สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ศรีโสภา โกฏคำลือ หารือเรื่องการส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์

นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ ก่อนอื่นค่ะท่านประธาน ดิฉันขอเรียนให้ท่านประธานทราบก่อนนะคะว่า ชุดที่ดิฉันสวมใส่อยู่นี้ มาจากชาว ปกาเกอะญอ หมู่บ้านหล่ายแก้ว หมู่ ๓ ตำบลบงตัน อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งวันนี้ นอกจากจะมีความภาคภูมิใจที่ดิฉันได้สวมใส่เสื้อผ้าของพวกเขาแล้ว เขายังมีความภูมิใจ ที่พระราชบัญญัติคุ้มครองและการส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ได้เข้าสภาวันนี้อีกค่ะ ท่านประธาน นอกจากจะมีความสวยงามทางด้านอัตลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว การสืบทอด ภูมิปัญญาอย่างยาวนาน ดังนั้นผ้าที่ดิฉันสวมใส่อยู่นี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับ การส่งเสริมภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์พี่น้องชาวปกาเกอะญอ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ชาวปกาเกอะญอ ที่อยู่ในพื้นที่บ้านเกิดของดิฉัน อำเภอฮอด มีทั้งชาวลัวะ ชาวม้งอยู่อาศัยในหลายหมู่บ้าน มีการสืบทอดวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตามจารีตประเพณีเช่นเดียวกัน ท่านประธานคะ แต่ที่ผ่านมา กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บางพื้นที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานก็ยัง เข้าไม่ถึง หากมีพี่น้องได้รับบาดเจ็บหรือป่วยไข้ ต้องการรักษาตัวในโรงพยาบาลอาจจะต้อง ใช้เวลาเดินทาง ๓ ชั่วโมง ถึง ๔ ชั่วโมง เพื่อไปถึงโรงพยาบาล ยังไม่ต้องพูดถึงสิทธิทาง การศึกษานะคะ หรือว่าสิทธิทางสวัสดิการขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิที่ดินทำกิน ยังมีอื่น ๆ อีกมากมายค่ะ ดังนั้นพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์นี้ จะช่วยให้เรา จัดสวัสดิการของภาครัฐ คำนึงถึงพี่น้องชาติพันธุ์เหล่านี้มากขึ้น ให้พวกเขาได้มีสิทธิ ขั้นพื้นฐาน ศักดิ์ศรี มีคุณภาพเท่าเทียมกับคนในเมือง ท่านประธานคะ โดยเฉพาะด้าน สาธารณสุข สัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสหารือเพื่อให้มีการแก้ไข เพื่อเพิ่มความเสมอภาค และเท่าเทียมในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะนำผู้ป่วยเข้าไปสู่สถานพยาบาล ในตัวอำเภอเมือง เมื่อกล่าวด้านสาธารณสุข ในช่วงปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา เป็นช่วงวิกฤต โควิด-๑๙ กลุ่มพี่น้องชาวชาติพันธุ์ยิ่งได้รับผลกระทบหลายด้านค่ะ โดยเฉพาะช่วงโควิด-๑๙ พี่น้องชาติพันธุ์ไม่สามารถเข้าถึงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาด เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลางในการสื่อสาร มิหนำซ้ำยังอยู่พื้นที่ห่างไกล ทำให้การตรวจคัดกรอง และการรักษาพยาบาลขาดอุปกรณ์การป้องกันจากเชื้อที่เหมาะสม เข้าไม่ถึงการแจกวัคซีนรวมถึงการไม่มีบัตรประชาชน ทำให้พวกเขาไม่ได้รับการเยียวยา อย่างเหมาะสม การมีพระราชบัญญัติและคุ้มครองการส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ จะทำให้ เขาไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง ท่านประธานคะ ดิฉันทราบว่าประเทศไทยของเรา ได้ลงนามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชนพื้นเมืองหรือ UNDRIP เป็นเอกสารที่ กำหนดกรอบมาตรฐานสากลขั้นต่ำที่รับรองความอยู่รอด ศักดิ์ศรี ความเป็นอยู่ที่ดีของชาว พื้นเมืองทั่วโลก โดยปฏิญญานี้ได้รับการรับรองจากการประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ เมื่อ วันที่ ๑๓ กันยายน ในคริสต์ศักราช ๒๐๐๗ เป็นข้อตกลงที่สะท้อนถึงความเห็นชอบระหว่าง ประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิทธิพี่น้องชาติพันธุ์ และจุดที่สำคัญของปฏิญญาฉบับนี้ ๑. ยอมรับ สิทธิพี่น้องชาติพันธุ์ในการกำหนดอนาคตของพวกเขา ซึ่งพวกเขาสามารถกำหนดสถานะ ทางการเมือง และแสวงหาการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของตนเองได้อย่าง อิสระ ๒. สิทธิในความมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของ พวกเขา ผ่านตัวแทนของพวกเขา ที่เขาเลือกเองโดยขั้นตอนของพวกเขาเอง และ ๓. มาตรการ ในการรับรองสุขภาพ กายสุขภาพจิตที่ดีของชนชาวพื้นเมือง รวมไปถึงการป้องกันบังคับให้ เข้าสู่วัฒนธรรมอื่น และการทำลายวัฒนธรรมของพวกเขา นอกจากนี้แล้ว ประเทศไทยของเรา ยังลงนามในกลไกระหว่างประเทศอีกหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ หรือ CERD กติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ICESCR อนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็ก CRC ทั้งหมดที่ดิฉันกล่าวมามีข้อสำคัญที่กำหนดว่า รัฐจะต้องมีหน้าที่ ๑. เคารพ โดยรัฐจะต้องรับประกันว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมาย นโยบายหรือมาตรการใด ๆ จะไม่เป็น การเลือกปฏิบัติต่อประชาชนชาวพื้นเมือง ๒. ปกป้อง โดยที่รัฐจะต้องมีกลไกและมี ประสิทธิภาพในการป้องกันโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อส่งเสริมหรือยุยงก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ต่อชนชาวเชื้อชาติ หรือชนชาวพื้นเมือง และ ๓. เติมเต็ม โดยที่รัฐจะต้องมีมาตรการและมี ประสิทธิผล โดยการปรึกษาหารือหรือความร่วมมือกับชนชาวพื้นเมืองที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อสู้ กับอคติและขจัดการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมความอดกลั้น ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อัน ที่ดีระหว่างชนชาวพื้นเมืองทุกภาคส่วนและสังคม ท่านประธานคะ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง ส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ ฉบับของพรรคเพื่อไทยนี้จะทำให้เราสามารถพูดได้เต็มปากว่า จะมีการ คุ้มครองและการส่งเสริมวิถีชีวิตพี่น้องชาวชาติพันธุ์ได้ตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ ด้วยสาระสำคัญที่ครอบคลุมทั้งในด้านคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรี และความเป็นมนุษย์ค่ะ และมีการจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองการส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมถึงในการกำหนดคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ก็คือการกำหนดฐานความผิดทางอาญา ด้วยการกระทำเหยียดหยาม และการเกลียดชัง ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะช่วยพี่น้องชาวชาติพันธุ์มีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ขึ้น สุดท้ายค่ะ ท่านประธาน พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์จะทำให้ พระราชบัญญัติฉบับแรกในประเทศไทยของพี่น้องชาวชาติพันธุ์กว่า ๑๐ ล้านคน จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักสากล ว่าด้วยการคุ้มครอง เสริมสร้างกลุ่มชาติพันธุ์ และเราพรรคเพื่อไทยหรือประเทศไทยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน