ภาคภูมิ บูลย์ประมุข แถลงว่า จังหวัดตากมีประชากร 600,000 คน มีชนเผ่า 20,000 คน และบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลไทยโดยสมบูรณ์ ซึ่งถ้ารัฐทำงานอย่างเป็นระบบ ก็จะไม่เกิดขึ้น และเขาไม่สนับสนุนให้มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่จะสนับสนุนให้รัฐลดขั้นตอน ลดกฎหมาย และช่วยให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกับคนไทยทั่วไป
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติของฉบับนี้ เนื่องจากจังหวัดตากถือเป็นจังหวัดหนึ่ง ที่มีพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดตากมีประชากรประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน เป็นพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์อยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๑ ใน ๓ มีทั้งชนเผ่ากะเหรี่ยง หรือปะกาเกอะญอ ม้ง ลาหู่ ลีซอ อาข่า เมี่ยน และคนไทยพื้นราบ ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลไทยโดยสมบูรณ์แบบ มีบัตรประชาชน เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้ารัฐทำงานอย่างเป็นระบบ ผมไม่ใช่สนับสนุนว่า จะมีกฎหมายเรื่องไหน ผมขออนุญาตจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ ผมขออนุญาตอภิปรายประกอบกับ ในเรื่องเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เพราะว่ารัฐให้ความหวังกับพี่น้องกลุ่มนี้ ให้ความหวังต่อเนื่อง ๆ เรื่องที่สำคัญคือเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราคุยกันเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า อันนี้ก็เป็นอีก เรื่องหนึ่งที่ทำให้ปัญหาของความเหลื่อมล้ำ ปัญหาของกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ไม่ได้รับความ เป็นธรรมเท่ากับของคนทั่วไป ฉะนั้นผมคิดว่าถ้ารัฐทำเป็นระบบ เมื่อสักครู่เราพูดถึงเรื่อง ที่ดินทำกิน การเข้าถึงสิทธิครอบครองในที่ดิน รัฐมีนโยบาย คทช. แต่ต้วมเตี้ยมมาก เดินก็ช้า ทำอะไรก็ไม่สะดวก เพราะว่าเรามียึดติดเรื่องระเบียบเยอะเกินไป คทช. ถ้าทำดี ๆ เป็นเรื่อง ที่ดีนะครับ เพราะว่ารัฐตั้งใจจะจัดหาที่ดิน จัดหาสิทธิที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ กลุ่มชาติพันธุ์นี้เป็นหลัก เพราะว่าในเมื่อถ้าทำ คทช. อะไรปุ๊บ พี่น้องก็จะได้ถือสิทธิ สามารถ ถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้ สามารถนำไปแปลงทรัพย์สินเป็นทุนได้ และที่สุดสามารถเข้าถึง งบประมาณของรัฐได้ ๔ ปีที่ผ่านมาผมพยายามผลักดันเรื่องนี้ แต่เราไม่ได้ผลักดันเป็นเรื่อง พระราชบัญญัติหรอกครับ เราผลักดันในเรื่องสิทธิที่ชาวบ้านเขาจะได้ ผมยกตัวอย่าง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะขุดบ่อจิ๋วให้ คนพื้นล่างมี ส.ป.ก. มีโฉนด มี น.ส. ๓ มีใบที่ดิน ของสหกรณ์เขาได้รับบ่อจิ๋ว แต่คนพื้นที่สูงไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่สามารถรับเรื่องพวกนี้ได้เลย เพราะว่าอันดับแรกคือไม่มีสิทธิทำกิน เขาปลูกพืชไร่ เขาโดนภัยพิบัติ รัฐจะไปเยียวยา ก็ทำยาก เพราะพิสูจน์ไม่ได้ อันนั้นคือเรื่องเรื่องหนึ่งนะครับ ถ้ารัฐบาลไม่ว่าจะกระทรวง ต่าง ๆ ถ้าท่านเห็นความสำคัญนี้ ท่านลดขั้นตอน ลดกฎหมาย ลดระเบียบ และช่วยให้เขาได้ ตามสิทธิที่เขาควรจะช่วยเหมือนคนไทยทั่วไป เรื่องนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ถนนหนทางที่ผมพูด ทุกครั้งว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะมีสิทธิทำได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ ก็ติดด้วยระเบียบ เงื่อนไข แล้วก็ขั้นตอนที่มันยุ่งยาก ผมก็เชื่อว่าตอนนี้ทั้งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะท่านพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ท่านเป็นเจ้ากระทรวง ท่านก็จะพยายามขับเคลื่อนเรื่องนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็พยายามจะประสานกันเพื่อจะให้ โครงการ ๒ โครงการนี้มันสามารถเข้ากันได้ แล้วมันจะเป็นโอกาสของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ผมเลยนำเรียนว่า ทุกอย่างที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เขาไม่ได้รับความเท่าเทียม ก็เกิดจากเงื่อนไข ของรัฐ ท่านไม่ต้องไปทำกฎหมายก็ได้ครับ ท่านไปแก้ไขเงื่อนไขของท่านให้รองรับกับการ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ การได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐเท่าเทียมกับ คนทั่วไป ผมว่าเขาก็คงไม่เดือดร้อน สำหรับผมอยู่กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์โดยเฉพาะบ้านผม พี่น้อง ปกาเกอะญอ หรือว่ากะเหรี่ยงอยู่ด้วยกันมาเป็น ๑๐ ปีรู้ว่าเขาอยากได้อะไร เงื่อนไขที่มัน เป็นกฎหมายคุ้มครองมันก็เป็นเรื่องดี แต่รูปธรรมที่รัฐจะทำให้เขา อันนี้เรื่องจริง คือเราต้อง พยายาม Support เขาให้ได้ ให้เขาได้จับต้องได้ ให้เขาเห็นว่าเขาไม่ได้ด้อยค่า วันนี้บ้านคน พื้นล่างมีไฟฟ้าใช้ เขาก็ต้องควรมีไฟฟ้าใช้ แต่มันก็ติดด้วยเงื่อนไข เขามีถนน พวกเรามีถนน คอนกรีต ถนนลาดยางอย่างดี เขาถนนลูกรัง ใช้งานได้ก็เฉพาะหน้าแล้ง หน้าฝนก็ใช้ไม่ได้ ในเมื่อเราไม่ได้ให้เขา เขาก็ต้องมีปัญหาในเรื่องการดำรงชีวิต ถ้ารัฐทำเรื่องนี้ได้ กฎหมาย ฉบับนี้ผมว่า จำเป็นน้อยกว่าความเป็นจริงที่รัฐจะสนับสนุนให้ ในเรื่องการตั้งพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ผมไม่มีความเห็นว่าจะตั้งหรือไม่ตั้ง ตั้งก็ดี ถ้าไม่ตั้งรัฐต้องปรับปรุงระเบียบกฎหมาย ของการใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินให้ได้เท่าเทียมกัน เรื่องนี้ก็จะจบไปได้ ขอบคุณครับ