ธรรมนัส แจงร่างแก้กฎหมายประมง หวังคุ้มครองทรัพยากร-ลดทุกข์ชาวเรือ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ธรรมนัส พรหมเผ่า หารือร่างแก้ไขพระราชกำหนดการประมงเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงและพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเน้นการคุ้มครองทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน สนับสนุนความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมง ทั้งการปรับนิยามประมงพื้นบ้านและทะเลชายฝั่ง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ปรับโครงสร้างคณะกรรมการให้มีประสิทธิภาพ และผลักดันการใช้เทคโนโลยี e-observer พร้อมเปิดโอกาสให้เรือไทยทำประมงในทะเลหลวงได้ตามกฎหมายสากล โดยจำกัดสิทธิการขออนุญาตประมงพื้นบ้านเฉพาะคนไทยเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรีให้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผล ของร่างพระราชบัญญัติดังต่อไปนี้

เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ โดยที่ พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่สอดคล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการทำประมงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ ในการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม และสามารถ ทำการประมงได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และชาวประมงผู้ประกอบอาชีพประมงโดยสุจริตให้ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนถึง การส่งเสริมประกอบอาชีพประมงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้สาระสำคัญของพระราชบัญญัติได้แก้ไขทั้งหมด ๓๖ มาตรา และผมขออนุญาตนำเสนอต่อท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในมาตราสำคัญ ๆ ที่พี่น้องชาวประมงได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขโดยเร่งด่วน ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยกรมประมงได้แก้ไขกฎหมายรองในช่วงระยะเวลา ๔ เดือนที่ผ่านมา ทั้งหมด ๑๙ ฉบับ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของพี่น้องชาวประมงตามที่เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งกระทู้ถามหลายครั้งในเรื่องนี้ แต่สำหรับประเด็นสำคัญที่ผม จะนำเสนอในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พอสังเขป ดังต่อไปนี้

๑. การแก้ไขเพิ่มเติมเจตนารมณ์ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยมุ่งหมายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและการสนับสนุนกิจการการประมง การคุ้มครอง การประกอบอาชีพการประมง การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ตลอดจนถึงการเน้นย้ำ ความสำคัญของการบังคับใช้มาตรการในการบังคับกับพี่น้องประชาชนให้มีความเหมาะสม กับบริบทของประเทศไทย ซึ่งร่างมาตรา ๓ ได้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔

๒. การแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ทะเลชายฝั่ง โดยเพิ่มเติมการกำหนด เขตทะเลชายฝั่งให้มีระยะน้อยกว่า ๑.๕ ไมล์ทะเล สำหรับกรณีที่มีข้อจำกัดตามลักษณะ ทางกายภาพ และแก้ไขเพิ่มเติมตามบทนิยามคำว่า การประมงพื้นบ้าน เพื่อลดข้อจำกัด ในด้านพื้นที่ของการทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งเดิมจำกัดแต่การทำประมงในเขตทะเลชายฝั่งเท่านั้น ร่างมาตรา ๔ ยกเลิกนิยาม คำว่า ทะเลชายฝั่ง และร่างมาตรา ๕ ยกเลิกบทนิยาม คำว่า ประมงพื้นบ้าน

๓. การแก้ไขบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ โดยเพิ่มเติมให้นายกรัฐมนตรีสามารถมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการได้ และเพิ่มเติม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นกรรมการ โดยตำแหน่ง นอกจากนี้ในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้มีการเพิ่มเติมให้รัฐมนตรี มีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ ในการคัดเลือกผู้แทนสมาคมการประมงด้านต่าง ๆ โดยให้มีการคัดเลือกกันเองในกรณีที่มีผู้แทนสมาคมในแต่ละด้านมากกว่าหนึ่ง และกำหนด เพิ่มเติมอายุการเป็นกรรมการของผู้ทรงคุณวุฒิจากเดิม ๒ ปี เป็น ๓ ปี และแก้ไขบทบัญญัติ เกี่ยวกับคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด โดยเพิ่มเติม การเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้แทนของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเลเฉพาะจังหวัดแต่ละจังหวัดที่มีอาณาเขต ซึ่งเรื่องนี้จะมีการแก้ไขมาตรา ๙ เพื่อแก้ไข มาตรา ๑๓ ร่างมาตรา ๑๐ เพื่อแก้ไข มาตรา ๑๔ (๑) ร่างมาตรา ๑๒ เพื่อแก้ไข มาตรา ๒๖

๔. เพิ่มเติมคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตการทำประมงพื้นบ้าน เพื่อกำหนดเฉพาะผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้นที่สามารถมาขออนุญาตทำประมงพื้นบ้านได้ รวมถึง การตัดจำกัดจำนวนใบอนุญาตของแต่ละบุคคลออก เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชน ได้ทำการประมงพื้นบ้านของผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งมีการร่างมาตรา ๑๓ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๒

๕. การแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะต้องห้ามของผู้ขออนุญาตใบอนุญาต ทำการประมง โดยให้จำกัดเหตุอันเป็นลักษณะต้องห้ามเฉพาะกับเรือที่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิดเท่านั้น รวมถึงการลดระยะเวลาห้ามขอใบอนุญาตลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวประมง และเจ้าของเรือประมงซึ่งมีเรือประมงในครอบครองหลายลำ ซึ่งมีการ ร่างมาตรา ๑๕ เพื่อแก้ไขมาตรา ๓๙

๖. กำหนดให้ผู้ประกอบการประมงสามารถขออนุญาตทำการประมง ในทะเลหลวงในบริเวณที่ไม่มีองค์การระหว่างประเทศใดควบคุมดูแล หรือขอทำประมง ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำนอกเขตการบังคับใช้ของความตกลงระหว่างประเทศในบริเวณนั้นได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการการประมงไทยให้มีศักยภาพสามารถขออนุญาต ไปทำการประมงในบริเวณดังกล่าวได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐาน ที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวจะสอดคล้องกับหลักการตามข้อบังคับ บทที่ ๑๑๙ แห่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ซึ่งบังคับใช้กับการอนุญาต ทำการประมงในเขตทะเลหลวง ได้ร่างมาตรา ๓๘ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๘ วรรคสาม

๗. การแก้ไขเพิ่มเติมให้สามารถใช้ระบบสังเกตการณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า e-observer ในเรือประมงนอกน่านน้ำไทย นอกน่านน้ำได้นอกจากการใช้คน เป็นผู้สังเกตการณ์เพื่อรองรับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลง จึงได้ร่างมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๐

๘. การแก้ไขเพิ่มเติมให้สามารถใช้เครื่องมืออวนล้อมจับที่ช่องตาอวนเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตร ทำการประมงในเวลากลางคืนได้นอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเล นับจากแนวทะเล ชายฝั่ง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และพื้นที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดอันเป็นการ แก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมง ซึ่งได้ร่างมาตรา ๒๓ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๙

ดังนั้นตามที่ผมได้รายงานต่อท่านประธานพอสังเขป ประโยชน์ที่ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงจะได้รับ กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่พี่น้องประชาชนได้รับความ ทุกข์ระทมช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ตามที่มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำเสนอหลายครั้ง และผมได้มีโอกาสมานั่งรับฟังตามที่เพื่อนสมาชิก ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้นำเสนอ สะท้อนเห็นความยากลำบากของพี่น้องชาวประมง ทั้งฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ดังนั้น กฎหมายนี้จะมีผลในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและพี่น้องชาวประมง ผู้ประกอบอาชีพการประมงโดยสุจริตให้ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะการปรับปรุง บทกำหนดโทษให้สอดคล้องกับสภาพความรุนแรงของการกระทำความผิด ตลอดจนถึง การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการการประมงและอุตสาหกรรมประมงของประเทศฟื้นตัว อย่างเหมาะสม นอกจากนั้นเป็นการสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศควบคู่ไปกับ การรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่อเป็นแหล่งอาหารของมนุษยชาติและการใช้ประโยชน์ ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการอนุรักษ์ บำรุง รักษา ฟื้นฟู การคุ้มครองสภาพสิ่งแวดล้อมให้ดำรงอยู่คู่กับสภาพที่เหมาะสม อย่างยั่งยืนต่อไป ผมจึงขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ต่อสภาแห่งนี้ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ