สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษก็มีผู้คนหลายเชื้อชาติ หลายวัฒนธรรม แต่ถ้าหากว่าจะพูดถึงชนเผ่าพื้นเมือง ก็พอจะเรียกได้ว่ามีอยู่ ๔ กลุ่มหลักครับท่านประธาน ก็จะมีเยอ มีส่วย มีลาว แล้วก็มีเขมรครับ ซึ่งก็เป็น ๔ กลุ่มหลัก ซึ่งทำให้จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและ มากสีสันครับ ตัวผมก็เห็นด้วยที่จะมีการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมือง ต่าง ๆ เอาไว้ เพื่อที่ประเทศไทยเราจะได้เป็นสังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรมมีเอกลักษณ์ทาง วัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่จะเป็นจุดดึงดูด ให้ต่างชาติได้มาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น การที่รัฐบาลและเพื่อนสมาชิกได้มี การเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะได้มี การร่วมกันคิดถึงการพัฒนาเรื่องดังกล่าวอย่างบูรณาการ เพื่อที่จะรับใช้พ่อแม่พี่น้องที่เป็น ชนเผ่าพื้นเมืองกว่า ๑๐ ล้านคนครับ ผมมีข้อสังเกต ๒-๓ ประการ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ต่าง ๆ ที่มีการร่างขึ้นครับ แล้วก็จะขออนุญาตฝากไปยังคณะกรรมการที่จะมีโอกาสได้ พิจารณาเรื่องนี้ในอนาคตอยู่ ๒-๓ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของการตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ นะครับ ซึ่งการตั้ง คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๓๗ ได้มีการพูดไว้ ในช่วงท้ายนะครับว่าในเรื่องของการใช้ระบบกฎหมายที่จะใช้คณะกรรมการนั้น อยากให้ทำ เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ความหมายก็คือว่าไม่อยากจะให้มีการตั้งคณะกรรมการ หรืออนุกรรมการจำนวนมาก จนเกินไป เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะเป็นการเปลืองทรัพยากรบุคคลและขณะเดียวกัน ก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แล้วก็ทำให้องค์กรหน่วยงานของรัฐของเราซึ่งปัจจุบันนี้ มีขนาดใหญ่ เรามีค่าใช้จ่ายประจำแต่ละปีที่ต้องชำระ ที่ต้องจ่ายในงบประมาณรายจ่าย จำนวนมากมายมหาศาล ทำให้ต้องกู้เงินจำนวนมากและเหลือเงินสำหรับการพัฒนาในเรื่อง ของงบลงทุนเพียงไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นการตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ก็จะขอ อนุญาตฝากความกังวลครับว่าขอให้มีการตั้งเท่าที่จำเป็นจริง ๆ การไปตั้งระดับจังหวัด หรือระดับอำเภออะไรทำนองนั้น อาจจะเกินไปนะครับ ก็ขอให้ใช้เท่าที่จำเป็นน่าที่จะเป็น ประโยชน์ต่อการดำเนินการของรัฐบาลครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะขออนุญาตให้ข้อคิดเห็นนะครับ ก็คือเรื่องของการใช้ กฎหมาย เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันของเรานะครับ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายในเรื่องของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ กฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน กฎหมายเกี่ยวกับวัฒนธรรมต่าง ๆ มีร่างพระราชบัญญัติมากมายที่บังคับใช้อยู่แล้วนะครับ ถ้าหากว่าจะมีการหาวิธีบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้นมาเพื่อส่งเสริมในเรื่องของการดูแล ชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งผมคิดว่าน่าจะครอบคลุมมากพอสมควรแล้วนะครับ ถ้าใช้กฎหมายต่าง ๆ เท่าที่มีอยู่แล้วมาดำเนินการ โดยที่ไม่มีการบัญญัติเพิ่มเติมในหลาย ๆ ประเด็นนี้น่าที่จะเป็น ประโยชน์มากกว่าการที่จะเพิ่มกฎกติกาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกโดยเฉพาะ เหตุผลที่ผมกังวล ก็คือถ้าหากว่าในบางชนเผ่าหรือในบางแห่งนะครับ เรามีการใช้กฎหมายเฉพาะและกำหนด มาตรการเฉพาะขึ้นสำหรับกลุ่มชนเผ่าหนึ่ง ๆ ในขณะที่เรามีชนเผ่าอื่น ๆ อีกหลายสิบชนเผ่า อาจจะเป็น ๕๐ ชนเผ่าหรือ ๖๐ ชนเผ่า แล้วเกิดความลักลั่นหรือไม่เสมอภาคกัน มันก็อาจจะ เกิดปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจระหว่างชนเผ่าต่าง ๆ ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าการดำเนินการต่าง ๆ ดำเนินการไปโดยอาศัยกฎหมายตามปกติ น่าจะเป็นวิธีการ ที่ดีกว่าครับ รวมทั้งอีกประเด็นหนึ่งที่ขออนุญาตฝากนะครับ เนื่องจากว่าชนเผ่าพื้นเมือง ของเรานะครับ ถ้าเราไปนับรวมกันปัจจุบันก็มีเพื่อนสมาชิกนะครับ ได้บอกว่าประมาณ ๑๐ ล้านคน ซึ่งก็เป็นจำนวนมากนะครับ ซึ่งชนเผ่าพื้นเมืองก็เป็นคนไทย ชนเผ่าที่ไม่ใช่ชนเผ่า พื้นเมืองจะเป็นคนในพื้นที่ประเทศไทยเป็นชาวไทยตั้งแต่ดั้งเดิม หรือเป็นผู้อพยพมาจาก ต่างประเทศมาเป็นคนไทยต่างก็เป็นพี่น้องชาวไทยด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นคนไทย ด้วยกันถ้าหากว่ามีการปฏิบัติต่อทุกชนเผ่าอย่างเท่าเทียมในฐานะคนไทย ผมก็คิดว่าน่าจะทำ ให้เกิดความรู้สึกว่าสังคมของเรานั้นมีความเป็นธรรมและมีความเท่าเทียมมากกว่าที่จะใช้ ระบบกฎหมายหรือกฎกติกาเฉพาะสำหรับประชาชนเผ่าใดชนเผ่าหนึ่งที่พิเศษกว่าชนเผ่าอื่น ก็เป็น ๒-๓ ประเด็นที่ผมกังวลครับ แต่กล่าวโดยสรุปผมก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ของเพื่อนสมาชิกและของรัฐบาลที่มีการยื่นเข้ามาในครั้งนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการ พิจารณาในชั้นของกรรมาธิการนั้นจะได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบและเหมาะสม เพื่อที่จะให้การดูแลชนเผ่าพื้นเมืองของเราเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ ยังผลทำให้ประเทศไทย เรายังคงรักษาเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของแต่ละชนเผ่าเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่น่าสนใจ และไม่ก่อให้เกิดความแตกแยก หรือแตกต่าง หรือเกิดความขัดแย้งในสังคมครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ