จาตุรนต์ สนับสนุนร่างกฎหมายประมง เสนอปรับให้เป็นธรรมและยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

จาตุรนต์ ฉายแสง อภิปรายร่างแก้ไขพระราชกำหนดประมง โดยเน้นว่ากฎหมายในอดีตที่เกินจำเป็นส่งผลกระทบต่อชาวประมง จึงเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้เป็นธรรม สนับสนุนร่างที่สอดคล้องกับข้อเสนอของพรรคการเมืองและหลักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเรียกร้องให้สภาเห็นชอบเพื่อนำไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการต่อไป

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับมอบหมาย ให้มาอภิปรายในเรื่องของร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ประเด็นที่ท่านประธานได้ให้แนวทางไว้ว่าในการ อภิปรายนี้ควรจะอภิปรายถึงร่างของคณะรัฐมนตรี เพราะว่าเราได้อภิปรายร่างของแต่ละ พรรคการเมืองไปในการประชุมก่อนหน้านี้มาแล้ว แต่เนื่องจากว่าร่างของคณะรัฐมนตรี ที่เสนอเข้ามาพร้อมกับข้อสังเกตหรือความเห็นที่มีต่อร่างของพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้น จะทำให้อาจจะต้องมีการเท้าความย้อนหลังไปบ้าง เพื่อเป็นการเปรียบเทียบว่าร่างของ คณะรัฐมนตรีเมื่อเทียบกับร่างของพรรคการเมืองที่ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ มีความแตกต่าง หรือมีความเหมือนกันมีจุดร่วมกันอย่างไร เพียงพอหรือไม่ที่เราจะสนับสนุนร่างของ คณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ก็ขอเท้าความเพียงเล็กน้อยที่ท่านรัฐมนตรีได้ใช้คำว่า ในเวลาที่ผ่านมา ชาวประมง ประชาชนอยู่กับความทุกข์ระทม อันนั้นก็เป็นความจริง ความจริงอันนี้เกิดขึ้น จากการที่เมื่อทาง EU ได้ให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทยว่าได้ทำผิดหลักการของ IUU ในขณะนั้นรัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลที่ไม่มาจากการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ ของนานาประเทศ เวลาแก้ไขปัญหาเพื่อปลดใบเหลืองนั้นก็เลยได้ทำเกินไป เพื่อเป็นการเอาใจ เพื่อเป็นการหวังว่าจะได้รับการยอมรับจากนานาประเทศมากขึ้น ก็ทำเกินไปกว่าที่เขาขอ มีการออกคำสั่ง คสช. ไม่น้อยกว่า ๒๐ ฉบับ ขัดต่อหลักการของกฎหมาย ขัดต่ออนุสัญญา ระหว่างประเทศและขาดมนุษยธรรม พร้อมกับบทลงโทษสูงสุดและการใช้กฎหมาย ที่ไม่เป็นธรรม จากที่เขาให้ใบเหลืองมารัฐบาลในขณะนั้นใช้เวลาแก้ปัญหา ๓ ปี ๘ เดือน ๙ วัน จนถึงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๓ EU ก็ปลดใบเหลืองให้ไทย แต่ผลงานของรัฐบาล ที่ไม่มาจากการเลือกตั้งในครั้งนั้นแลกมากับความเสียหายของพี่น้องชาวประมง และประชาชนที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ก็คือการประมงไทยล่มสลายที่เคยส่ง อาหารทะเลออกไปทั่วโลกปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กลายเป็นนอกจากส่งออกไม่ได้แล้ว ยังต้องนำเข้าปีละแสนล้านบาท ความเสียหายใน ๒๒ จังหวัด ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มา ๘-๙ ปี การประมงนอกน่านน้ำเหลือ ๐ ในน่านน้ำปริมาณเรือหายไป ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ คนงานประมงตกงาน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ปลาในประเทศไทยน้อย แต่ราคาไม่แพงมาก เพราะว่า มีการลักลอบหรือส่งเสริมให้มีการนำเข้าปลาจากต่างประเทศ กระทบต่อผู้เลี้ยงปลา หรือทำประมงน้ำจืด อันนี้เป็นปัญหาที่เกิดมาตลอด ๘-๙ ปีที่ผ่านมา และที่สำคัญก็คือ ชาวประมงซึ่งเป็นอาชีพที่ควรจะเป็นที่ภาคภูมิใจ ถูกลดเกียรติ ต้องไปติดคุกติดตาราง เป็นหนี้เป็นสิน ถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง ทางอาญา ทางปกครอง จนกระทั่งฆ่าตัวตายกันไปก็มี ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกโจร เป็นพวกทำความเสียหายแก่ประเทศชาติ ฉะนั้นการจะแก้ปัญหานี้ จึงต้องแก้กฎหมายต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อสักครู่ก็ได้พูดว่าได้มีการแก้ไขกฎหมายระดับรองลงไปแล้วหลายฉบับ ซึ่งอันนั้น ก็เป็นเรื่องดีครับ แต่ว่าเรื่องใหญ่คือตัวร่างพระราชกำหนดที่เราจะต้องแก้นี้ ผมขอสรุป เพียงสั้น ๆ นะครับว่าร่างของพรรคเพื่อไทยเพื่อจะไปเปรียบเทียบว่าทำไมพรรคเพื่อไทย จึงจะสนับสนุนร่างของคณะรัฐมนตรีนี้ว่าร่างของพรรคเพื่อไทยปลดล็อกพระราชกำหนดประมง โดยเสนอให้คุ้มครองการประกอบอาชีพประมงให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวประมง เพิ่มอิสระให้กลุ่มประมงพื้นบ้านสามารถทำประมงนอกพื้นที่ทะเลชายฝั่งได้ เปิดช่อง ให้สามารถดัดแปลงเครื่องมือทำการประมง โดยให้รัฐกำหนดเครื่องมือต้องห้ามที่ผิดกฎหมาย ให้ชัดเจน แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรงให้เหมาะสม โดยไม่กำหนด ให้เรือประมงเป็นสิ่งที่ต้องถูกริบ แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษปรับทางอาญาให้มีจำนวนค่าปรับ ที่เหมาะสม โดยกำหนดให้มีเพียงค่าปรับขั้นสูงเพื่อทำให้แต่ละฐานความผิดสามารถ ใช้ดุลยพินิจในการกำหนดค่าปรับให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ อันนี้คือสาระสำคัญ ในร่างพระราชบัญญัติประมงที่พรรคเพื่อไทยเสนอ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีร่าง คณะรัฐมนตรีเข้ามา เราพิจารณาแล้วก็เห็นว่ามีประเด็นสอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญ กับเป้าหมายของร่างพรรคเพื่อไทย คือการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการทำประมง คุ้มครองอาชีพประมง มาตรการเหล่านี้ล้วนมาจากการคำนึงถึงวิถีการทำประมงจริง ๆ ผมยกตัวอย่าง เช่น มาตรา ๖๙ ผ่อนปรนให้ใช้อวนล้อมที่เล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตร ได้ในเวลากลางคืนในที่ที่เป็น บริเวณน้ำลึก มาตรา ๕๗ ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจับสัตว์น้ำตัวอ่อน มาตรา ๔๒ ผ่อนปรน การดัดแปลงเครื่องมือประมงให้ทำได้ในกรณีที่ไม่มีผลต่อปริมาณสัตว์น้ำหรือตัวอ่อนสัตว์น้ำ มาตรา ๔๘ คืนชีวิตประมงนอกน่านน้ำภายใต้กติกาสากล ให้ผู้ประกอบการประมงไทย สามารถขออนุญาตทำการประมงในทะเลหลวง มาตรา ๔ กำหนดทะเลชายฝั่งให้น้อยกว่า ๑.๕ ไมล์ทะเลก็ได้ เช่น ในพื้นที่ทะเลน้ำลึกที่ใกล้ชายฝั่ง อีกข้อหนึ่งที่สำคัญที่ตรงกับร่างของ พรรคเพื่อไทย ความจริงรวมทั้งอีกหลายพรรครวมทั้งพรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคฝ่ายค้านและ พรรครัฐบาลก็คือทำให้ประมงพื้นบ้านมีอิสระมากขึ้น ก็อยู่ในมาตรา ๕ ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ ในการทำประมงพื้นบ้านให้ทำได้ทั้งในเขตชายฝั่งและครอบคลุมนอกชายฝั่งด้วย

ส่วนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือแม้จะเปิดโอกาสให้มีการประมงเพิ่มมากขึ้น แต่ก็เพิ่มสัดส่วนในการควบคุมและบทลงโทษ เพื่อให้เกิดการทำประมงที่ยั่งยืนควบคู่ไปด้วย อันนี้เหมือนกับข้อเสนอของพรรคก้าวไกลที่ต้องการให้การหารายได้จากการทำประมง สมดุลกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก็อยู่ในมาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ มาตรา ๘๑ ผมจะไม่ขอ กล่าวในเนื้อหาในรายละเอียด ที่ตรงกับร่างของหลายพรรคคือองค์ประกอบของคณะกรรมการ ประมงจังหวัดที่กระจายอำนาจสู่มือประมงท้องถิ่นมากขึ้น โดยรวมแล้วร่างพระราชบัญญัติ ประมงที่ ครม. เสนอนี้มีจุดร่วมกันกับร่างของพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เสนอ ก็คือร่างพระบัญญัตินี้ไม่ได้ขัดกับหลักของ IUU ของสหภาพยุโรป แต่ให้มีข้อปฏิบัติและบทลงโทษที่แตกต่างออกไป เพื่อไม่ให้มีมาตรการ ที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งก็จะอยู่ในมาตรา ๘๒ และมาตรา ๘๙ ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงแล้วเมื่อสักครู่ หลายมาตราได้มีการกำหนดโทษให้เหมาะสม กับพฤติการณ์ความผิด โดยทำบนหลักการที่ว่าชาวประมงยังคงกลับมาทำอาชีพประมงได้ ไม่ตัดโอกาสพวกเขาไปตลอดชีวิต อันนี้อยู่ในมาตรา ๓๙ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๒๑ ถึงมาตรา ๑๗๐ เราก็ศึกษาโดยละเอียดและมีการเปรียบเทียบกับร่างของพรรคการเมือง หลาย ๆ พรรคประกอบกัน โดยสรุปครับท่านประธาน ขณะนี้คือร่างนี้มาจากความต้องการ ของชาวประมง เพราะว่านี่เป็นนิมิตใหม่ นิมิตใหม่ก็คือว่าปกติเราจะเห็นว่าเมื่อ สส. เสนอ ร่างกฎหมาย รัฐบาลรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ พอกลับมามีร่างของรัฐบาลมา เพื่อจะเป็นร่างหลัก และเนื้อหามักจะถูกกำหนดโดยส่วนราชการต่าง ๆ มากกว่าที่จะมี ความสอดคล้องกับร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ครั้งนี้ร่างของคณะรัฐมนตรี ได้รวมเอาความเห็นของ สส. ซึ่งคุยกันมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว แล้วก็ตลอดเวลาในการ หาเสียงเลือกตั้งพรรคการเมืองต่าง ๆ ก็ไปฟังความเห็นของประชาชน และความเห็นเหล่านั้น ก็ถูกบรรจุอยู่ในร่างของพรรคการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งร่างของพรรคเพื่อไทยที่คุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เป็นผู้เสนอ เมื่อมีการนำความเห็นต่าง ๆ จากทั้งพรรคการเมือง จากทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราก็ได้ร่างที่ไม่ขัดที่ไม่ขัดต่อหลัก IUU และจะเป็นการนำรายได้ กลับคืนสู่พี่น้องชาวประมงและอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยที่มีความสมดุลในการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งให้ยั่งยืน และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ทำบน หลักมนุษยชน ท่านประธานครับ ร่างของ ครม. ก็ดี ร่างของพรรคการเมืองต่าง ๆ เกือบจะ เรียกว่าเกือบทุกพรรคที่ได้เสนอกันเข้ามาในคราวนี้ ถ้าเราเห็นชอบในหลักการและมี คณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณา โดยนำเนื้อหาของร่างทั้งของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายค้านที่มีหลายเรื่องสอดคล้องกัน ตรงกัน มีบางอย่างต่างกัน แต่ก็อาจจะ เลือกนำมาใช้เป็นประโยชน์ในการทำให้เป็นร่างที่จะกลับเข้ามาสู่สภาพิจารณาในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ต่อไป ผมในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จึงขอสนับสนุน ร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาในครั้งนี้ และเสนอให้สภาลงมติเห็นชอบรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับที่กำลังพิจารณาและจะลงมติในขั้นรับหลักการต่อไป ขอบคุณครับ