สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

เอกราช อุดมอำนวย หารือเรื่องการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประจำปี 2565 และแสดงความไม่พอใจกับการเลื่อนการรายงานของเลขาธิการ สปสช. นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการขาดทุนของคลินิกชุมชนในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ปัญหาเรื่องเงินหมุนเวียนที่คลินิกต้องแบกรับ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงระบบสาธารณสุขในกรุงเทพมหานคร โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการและลดงานบุคลากร เช่น การเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ป่วย และการคัดกรองเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยี เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล และสนับสนุนหน่วยบริการสุขภาพอย่างสมเหตุสมผล

นายเอกราช อุดมอำนวย ปทุมธานี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่เปิดโอกาสให้ได้อภิปรายรายงาน การสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประจำปี ๒๕๖๕ แต่ว่าก็ขอตินิดหนึ่งครับว่า กว่าท่านเลขาธิการ สปสช. จะมานี้ เลื่อนหลายสัปดาห์เหลือเกินนะครับ ผมก็เตรียมเอาไว้ ที่จะรายงานเพื่อสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านมี แล้วก็จะได้เอาปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อไปปรับปรุงต่อไป

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับในเขตดอนเมืองนี้ มีคลินิกชุมชนอยู่หลายแห่งด้วยกันนะครับ อาทิ คลินิกโกสุมรวมใจ คลินิกเวชกรรมวัดไผ่เขียว หรือที่สรงประภา ซอย ๒๖ ณัฐธิดาคลินิก อันนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งนะครับ ยังมีในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้ตั้งกระทู้ได้อภิปรายกันไปแล้ว เขาถามหาว่าบัตรทอง กทม. เงินไปไหนหมด ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมทนไม่ได้ที่ในรายงานนี้ไม่ได้ระบุปัญหาที่มีเกี่ยวกับ ศูนย์บริการสุขภาพที่เขต กทม. จะต้องเจอเลย ฝากท่านประธานไปถึงผู้ชี้แจงนะครับว่า ถ้าท่านติดตามข่าวสารแล้วก็ใส่ใจพวกเขา อย่างน้อยก็จะได้ลงไปในรายงาน เพราะว่า ผมทราบมาเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่รับรู้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ นอกจากที่เขา จะติดป้ายประท้วงแบบนี้ พวกเขาก็ยังไปพบผู้สื่อข่าว ไปยื่นหนังสือถึง สปสช. พวกนี้ เขาทำกันมาหมดแล้ว แต่ดูเหมือนว่ามันก็ไม่เพียงพอที่จะกดดันในการแก้ไขปัญหาได้ แต่ก่อนที่ผมจะไปลงในรายละเอียดครับท่านประธาน ผมฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน สปสช. นะครับว่า การทำงานผมอยากจะช่วยให้ท่านทบทวนในการเข้าถึงที่พี่น้องจะเข้าถึง ศูนย์บริการสุขภาพของชุมชนได้มากกว่านี้ ผมถอดบทเรียนมาจากนี้ครับ เราเรียนรู้อะไรบ้าง จากโควิดหลังปี ๒๕๖๕ ผมว่าท่านทราบดีถึงความสำคัญของคลินิกเหล่านี้ ท่านทราบดีนะครับ แต่ว่าสิ่งที่พวกเขาจะต้องรับผิดชอบ หน่วยงานของท่านเป็นผู้กำหนดทั้งหมดนะครับ มีตราหน่วยงานของท่าน พอผมอ่านแล้วก็มีบริการครอบคลุมมาก ไม่ว่าจะเป็นการรักษาฟรี ทั้งโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด โรคผิวหนัง การทำแผล ล้างแผล อุบัติเหตุ ฝากครรภ์ ตรวจครรภ์ ฉีดยาคุมกำเนิด ตรวจภายใน ตรวจสุขภาพประจำปี แล้วก็ยังมีคลินิกชุมชนอบอุ่น ใช่ไหมครับ ใกล้บ้าน ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา อันนี้คือข้อดีเรารู้อยู่แล้ว แต่ท่านประธานครับ ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ชื่นชอบว่าการมารับบริการมันไม่ต้องสำรองจ่าย มันก็ลดภาระ แต่ว่าศูนย์พวกนี้กลับต้องแบกรับครับ แบกรับอะไรบ้างครับท่านประธาน คลินิกต้องใช้ เงินหมุนเวียนไปก่อนจากเงินที่ สปสช. ชดเชยให้ แต่ตอนนี้พวกคลินิกเขาขาดทุนต่อเนื่อง เบิกได้เพียงแค่ร้อยละ ๕๐-๗๐ เท่านั้น ที่เหลือคลินิกเขาต้องรับผิดชอบ ยังมีรายการ บางรายการที่เขาเบิกไม่ได้ด้วย ท่านประธานครับ สปสช. จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ผมก็อยากจะให้ท่านจเด็จตอบเหมือนกัน ท่านรู้ไหมครับว่าในไตรมาสปี ๒๕๖๗ มีการใช้จ่าย งบประมาณค่าบริการไปมากกว่าร้อยละ ๕๐ แล้ว ผมก็ฝากไปถึงเจ้ากระทรวงด้วยนะครับ คุณหมอชลน่าน ขออนุญาตกล่าวถึงไม่เสียหาย ช่วยดูแลงบประมาณในส่วนนี้ด้วย เพราะว่าปัญหามันจะกระทบกับระบบการให้บริการสาธารณสุขโดยตรง ท่านรู้ไหมว่า ค่าใช้จ่ายที่ศูนย์เขาแบกรับในแต่ละเดือน ผมไปสอบถามมานะครับ เขาใช้เป็นแสน ๆ ท่านประธาน มีทั้งค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร พยาบาล ๒ คน นักวิชาการ แล้วจริง ๆ มันเยอะมาก แล้วก็ยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเวชภัณฑ์ ค่าตึกอีกหลายอย่าง ฉะนั้นผมขอเป็นกระบอกเสียง นี่คือข้อเสนอที่ผมได้รับมา ที่เสนอต่อท่านตรงนี้เสียงสะท้อน ของบุคลากรทางการแพทย์ในคลินิกชุมชนที่ขาดทุน เป็นไปได้ไหมว่าจะเอาเงินของกองทุน ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพหรือการป้องกันโรคมาใช้ไปพลางก่อน ส่วนอีกท่านหนึ่ง เขาก็เสนอมาว่าไม่ควรให้คลินิกมารับความเสี่ยงทางการเงิน ขอให้ สปสช. อย่าเพียงแต่ว่า ประชาสัมพันธ์หาคลินิกเพิ่ม แต่ว่าไม่ดูแลรายจ่ายให้เพียงพอ นี่คือสิ่งที่พวกเขาฝากผม สะท้อนมา ผมไม่รู้ว่าท่านเรียนรู้อะไรจากสถานการณ์โควิดมาบ้างนะครับ แต่แน่นอนว่า มันก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีล่ะครับ ที่เราจะต้องตั้งคำถามว่าเราสามารถที่จะพึ่งพาระบบ ได้มากน้อยเพียงใด

ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่าง ๔ ด้าน ที่เราจะเข้าถึงระบบสาธารณสุข ในชุมชน กทม. ประชากรแฝงกว่า ๑๐ ล้านคน แล้วการเข้าถึงทางการแพทย์อาจจะยังไม่ทั่วถึง ครอบคลุมมากนัก แล้วก็มีเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ที่อาจจะครอบคลุมทุกพื้นที่ ข้อเสนอที่เป็น อุเบกขามากสำหรับผมนะครับ คืออยากให้ท่านใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการมากยิ่งขึ้น มันก็จะช่วยลดงานบุคลากร แล้วก็อยากให้ท่านเร่งในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ป่วยหรือว่า Big Data เทคโนโลยีที่จะคัดกรองเบื้องต้น แพทย์ทางไกลก็จะลดความแออัด

ในส่วนสุดท้ายก็คือ อยากให้ท่านสนับสนุนหน่วยบริการสุขภาพอย่างสมเหตุสมผล แล้วก็ทบทวนจำนวนของการเข้าใช้บริการของโรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาล ประจำตำบล หรือว่าศูนย์บริการชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณ และเรื่องนี้ เราพูดกันมาเยอะครับท่านประธาน ก็คืออนาคตที่เราจะต้องมีความทะเยอทะยานที่จะทำให้ ครอบคลุมทุกคนจะทำได้ไหม คือรวมสิทธิการรักษาของพี่น้องประชาชนบัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการมา ผมอยากจะเห็นแผนการในอนาคตที่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะมี ความเข้มแข็งและดูแลอย่างไร ผมจะรอฟังคำตอบจากท่านจเด็จ ขอบคุณครับท่านประธาน