สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ หารือปัญหาความขัดแย้งระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับกรมป่าไม้ โดยเฉพาะกรณีการตีความกฎหมายป่าไม้ที่ทำให้พื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิถูกนิยามเป็นป่าทั้งประเทศ ส่งผลให้ท้องถิ่นไม่สามารถพัฒนาพื้นที่หรือขอรับงบประมาณได้ รวมถึงการล่าช้าในการพิจารณาคำขอใช้พื้นที่ จนกระทบต่อการสร้างถนนเพื่อแก้ปัญหาการเดินทางของประชาชนและนักเรียนในพื้นที่ จึงเรียกร้องให้กรมป่าไม้เร่งแก้ไขนิยามคำว่า "ป่า" และดำเนินการบูรณาการร่วมกับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดความชัดเจนและลดอุปสรรคต่อการพัฒนา
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กระผม ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาแนวทางบูรณาการร่วมกัน ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจังหวัดในพื้นที่เขตป่าสงวน เพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งที่เราจะนำปัญหานี้มาพูดคุยถกเถียงกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ผมเรียนท่านประธานครับว่า ก่อนที่ผมจะมาปฏิบัติหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผมเคยเป็นนายกเทศมนตรีมา ๑๘ ปี ทำให้ผมรู้ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญ เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาครับ
ท่านประธานครับ ในประเด็นปัญหาและผลกระทบต่าง ๆ ได้มีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายในสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้ค่อนข้างหลากหลาย ในส่วนกระผมจะขอ อภิปรายในประเด็นข้อกฎหมาย และข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๔ บัญญัติว่า ป่า หมายความว่า ที่ดินรวมตลอดถึง ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมาย ในขณะเดียวกันพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ เช่นเดียวกันนะครับ มาตรา ๔ บัญญัติว่า ป่า หมายความว่า ที่ดิน ที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จากบทบัญญัตินี้ทำให้ที่ดินทุกแปลงที่ไม่มีบุคคล ไปขึ้นเอกสาร ส.ค. ๑ น.ส. ๓ โฉนดที่ดิน รวมถึงทางสาธารณะ คลองสาธารณะ ถูกตีความ เป็นป่าทั้งประเทศ และในมาตรา ๕๔ บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่า เพื่อตนเองและผู้อื่น และบทบัญญัตินี้ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาไม่สามารถ ก่อสร้างถนนคอนกรีต ไม่สามารถก่อสร้างถนน Asphaltic คอนกรีต หรือทำฝายชะลอน้ำ ในพื้นที่เขาได้เลยครับ หากจะดำเนินการ ตามที่ผมได้กล่าวไป ต้องขออนุญาตจากกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสียก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ครับ
ท่านประธานครับ เรื่องนี้เราได้พูดคุยกันมาเป็น ๑๐ ปี จนกระทั่งในเดือน มิถุนายน ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีข้อเสนอแนะไปยังกระทรวง มหาดไทย ตามหนังสือหารือ โดยหนังสือเสนอแนะนะว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้ กฎหมาย และสร้างภาระเกินสมควรให้แก่หน่วยงานของรัฐ และเอกชนที่มีความจำเป็น ต้องเข้าดำเนินการในพื้นที่ใด ๆ ที่ไม่มีสภาพเป็นป่าตามความเป็นจริง แต่ถือเป็นป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ จึงมีข้อเสนอแนะ ให้กรมป่าไม้เร่งดำเนินการ แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ เพื่อให้มีความหมาย ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และสภาพพื้นที่ความเป็นป่าในปัจจุบันโดยด่วนต่อไป ย้ำท่านประธานครับ ย้ำกันนะครับว่าโดยด่วนต่อไป
ท่านประธานครับ ตามความคิดของกระผมนะครับ หากกรมป่าไม้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ทำไมไม่ดำเนินการให้เร็วกว่านี้ ผ่านไปเกือบ ๑๐ ปี ผมอยากทราบว่าอธิบดีเปลี่ยนไปกี่คนแล้วครับ ทำไมถึงไม่ทำ ปลัดกระทรวงเปลี่ยนไปกี่ท่านแล้วครับ ทำไมไม่มาดู รวมถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนไปหลายคนแล้ว ทำไมไม่พิจารณาสั่งการครับ ทั้งที่รู้ว่าปัญหานี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น ในการพัฒนาพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ทราบหรือไม่ครับ วันนี้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่เขาขาดโอกาสในการ ที่จะของบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขาดโอกาสที่จะของบประมาณจาก โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะหลาย ๆ โครงการ เขาระบุในคำขอ ในแบบฟอร์มครับว่า การจะจัดสรรงบประมาณได้นั้นต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากกรมป่าไม้ เสียก่อน แต่พอขอไปครับ ๑ ปีเงียบครับ ๒ ปีเงียบครับ ๓ ปีเงียบครับ ทั้งที่ผังภูมิที่ท่าน สส. อรพรรณ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านได้ขึ้นสไลด์ ระบุชัดเจนครับว่าขั้นตอน การขอนั้นใช้เวลาเพียง ๒-๓ เดือน แต่ในข้อเท็จจริงไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้พูดไปเรื่อย ไม่ได้พูดไป ลอย ๆ นะครับ ผมยกตัวอย่างจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดเดียวของผม มีเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ไป ที่กรมป่าไม้ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ เรื่อง ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไปตรวจสอบดูได้ครับ แล้วเรื่องนี้ผมต้องนำเรียนว่าผมเคยสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ถามในสภาแห่งนี้ คำตอบที่ได้อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แค่นั้นครับ สั้น ๆ ได้ใจความ ผมไม่ทราบนะครับว่าทำไมถึงไม่เร่งแก้ปัญหากัน ทั้งที่ แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้เสนอแนะไว้แล้ว
ท่านประธานครับ ในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็ยังได้มีข้อเสนอแนะมายังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอีกครั้งนะครับว่า เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา ได้แจ้งว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ในขณะที่กรมป่าไม้มีภารกิจในการอนุรักษ์ฟื้นฟู และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ จึงเป็นการสมควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้ มาตรการในทางบริหารเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน
ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่บ้านหลังสัน ตำบลวังตะเฆ่ จังหวัดชัยภูมิ วันนี้ยังมีเด็กนักเรียนเกือบ ๑๐๐ ชีวิต ต้องนั่งรถสามล้อ รถมอเตอร์ไซค์ รถสองแถว ฝ่าโคลน ฝ่าฝุ่นมาเรียนหนังสือทุกวัน ระยะทางกว่า ๑๐ กิโลเมตร ยังมีผู้ป่วย มีผู้สูงอายุ ออกมาใช้บริการที่โรงพยาบาลต้องนั่งรถ ฝ่าโคลน ฝ่าฝุ่นมาทุกวัน ไม่สามารถดำเนินการได้ครับ ทั้งที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขามี งบประมาณ แต่ติดขัดตรงที่เขาสร้างไม่ได้ ถ้าสร้างไปเขาก็ผิดกฎหมาย เพราะเป็นข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น กระผมจึงขอให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน ไม่ว่าจะมีการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือไม่ หรือจะดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้เกิด การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ขอบคุณครับ