จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล หารือเรื่องกฎหมายที่ไม่เท่าเทียมกันของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะสิทธิและสวัสดิการที่ไม่เท่าเทียมกัน และเรียกร้องให้เปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิเท่าเทียมกัน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตอภิปรายประกอบร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... หลาย ๆ ท่านตั้งแต่เช้ามา ได้พูดถึงสิทธิ แล้วก็สวัสดิการของพี่น้องชาวชาติพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างที่ยังไม่มีสิทธิโดยชอบธรรม เรื่องบัตรประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยนั้นโดยเฉพาะเขต ๔ นั้น ประกอบไปด้วยภูเขาติดต่อกับจังหวัดแพร่ จังหวัดตาก จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเทือกเขา เชื่อมกับจังหวัดน่าน คงหลีกเลี่ยงไม่ได้พี่น้องชาวชาติพันธุ์หลายชาติพันธุ์ติดต่อกัน ไม่ว่า ลีซอ กะเหรี่ยง ม้ง ผมได้เข้าไปดูแลเกี่ยวกับสาธารณูปโภค ซึ่งผมก็พูดในสภานี้หลายครั้งว่า แม้กระทั่งพี่น้องที่มีความถูกต้องตามประชาธิปไตย ประชาชนคนไทยมีบัตรประชาชน ยังไม่มีโอกาสที่จะได้สวัสดิการจากรัฐเลย ที่เท่าเทียมกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วไป ในขณะที่ถือบัตรใบเดียวขนาดเท่ากัน หนังสือต่างกันที่เลขบัตรประชาชนเท่านั้น วันนี้ ต้องกราบเรียนว่า ประเทศไทยนั้นการดูแลเรื่องกฎหมายตลอดจนสิทธิของคนประเทศนั้น ยังไม่เท่าเทียมกันเท่าที่ควร โดยเฉพาะพี่น้องชาวชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ วันนี้หลาย ๆ ที่ เราจะเห็นว่าประเพณีนั้น กลุ่มชาติพันธุ์นั้นมีความงดงาม มีความสวยงาม โดยเฉพาะเรื่อง ภาษา และเรื่องประเพณีกตัญญู การกราบไหว้บูชาบรรพบุรุษ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คล้าย ๆ กับ ชนชาติจีนที่มีความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ การพูดภาษา การแต่งกาย เป็นเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ ซึ่งเป็นที่น่าชื่นชมมากกว่าคนเมือง แต่คนคนนี้ถือบัตรใบเดียวเท่ากับเรา สาธารณูปโภค ถนนเอย ไฟฟ้าเอย ประปาเอย แม้กระทั่งการดูแลเรื่องสุขภาพนั้นยังเข้าไม่ถึง การจะก่อสร้างสักชิ้นหนึ่งเพื่อความปลอดภัยในชีวิต เดินทางออกมาต้องมาคลอดข้างทาง ต้องมาตายข้างทาง เพราะคนเหล่านี้ยังไม่มีการดูแลของรัฐ แล้วก็ประกอบด้วยที่ดินที่อยู่ ในป่า จะเป็นป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ก็ตามแต่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้กันมาตั้งแต่ ๒-๓ ชั่วโคตรแล้ว ของเขา ๔๐-๕๐ ปี ผมเองนั้นเคยร้องเรียนและได้ดำเนินการถนนเรื่องหน้าศาล ที่องค์สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เสด็จไป ๖๐ ปีก่อน เพิ่งจะได้ประมาณ ๗-๘ ปี ผมเป็นรองนายก ต้องประชุมป่าไม้แทบทั้งภาค ป่าไม้จังหวัด ภาคป่าไม้เขต กว่าจะได้คำว่า ถนนที่พระองค์ เสด็จไปเมื่อเกือบ ๖๐ ปีแล้ว ไปเอาปืน ไปเอาฝิ่นออกมา ๒๙ กิโลเมตร ยากเย็นมากที่พี่น้อง จะได้สักเส้นหนึ่ง ตลอดจนบางหมู่บ้านห้วยระแห้ กว่าไฟฟ้าจะปักเข้าไป ๖๐ ต้น ต้องลงชื่อ ถวายฎีกา ไปรบกวนเบื้องฟ้าเบื้องแผ่นดิน คนเหล่านี้ทำอะไรมักจะได้อะไรที่ยากเย็นแล้วก็ เกิดความเหลื่อมล้ำ หลาย ๆ สิ่ง อย่างเมื่อตอนเช้าที่เพื่อนสมาชิกพูดมานั้นล้วนแต่เป็น ความจริงทั้งสิ้น แล้วก็มันขาดหายไปจากพี่น้องชาวชาติพันธุ์จริง ๆ ผมถึงกราบเรียนว่า ประเทศไทยหลายชาติมา ผมเองก็เชื้อชาติจีน บรรพบุรุษก็มาจากซัวเถา คนจีนอยู่ในเมือง ได้สิทธิเหมือนกัน แต่เขาอยู่ในพื้นที่ที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจรากหญ้า ไม่ว่าการจะทำ เกษตรกรรมอะไรต่าง ๆ ที่เข้ามาในเมืองสร้างเศรษฐกิจเราได้อย่างดี ดูแลป่าไม้ ให้ความ ร่วมมือป่าไม้ ดูแลเรื่องต้นน้ำ ให้เรามีแหล่งน้ำ ธนาคารน้ำอยู่บนซอกเขา อยู่บนหุบเขา แต่คนเหล่านี้ไม่ได้ใช้ กลับได้ความเหลื่อมล้ำทางด้านกฎหมายก็ดี สิทธิก็ดี สวัสดิการ ทางแพทย์ก็ดี น้อยลง ไม่เหมือนกับบัตรประชาชนที่อยู่ในเมือง ผมถึงกราบเรียนไปถึงรัฐว่า บางสิ่งบางอย่างวันนี้ที่อภิปรายไป ไม่อยากให้มีกฎหมายพิเศษ กับคนชาติพันธุ์เลย อยากให้เป็นกฎหมายเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ เขาแต่งชุดไปงดงาม คนก็มองกัน ก๊งเก๊ง ๆ งดงามมากครับ มีเงินมีอะไรติดตัวกัน อย่างน้อง ๆ หลายคนที่ใส่ชุด มาวันนี้ ผมว่าเป็นเอกลักษณ์ เทียบกับคนในเมือง แทนที่จะรุงรังกลับหดเว้าเห็นโน่นเห็นนี่ โชว์นั่นโชว์นี่ กลับไม่ให้ความสำคัญ พี่น้องครับ วันนี้เราต้องปรับ แล้วก็ต้องเปลี่ยนกฎหมายไทย เพราะว่าร่างใหม่คุ้มครองสิทธิของพี่น้องชาวชาติพันธุ์เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่มีเป็นกฎหมาย พิเศษเลยจะเป็นเรื่องดี หลาย ๆ คนที่มาอยู่บ้านเรานานต้องมาตรวจ DNA ต้องมาดูพ่อ ดูแม่ ตามกันไม่เจอ คนเหล่านี้อยู่ด้วยความว้าเหว่ อยู่ในหลืบ ถ้าไม่เข้ามาในเมือง ขาดสวัสดิการดูแลเรื่องการแพทย์อย่างดี อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ ผมถึงกราบเรียนว่า วันนี้ผมคง พูดตรงที่ว่า สร้างอย่างไรให้เขามีสิทธิ ไม่ให้มีความเหลื่อมล้ำ มีปมด้อย ไม่เสียเปรียบ คนทั้งชาติที่เขามีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ ในเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องเกษตรกรรม ตลอดจน ประเพณีที่เขามีความงดงาม โดยเฉพาะการแต่งกายนั้นน่าสรรเสริญเยินยอ ซึ่งไม่เป็นอัตตา เหมือนดูไม่ดีในสังคม ไม่เคยถูกติเตียน พี่น้องเราจะเห็นว่าคนเหล่านี้เป็นบุคคลที่เราควรจะ อนุรักษ์ประเพณีของเขาอย่างดี ก็เลยกราบเรียนไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะต้องดูแลเกี่ยวกับ การคุ้มครองวิถีชีวิตของพี่น้องชาวชาติพันธุ์นั้นควรจะให้ความสำคัญตรงนี้ คนเหล่านี้ไม่ได้ เรียกร้องอะไร ขอให้อย่างน้อยก็ได้สิทธิเท่ากับคนไทย เราว่าคนที่มีบัตรอยู่แล้ววันนี้ยังไม่ได้ ความเท่าเทียมเลย ที่ผมบอก เขาทำนา ทำไร่ หรือทำสวน ส่วนใหญ่จะไปทำไร่สวนอยู่บนเขา อยู่ที่ราบสูงมาหลาย ๑๐ ปี หลายชั่วโคตร เขาก็ยังไม่ได้สิทธิในที่ดินทำกินอย่างคนไทย บางคนที่มีเงินทองไปที่ส่วนต่าง ๆ สามารถซื้อหลบเรื่องปัญหาต่าง ๆ ส.ป.ก. ที่ครอบครอง โดยแอบแฝง โดยความไม่ถูกต้องกลับได้กระทำขึ้น แต่คนเหล่านี้อยู่อย่างแท้จริง อยู่จนปลูก ต้นไม้ต้นโตจนท่วมหัวท่วมบ้าน แต่กลับไม่มีสิทธิที่จะไปพิสูจน์ว่า คนเหล่านี้ต้องมีสิทธิ ทำกินจริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า หลาย ๆ ชาติพันธุ์ที่เข้ามานั้นผมก็มองเห็นพี่น้อง ที่อยู่บนดอย ไม่ว่า ม้ง กะเหรี่ยงหรือจะเป็นลาหู่นั้น ค่อนข้างจะขาดการดูแลในเรื่องสิทธิและ สวัสดิการของประชาชนทั่วไป ก็ฝากไว้ด้วยว่า หากมีโอกาสแล้ว ไม่อยากให้มีกฎหมายพิเศษ อะไรที่จะต้องไปแสดงถึงคนชาติพันธุ์เหล่านี้ครับ ให้เป็นคนไทยได้เหมือนอย่างคนทั่วไป เดินไปไหนแล้วก็เป็นคนไทย ไม่ต้องมีคนมองแต่อยากมีคนชื่นชม อันนี้เป็นสิ่งที่ดีของชาติ แล้วก็เป็นพลัง แล้วก็เป็นกลุ่มคนที่จะสร้างชาติให้ดูดีแล้วก็เป็นพลังเข้มแข็งต่อไป ขอบคุณครับ