รัฐ ชี้ 3 สาเหตุล่าช้าขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า เสนอตั้ง กมธ.แก้ระเบียบเพื่อประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

รัฐ คลังแสง ระบุสาเหตุหลัก 3 ประการที่ทำให้ขั้นตอนขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ล่าช้า ได้แก่ กฎระเบียบที่สับสนซับซ้อน ขั้นตอนที่ยุ่งยากต้องประสานหลายหน่วยงาน และปัญหาเรื่องคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อาจอาศัยช่องว่างในการประวิงเวลาหรือเรียกรับผลประโยชน์ จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแก้ไขระเบียบดังกล่าวโดยมุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเจ้าของพื้นที่

นายรัฐ คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รัฐ คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๖ อำเภอกันทรวิชัย อำเภอเชียงยืนและอำเภอชื่นชม ขออนุญาตร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบูรณาการร่วมกันระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวน เพื่อลดขั้นตอน การอนุมัติของอธิบดี ตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ จริง ๆ แล้วยังมีญัตติอีก ๔-๕ ญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอประกบมาร่วมกัน แม้ว่าจะต่างกัน ในรายละเอียดบ้าง แต่จุดประสงค์ผมมองแล้วว่าเป็นจุดประสงค์เดียวกัน นั่นก็คือเพื่อลด ความยุ่งยาก แล้วก็กระชับขั้นตอนในการขออนุญาตเขาใช้พื้นที่ป่าไม้ของหน่วยงานราชการ สำหรับจัดบริการสาธารณะและเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อพี่น้องประชาชน จากที่ฟังเพื่อนสมาชิก ได้เข้าชื่ออภิปรายมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว แล้วก็จำนวนสมาชิกที่อภิปรายมีไม่ต่ำกว่า ๓๐-๔๐ ท่าน นี่บ่งบอกได้ชัดเจนนะครับว่าเป็นปัญหาที่กระทบทั่วทุกพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ ของกระผมเอง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. หรือเทศบาลก็ตาม ในการ เข้าพัฒนาพื้นที่ เพื่อจัดบริการสาธารณะของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะก่อสร้างถนนหรือว่า ทำการขุดลอกห้วยหนองคลองบึง เพื่อพัฒนาพื้นที่สำหรับพี่น้องประชาชน แต่ว่าต้องติดปัญหา ว่าต้องขออนุญาตในการใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ หรือแม้กระทั่งจะสร้างสำนักงานใหม่ของเทศบาล หรือ อบต. เองก็ตาม พอไปติดพื้นที่ป่าไม้ก็ต้องมีการขออนุญาต ซึ่งใช้ระยะเวลานาน จนกระทั่งเดี๋ยวนี้เป็นระยะเวลาหลายเดือน หลายปี ยังไม่สามารถก่อสร้างได้ หรือว่าจะเป็น ภารกิจของหน่วยงานราชการอื่น เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งในพื้นที่ของกระผมเอง มีอำเภอกันทรวิชัยที่มีลำน้ำชีพาดผ่าน ภารกิจหลักของกรมโยธาธิการและผังเมืองนั่นก็คือ การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำชี ปีที่ผ่านมาปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ แม้จะได้งบประมาณ ในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งมาเรียบร้อยแล้ว ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ได้ผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าไม่สามารถเข้าทำงานได้ เพราะว่าไม่สามารถได้รับอนุญาตจากทางกรมป่าไม้ จริงอยู่ครับว่ากระบวนการอาจจะผิดฝาผิดขั้นตอนไปบ้าง ที่จริง ๆ แล้วในส่วนของ กรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นจะต้องขออนุญาตจากป่าไม้เสียก่อน แต่จากการสอบถาม จากท่านโยธาธิการจังหวัด ท่านบอกว่าในส่วนการขออนุญาตมีความยุ่งยากกินเวลายาวนาน และไม่ทราบว่าจะได้งบประมาณในส่วนโครงการนั้น ๆ หรือไม่ จึงได้ขออนุมัติไปเสียก่อน แล้วพอได้งบประมาณมา จึงได้ทำเรื่องเพื่อจะขออนุญาต เผลอ ๆ การทำงานที่ยังไม่ได้รับ อนุญาตนี้อาจจะต้องได้คืนงบ เพราะว่าผู้รับเหมาไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ได้ ไม่สามารถ เข้าพัฒนาพื้นที่ได้ กลายเป็นว่าพี่น้องคือผู้ที่ต้องเสียผลประโยชน์ ตลิ่งหน้าดินอาจจะต้อง พังลงและถูกพัดพาไปตามกระแสน้ำ แทนที่จะได้มีการอนุรักษ์พื้นที่ของป่าไม้ กลับกลายเป็นว่า เราต้องเสียพื้นที่ไปกับกระแสน้ำเสียเอง

ในส่วนของสาเหตุจากที่ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายมา ขอสรุปสั้น ๆ เป็น ๓ สาเหตุหลัก ๆ ก็แล้วกันนะครับ ที่ทำให้ขั้นตอนการขออนุญาตไม่สามารถทำได้ อย่างราบรื่น นั่นก็คือ

สาเหตุที่ ๑ เป็นเรื่องของกฎ ระเบียบ ซึ่งมีความสับสน มีกฎหมาย มี พ.ร.บ. หลายตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง แค่อ่านชื่อกฎหมายที่ผมดูมา อ่านมานี้ก็ ๔-๕ ตัวครับ แล้วก็ แล้วแต่กรณี แล้วแต่โครงการด้วย จริง ๆ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายตัวกว่านั้น

สาเหตุที่ ๒ ก็คือเรื่องขั้นตอนครับ ขั้นตอนที่มีความยุ่งยาก มีความซับซ้อน แล้วก็ผูกพันหลายหน่วยงานที่ต้องร่วมกันขออนุญาต ดูได้จาก Flowchart ในเล่มสรุปนี้ มีหลาย Flowchart แบ่งเป็นกรณี ๆ ไป นี่แค่ดูขั้นตอนกระบวนการทำงานก็ไม่สามารถ เข้าใจได้อย่างถ่องแท้ถี่ถ้วนแล้วครับ กินระยะเวลายาวนานกว่าจะสามารถอนุมัติได้

สาเหตุที่ ๓ เป็นปัญหาเรื่องคน เมื่อกฎ ระเบียบ มันมีหลายตัว เมื่อขั้นตอน มันยุ่งยาก ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานนั้นเกิดความสับสน ทั้งผู้ขออนุญาตและผู้ให้อนุญาต ไม่สามารถเข้าใจขั้นตอนและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน สาเหตุทั้ง ๓ อย่างที่กล่าวมานั่นก็เป็นอุปสรรค ที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตามไม่น่ากลัวเท่าอุปสรรคเรื่องคนครับท่านประธาน คือคนหรือเจ้าหน้าที่ ที่มีความเข้าใจระเบียบเป็นอย่างดี แต่ว่าอาศัยช่องว่างในการประวิงเวลา หรือพูดง่าย ๆ ก็คือมีการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้รับเหมาที่ได้รับการว่าจ้างแล้วนะครับ นี่คือส่วนที่ต้อง รีบจัดการ

โดยสรุปครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา กระผมจึงขอสนับสนุน ให้มีการส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง หรือจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ก็แล้วแต่ สุดแท้แต่มติของที่ประชุม เพื่อแก้ไขระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนในการ ขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของหน่วยงาน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของ ผู้รับจ้าง ผู้รับเหมา แต่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเจ้าของพื้นที่ กราบขอบพระคุณครับ