระราชบัญญัติเงินเดือนหรือเงินบำนาญประชาชนขึ้นมาหน่อยสักฉบับหนึ่ง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผู้สูงอายุที่จะมากขึ้น วันนั้นผมก็เขียนกันเรียบร้อยแล้วครับ ลงลายมือชื่อ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีชื่อท่านประธานพิเชษฐ์อยู่ด้วยท่านหนึ่งที่ช่วยเซ็นรับรอง พ.ร.บ. ฉบับนี้ บังเอิญพอยื่นเข้าสภาได้ไม่กี่วันครับ กระแสปัญหาภายในประเทศ นี่ไม่ใช่ว่า ไปรื้อขอนหาตะเข็บนะครับท่านประธาน ก็มีการปฏิวัติรัฐประหาร มีขบวนการเยอะแยะ มากมายจนเธอต้องอยู่ไม่ได้ เธอเป็นนายกรัฐมนตรีผู้หญิง เข้าใจปัญหาคนเป็นแม่ เข้าใจ ปัญหาผู้สูงอายุ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็กระท่อนกระแท่นกับเรื่องเหล่านี้ แล้วก็มี พรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล ของคุณณัฐชาที่เป็นประธานเองก็ได้ เสนอเรื่องนี้เป็นโปรแกรมในการหาเสียง พรรคไทยสร้างไทยก็นำไปหาเสียง พรรคเพื่อไทย ก็นำไปเสนอกับพี่น้องประชาชน ทุกคนเราเห็นด้วย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ปัญหา ของบ้านนี้เมืองนี้รัฐบาลมันไม่ได้บริหารเศรษฐกิจ บริหารประเทศติดต่อกัน มันก็ทำให้ มีปัญหาเศรษฐกิจเพราะมันเป็นประเทศที่ปฏิวัติ เว้นปฏิวัติ เว้นรัฐประหาร หลายคน ยกตัวอย่างประเทศเยอรมัน ประเทศโน้นประเทศที่เจริญแล้ว ถามว่าทำไมเขาทำให้ได้ ถามว่าประเทศไทยเราทำไมถึงทำไม่ได้ ประเทศเขาทำได้ เพราะการเมืองเขาปะติดปะต่อ เขาสามารถเก็บเงินเก็บทอง มีรายได้ให้กับรัฐบาลเยอะแยะ ประเทศเกาหลีตั้งแต่ตีห้าพี่น้อง ประชาชนไปรอเสียภาษี เพราะการเมืองเขาไม่ขาดสะบั้น เมืองไทยนี้เราไม่มีรายได้ ผมเชื่อแน่ว่าทุกคน ทุกพรรคที่มานั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้อยากเห็นเรื่องนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะพวกเราเองวันนี้วัยขึ้นเลข ๖ ไปแล้ว แล้วเราก็สัมผัสกับผู้สูงอายุมาก วันนี้ น่าสงสารท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไม่พูดถึงผู้สูงอายุ ถ้าคนที่รับบำเหน็จรับบำนาญ บางคนรับบำเหน็จ เบื้องต้นได้เป็นก้อนโต ลูกหลานมาช่วยใช้กันจนหมดแล้วก็ทอดทิ้ง คนรับ บำนาญนี้ก็โชคดีไปเพราะอยู่จนตายลูกหลานยังได้มีบำนาญตกทอด แต่คนที่ไม่มีอะไรเลย ท่านประธานครับ น่าสงสารมาก ท่านประธานเชื่อไหมครับ เวลาผมไปปราศรัยหรือเยี่ยม ผู้สูงอายุทั้งติดเตียงและไม่ติดเตียงก็ดี ผมจะถามทรัพย์สินในบ้านก่อนว่ามีอะไรเหลืออยู่ เท่าไรบ้างไหม คนไม่มีอะไรเลย ทรัพย์สินผมก็พูดไม่ออก แต่ถ้าคนที่มีท่านประธาน ผมบอกว่าอย่าเพิ่งรีบโอนให้ลูกหลาน อย่าโอนเด็ดขาด เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะ โอนไปแล้วทรัพย์สินหมด พอทรัพย์สินหมดลูกหลานเดี๋ยวนี้เริ่มปล่อยพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ให้อยู่ตามลำพัง ครั้นที่จะไปอยู่บ้านเอื้ออาทร หรือบ้านพักคนชรา ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ปีหนึ่งถ้าจำไม่ผิดที่จังหวัดมหาสารคาม หรือจังหวัดอุดรธานี ก็มีการโกงกัน คอร์รัปชันกัน พวกนี้ก็ตกนรกไปแล้วนะครับ ไปคอร์รัปชันเงินให้กับผู้สูงอายุบ้านพักคนชรา แต่คนที่ไม่มี อะไรเลยวันนี้นอกจากไม่มีที่ทำกินแล้ว ไม่มีอาหารกินแล้ว ท่านประธาน โดนลูกหลานทิ้งอีก อย่างน้อยๆ มันเป็นเรื่อง Guarantee ของเงิน ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเส้นแบ่งแดนที่ทำให้คน คนหนึ่งสามารถเลี้ยงชีพอยู่ได้ภายใน ๑ เดือน นี่เป็นการคิดที่สารตั้งต้นได้ดีมากทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล พรรคไทยสร้างไทย พรรคเพื่อไทย เพียงแต่ว่าวันนี้เราจะมาทำกันอย่างไรให้เศรษฐกิจบ้านเมืองมันเป็นไปได้ ให้มี รายได้คงคลังมากขึ้น ให้มีหลาย ๆ ส่วนที่สามารถเอาให้กับคนเฒ่าคนแก่ได้ ผมนี้ยินดีมาก แล้วขอบคุณกรรมาธิการจริง ๆ ที่เอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นสารตั้งต้นอีกครั้งหนึ่ง อย่างน้อย ๆ ก็ได้เป็นเชื้อไว้ในวันข้างหน้า เพราะผู้สูงอายุเราเริ่มมาก ผมไม่อยากจะไปบอกตัวเลขครับ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือทำอย่างไรให้บ้านเมืองนี้เดินไปด้วยกระบวนการประชาธิปไตย ให้บ้านเมืองมันคงเส้นคงวา เศรษฐกิจมันดีขึ้น วันนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์พร้อมครับ ผมก็ไม่ได้ มาชมเธออะไรมากมายหรอกครับ เพียงแต่มาเล่าให้ฟัง เพราะผมเป็นนักการเมืองในวันนั้น และเป็นคนทำ พ.ร.บ. เงินบำนาญประชาชนเข้าไป วันนั้นเงินคงคลังเยอะ พร้อมทุกอย่าง แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาในประเทศก็ดังที่เราทราบ ดังที่เรารู้ มันก็เป็นอย่างนี้ ผมเชื่อแน่ว่า ไม่นานเกินรอผู้สูงอายุหรือคนชราจะได้รับโอกาสจากพวกเรา เนื่องจากคนเหล่านี้เราอาจจะ มองว่าเขาไม่ได้เสียภาษีเป็นรายเดือน เพราะเขาไม่ได้รับราชการ แต่อย่าลืมว่าเขาเสียภาษี ทุกวันครับ ตั้งแต่เขาเกิด เขาเข้าเซเว่น-อีเลฟเว่นซื้อของเขาก็เสียภาษี VAT เขาไปซื้อของ เขาก็เสียภาษี นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่เขาสะสมภาษีไว้ แต่ไม่เห็นเป็นรูปธรรม ฉะนั้นเขาเป็น คนไทย เมื่อเขาไม่สามารถทำงานได้น่าจะมีสิ่งที่รัฐได้ดูแลเขา เพราะเขาเป็นคนเสียภาษี มาตลอดทั้งชีวิตเหมือนกัน แต่วันนี้หลายกลุ่มอาจจะมองไม่เห็นผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน และคณะรัฐมนตรีชุดนี้ได้มองเห็นเรื่องนี้ เพียงแต่ว่ารอโอกาส เพราะเราต้อง ยอมรับจริง ๆ ว่าวันนี้ประเทศเรานั้นรายได้ เงินคงคลังอาจจะมากแต่นำมาใช้ไม่ได้ รายได้ เศรษฐกิจมันเริ่มแย่ ถ้าเศรษฐกิจดี ส่งออกดี ท่องเที่ยวคนมา เก็บภาษีได้ดี ผมเชื่อแน่ว่าวันนี้ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม คุณณัฐชา นำมาเสนอคงไม่ผิดหลัง ท้ายที่สุดต้องขอชมเชยอีกครั้งและให้กำลังใจนะครับ เห็นน้องเขาทำงานเกี่ยวกับเรื่อง สวัสดิการ เพราะว่าคุณณัฐชาก็มาจากรากหญ้า เรามาจากที่มาเหมือนกัน เราเข้าใจปัญหา ความยากจน เราเข้าใจปัญหาสภาพการเป็นอยู่ของชีวิตคนจน เพราะมาจากรากฐานของ คนจน เราแทบจะไม่รู้จักธนาคารเลยครับ ผมรู้จักธนาคารเมื่อตอนผมเป็นครูนี่เอง แล้วคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่ที่บ้านเขาไม่รู้จักเลย วันนี้ท่านประธานรู้ไหมบางคนมี ๖๐๐ บาท ไปเบิกเองไม่ได้ฝากให้ลูกหลานไปเบิก ยังไม่ถึงบ้านเลยครับ ลูกหลานเอามาจาก อบต. มันใช้หมด จริง ๆ ผมอยากให้ประธานกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการไปเขียนข้อสังเกต ไว้ด้วยว่าเงินสวัสดิการผู้สูงอายุควรจะให้ผู้สูงอายุมาเบิกเองที่หน่วยงานที่จ่าย หรือไม่ ให้เจ้าหน้าที่นำไปให้ถึงบ้าน ให้ถึงมือเขาก่อน ส่วนลูกหลานจะเอาไปใช้จ่ายแทนก็สุดแล้วแต่ เพราะคนเหล่านี้นั้นโอกาสอยู่บนโลกแห่งนี้ก็ไม่นานมากหรอกครับท่านประธาน ถ้าเป็น ภาษาบ้านผมเขาบอกว่า นุ่งผ้าถุงไม่กี่ผืนแล้วล่ะครับ ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าพวกผมและพรรคเพื่อไทยเห็นด้วย และผมเชื่อว่าผู้แทนในสภาแห่งนี้ เห็นด้วย เพียงแต่ว่าเรารอโอกาสให้บ้านนี้เมืองนี้เศรษฐกิจดี ผมยินดีที่จะนำความนี้ไปแจ้ง ให้กับท่านนายกรัฐมนตรี แจ้งให้กับคณะรัฐมนตรี แล้วผมเชื่อแน่ว่าท่านทราบเรื่องนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ