อนุสรณ์ แก้ววิเชียร หารือประเด็นการรายงานผลและอุปสรรคของ สปสช. ที่ขาดความชัดเจน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการบูรณาการระบบหลักประกันสุขภาพทั้งสามกองทุน และการตีความสิทธิประโยชน์ที่จำกัดเฉพาะคนไทย ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์เดิมของการคุ้มครองสุขภาพทุกชีวิตอย่างเท่าเทียม โดยเรียกร้องให้แก้ไขความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของผู้ไม่มีสัญชาติไทยและเด็กติด G รวมทั้งผลักดันให้ สปสช. กลับสู่เป้าหมายเดิมโดยแยกการดูแลสุขภาพออกจากกรอบความมั่นคงของรัฐ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคก้าวไกลครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนก่อนนะครับว่าวันนี้ที่ผมได้มา อภิปรายรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากนะครับ เพราะว่าตัว สปสช. เป็นหน่วยงานที่ผมเคยปฏิบัติงานอยู่ ผมเคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของ สปสช. นะครับ ผมขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้ว่าผมอภิปรายเนื้อหาในวันนี้ด้วยทัศนคติ เชิงบวกกับ สปสช. นะครับ ในตัวพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ผมเข้าใจว่ากำหนดไว้ในมาตรา ๑๘ (๑๒) และมาตรา ๒๖ (๑๓) ที่กำหนดให้ สปสช. มีหน้าที่ มารายงานผลงานและอุปสรรคในการดำเนินงานต่อสภาแห่งนี้
แต่ผมขออนุญาตนำเรียนทางผู้ชี้แจงนะครับว่า ในเอกสารที่ท่านส่งให้ผมนี้ ผมยังไม่เห็น ผมเห็นผลงานของท่านนะครับ แต่อุปสรรคผมขออนุญาต Quote ข้อความ ตามที่พระราชบัญญัติกำหนดไว้นะครับ ผมยังไม่เห็นท่านรายงานอุปสรรคในการดำเนินงาน ในเอกสารเล่มนี้เลยนะครับ สิ่งที่ใกล้เคียงมากที่สุดในเล่มรายงานของท่านก็คืออยู่ในหน้า ๑๒ ในข้อ ๘ เรื่องความท้าทายในการดำเนินการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมขอท้าทาย ตามข้อความที่ท่านบอกนะครับ เพราะเนื้อหาที่ท่านพูดในข้อ ๘ และ (๘) นี้ บูรณาการสร้าง ความเป็นเอกภาพของระบบหลักประกันสุขภาพภาครัฐ ๓ ระบบ คือสวัสดิการรักษาพยาบาล ข้าราชการ ประกันสังคม และหลักประกันสุขภาพ นี่คือความท้าทายที่ระบุในรายงานของท่าน ในหน้า ๓๒ ท่านระบุไว้ว่าลดความเหลื่อมล้ำบูรณาการ ๓ กองทุน ท่านลงรายละเอียดไว้ว่า คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสร้างความกลมกลืนในระบบหลักประกันสุขภาพภาครัฐ มีนโยบาย เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ หรือ UCEP บริการสร้างเสริมสุขภาพและ ป้องกันโรคครอบคลุมคนไทยทุกสิทธิ นี่คือสิ่งที่ท่านระบุไว้ในรายงาน
ผมอยากชวนท่านคิด ในมาตรา ๖๖ ของ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมขออนุญาตอ่านนะครับท่านประธาน มาตรา ๖๖ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ภายใน ๑ ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และหากไม่แล้วเสร็จ ให้ขยายระยะเวลาได้ครั้งละ ๑ ปี โดยให้สำนักงานหรือสำนักงานและสำนักงานประกันสังคม แล้วแต่กรณี รายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และจัดให้ มีการเผยแพร่รายงานนั้นต่อสาธารณชน ผมขออนุญาตขยายความอย่างนี้นะครับว่า ในพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินี้ มีบทบัญญัติในมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ที่จะให้รวบการรักษาพยาบาลเอาไว้ที่ สปสช. คือรวมสิทธิทั้งสวัสดิการของข้าราชการ และสวัสดิการประกันสังคม โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งในมาตรา ๖๖ นี้ก็ระบุไว้ว่า ให้ดำเนินการภายใน ๑ ปี แต่ให้ขยายได้ ผมขออนุญาตทวนข้อความนิดหนึ่งครับว่า พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มีผลใช้บังคับวันแรกเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ถึงปัจจุบันนี้ ๒๐ ปีแล้วครับ ยังไม่มีการรวมสิทธิ มันเป็นความท้าทาย ตามที่ท่านรายงานไว้เป๊ะเลยนะครับ
อีกกรณีหนึ่งท่านระบุไว้ในหน้า ๒๖ ว่า ๒๐ ปี หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้นะครับว่าในระบบหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติในมาตรา ๕ ท่านระบุว่าบุคคลทุกคนนะครับ ในสมัยที่ผมทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ อยู่ สปสช. เราจะมี Motto อยู่คำหนึ่งครับว่า บุคคลทุกคนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ต้องมีสวัสดิการด้านสุขภาพ แต่วันดีคืนดีท่านส่งหารือไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วมีการ ตีความกลับมาว่าท่านมีหน้าที่ดูแลเฉพาะคนไทยเท่านั้น อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ของท่านนะครับ เพราะว่าการที่ท่านจะรวม ๓ กองทุน ระยะเวลาผ่านมา ๒๐ ปีแล้ว ก็ยังทำไม่สำเร็จ อีกความท้าทายของท่าน ๆ มีเจตนาจะดูแลบุคคลทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย แต่ก็มาถูกระงับให้ดูแลเฉพาะคนไทย
ผมขออนุญาตเสริมท่านอีกนิดหนึ่งนะครับว่าสิ่งที่ท่านบอกใน ๓ กองทุนนั้น ท่านลืมไป ๑ หน่วยงาน หน่วยงานนั้นชื่อ กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กองนี้อยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ถามว่าหน่วยงานนี้ดูอะไร หน่วยงานนี้ ดูคนที่ไม่มีสัญชาติไทยหรืออยู่ระหว่างพิสูจน์สัญชาติ หน่วยงานนี้ไม่ได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกับ คนไทย ถึงแม้วันเวลาผ่านไปเขาจะถูกพิสูจน์มาแล้วว่าเขาเป็นคนไทย ผมยกตัวอย่างชาติพันธุ์ ที่ยังไม่มีเลข ๑๓ หลัก ระบบของ สปสช. ที่ผูกไว้กับเลข ๑๓ หลักในบัตรประชาชน กลุ่มชาติพันธุ์ ที่ยังไม่ได้สัญชาติไทยก็ยังไม่มีสิทธิ สปสช. รวมถึงเด็กติด G หรือเด็กหัว G ที่เราเรียกกัน ก็คือเด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่ไม่มีสัญชาติไทยก็ยังไม่มีสิทธิ เพราะฉะนั้นความท้าทายของท่าน ไม่ได้จบอยู่แค่ ๓ กองทุนเท่านั้น ผมอยากให้ท่านนึกถึงเจตนารมณ์ของคน ๆ หนึ่งครับ ถ้าดวงวิญญาณของท่านฟังอยู่คือ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ พวกเราทุกคนรู้ดีครับว่า สปสช. เกิดขึ้นมาเพราะใคร มีอุดมการณ์แนวความคิดอย่างไร มีหัวก้าวหน้ามีการดำเนินงาน ที่แตกต่างจากระบบราชการอย่างไร แต่วันนี้ผมเห็น สปสช. เป็นเสมือนกรม ๆ หนึ่ง ในกระทรวงสาธารณสุข ตั้งหน้าตั้งตาเดินตามหรือทำงานตอบสนองต่อนโยบายที่ไม่ได้ทำ เพื่อประชาชน หรืออาจจะทำเพื่อประชาชนแต่ไม่เต็มที่ ไม่เต็มประสิทธิภาพ
วันนี้ผมขออนุญาต ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยที่เป็นคนไทยที่ไม่มี บัตรประชาชน ขออนุญาตนำเรียนกับ สปสช. อย่างนี้ว่า อยากให้ท่านตั้งหลักเรื่องปัญหา สุขภาพและปัญหาความมั่นคงออกจากกัน วิกฤตการณ์โควิดที่ผ่านมาเราเห็นแล้วครับว่า เรื่องสุขภาพที่เกิดในช่วงโรคระบาดนี้มันระบาดได้ไม่ว่าจะสัญชาติใด ในช่วงวิกฤติโควิด ผมออกตรวจโควิดให้กับแรงงานต่างด้าวทั้งเข้าเมืองถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ผมออกตรวจ โควิดให้กับ พูดตรง ๆ คือผู้ลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาล เหมือนที่ผม กล่าวตอนต้นครับว่า ผมลุกขึ้นอภิปรายด้วยทัศนคติเชิงบวกในวันนี้ มีความฝัน มีความหวัง อยากเห็น สปสช. เหมือนวันที่ผมเข้าไปรับการปฐมนิเทศก่อนเข้าทำงานในวันแรก ให้กำลังใจ สปสช. นะครับ ขอบคุณครับ