พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อภิปรายปิดท้ายร่างแก้ไขพระราชกำหนดการประมง โดยทบทวนความล่าช้าของรัฐและสภามาตั้งแต่ปี 2558 ที่ส่งผลให้ชาวประมงจำนวนมากถูกดำเนินคดีจากมาตรการควบคุมตามมาตรฐานสหภาพยุโรป พร้อมเรียกร้องให้เร่งผ่านกฎหมายลูกอย่างเป็นธรรม มีการปรับปรุงกฎหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมสนับสนุนด้วยกองทุนและเพิ่มบทบาทท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากร รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาการประมงอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพ และการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ขอลุกขึ้นอภิปรายปิดท้ายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะสรุป และรัฐสภาแห่งนี้จะลงมติกัน คงต้อง เริ่มต้นด้วยการเตือนสติเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ วันนี้ผมยืนท่ามกลางสมาชิกจากทั้ง ๒๒ จังหวัด ที่มีพื้นที่ติดชายทะเล วันนี้วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ครับ ปีที่แล้ววันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ เราอภิปรายเรื่อง พ.ร.บ. ประมงนี้ ข้างบนมีพี่น้องชาวประมงมากกว่า๒๒ จังหวัด มารอฟังเรา ปีที่แล้วเราผ่านมติ ๒๙๑ เสียง ตั้งกรรมาธิการ เตือนสติกันอีกครั้งครับ กฎหมาย พ.ร.ก. ประมง ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ปี ๒๕๕๘ แสดงให้เห็นถึงแรงเฉื่อยของ การแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน แสดงให้เห็นถึงแรงเฉื่อยของสภาแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงแรงเฉื่อยของการที่จะมีวาระในการแก้ไขกฎหมายให้กับพี่น้องประชาชน เตือนสติกันอีกครั้งครับ ปี ๒๕๕๘ ที่เราผ่านกฎหมาย พ.ร.ก. IUU
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ในหนังสือของสภาเขียนไว้ ฉบับนี้ครับ กฎหมาย ระเบียบของสหภาพยุโรปมีสถานะเป็นเพียงกฎหมายภายในภูมิภาค ของประเทศที่สมาชิกสหภาพยุโรปจะต้องปฏิบัติตาม แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิก ของสหภาพยุโรป แต่ก็ต้องปฏิบัติตามเรียกว่าหลัก Long Arm Jurisdiction เปรียบเสมือน การออกกฎหมายภายในประเทศอื่น เนื่องจากประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามก็จะไม่สามารถ ส่งสินค้าประมงไปขายสหภาพยุโรปได้ เตือนสติกันอีกครั้งหนึ่งว่าประเทศไทยส่งออกประมง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่งออกไปยุโรปแค่ ๖.๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่คนที่ต้องรับกรรม คือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ส่งออกไปยุโรป คนส่งออกไม่ได้รับโทษ คนรับโทษไม่ได้ส่งออก อันนี้คือความอยุติธรรมตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา ที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนน้ำตาไหลแล้ว น้ำตาไหลเล่า เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นวันที่เราจะร่วมนิมิตหมายทุกคนทุกพรรคในการผ่าน กฎหมายฉบับนี้ ตั้งกรรมาธิการและผ่านกฎหมายโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะอย่าง สไลด์ที่อยากจะโชว์ให้ท่านประธานดู อยากจะโชว์ให้ท่านรัฐมนตรีดู อยากจะโชว์ให้ นายกรัฐมนตรีดู ว่าผลกระทบของอุตสาหกรรมประมงที่เกิดขึ้นนั้นหนักแค่ไหน และยาวนาน แค่ไหน ทางด้านซ้ายสุดท่านดูกราฟครับ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๖ การส่งออกประมงลดออกไป ๑๑ เปอร์เซ็นต์ครับ อย่าลืมว่าการส่งออกไม่ได้อยู่แค่การจับปลานะครับ มันอยู่ที่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง ในกราฟตรงกลางและกราฟทางขวา ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือ ไม่ว่าจะเป็นสะพานปลา ไม่ว่าจะเป็น การขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานน้ำแข็ง อย่างที่นายกรัฐมนตรีไปมาเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ที่ผ่านมา และไปสัญญากับนายกสมาคมชาวประมงเอาไว้ว่าจะแก้ไขชาวประมงให้ได้เร็วที่สุด อย่างน้อยกฎหมายลูกต้องแก้ให้ได้ภายใน ๙๐ วัน ดูตัวเลขสิครับท่านประธาน ดูตัวเลขสิครับ ท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ตัวเลขที่หายไปไม่ว่าจะเป็นจำนวน ที่จับได้ของสะพานปลา ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนซื้อขายที่สะพานปลา จาก ๒,๐๐๖ เหลืออยู่ ๑,๕๐๐ ต่อวัน หายไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ยังไม่รวมเรื่องของ อุตสาหกรรมโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำเค็มที่หายไปอีก ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาที่กฎหมาย ฉบับนี้ขึ้นมา อันนี้คือความใหญ่ อันนี้คือความหนัก อันนี้คือความยาวนานกว่า ๑๐ ปี ที่พ่อแม่พี่น้องชาวประมงโดนกฎหมายอำนาจนิยมกดขี่พวกเขาไว้ โดนบีบเสียจนไม่มี ทางเลือกที่จะเหลือ
ถ้าดูในสไลด์ต่อไปครับ ไม่ใช่ในแง่ของเรื่องแค่เศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวครับ ท่านประธาน อันนี้คือจำนวนของชาวประมงที่กลายเป็นผู้ต้องหาคดี ๔,๖๓๒ คือจำนวน ครอบครัวที่อยู่ดี ๆ เป็นชาวประมงแล้วต้องกลายเป็นผู้ต้องหาคดีไป โทษปรับหนัก โทษจำคุกหนัก เล่นกันจนถึงว่าต้องบีบกันขายเรือมากมาย อันนี้คือเป็นสิ่งที่เขาบอกกับผม อย่างนี้ครับท่านประธาน การที่จะต้องปรับตัวตาม IUU เขาไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ว่า มันต้องให้โอกาสเขาปรับตัว ไม่ใช่ว่าปรับจนเขาล้มละลาย ถ้ามีกฎหมายให้ แต่มีระยะเวลา เปลี่ยนผ่านให้ มีกองทุนประมงที่ทำให้เขาสามารถที่จะปรับตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง VMS ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง PIPO ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ๓ ไมล์ทะเล ๓ ไมล์ทะเลก็วนไป VMS แล้วก็ วนไป PIPO แล้วก็วนไปเรื่องแรงงานอีก เรื่องพวกนี้ผมฟังมาตั้งแต่เป็น สส. สมัยแรก ตั้งแต่ยังมีพรรคอนาคตใหม่ เป็นประธานกรรมาธิการที่ดินก็ยังต้องฟังเรื่องนี้ เป็น Candidate นายกรัฐมนตรีก็ยังต้องฟังเรื่องนี้ นี่โชคดีได้กลับมาเป็น สส. สมัยที่ ๒ ก็ยังต้องฟังเรื่องแบบนี้ เราเยียวยาพวกเขาอย่างไรครับ แน่นอนกฎหมายต้องทำให้ถูกต้อง และต้องทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ผมไม่เถียง แต่มันได้สัดส่วนหรือเปล่ากับอาชญากรรมที่เขาก่อ มีคนหนึ่งบอกผมนะครับ คุณพ่อกำลังจะเสียชีวิตอยู่บนเรือไม่ได้แจ้ง VMS ไม่ได้แจ้ง PIPO กลับเข้ามาชายฝั่งโดนคดีนะครับ โดนค่าปรับหลายแสนนะครับ เพราะฉะนั้นนี้ถ้ามันมีกฎหมาย ที่แข็งที่มันไม่ได้เป็นอำนาจนิยม ที่มันมีส่วนร่วมมากเกินไปช่วย ๆ กันค่อยปรับตัวมีใบเหลือง ใบแดงนี้ ผมคิดว่าพี่น้องชาวประมงก็คงจะไม่ได้ต่อต้าน หรือไม่ต้องเจ็บปวดเสียขณะนี้ อันนี้คือกระบวนการในการปรับ ปรับไปในทิศทางไม่ว่ากัน แต่ความเร็วในเรื่องของ Speed มันก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัว แล้วรัฐก็ไม่ใช่บอกว่าออกกฎหมายมาทุ่มใส่เขาอย่างเดียว แต่ในขณะเดียวก็ทุ่มความช่วยเหลือ ทุ่มงบประมาณให้เขาสามารถที่จะลืมตาอ้าปาก และสามารถปรับตัวไปได้ด้วย อันนี้คือการเดินทางร่วมกันของรัฐและชาวประมง อย่างมีส่วนร่วม ผมจึงขอเรียกร้องให้สภาแห่งนี้ครับ นอกจากจะผ่าน พ.ร.บ. ต่าง ๆ ของ ๔-๕ ร่างที่มี ไม่ว่าจะเป็นร่างของ ครม. เอง ร่างของพรรคอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในนี้ อยากให้รวมร่างของพรรคก้าวไกลเข้าไปด้วย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน พ.ร.บ. ของพรรคก้าวไกลเน้นอยู่ที่การให้ท้องถิ่นดูแลทรัพยากรเอง ของพรรคก้าวไกล เราเชื่อในการส่งเสริมศักยภาพของชาวประมงครับ เราเชื่อในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ในระยะยาว เราเชื่อในความมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้ผมขอรับประกันครับ คนร่างนั่งอยู่ข้าง ๆ ผมตรงนี้ คุณวรภพมั่นใจว่าร่างของพรรคก้าวไกลมีส่วนประกอบสำคัญ ทั้ง ๓ อันนี้อยู่ในร่างของพรรคก้าวไกล และถ้าจะให้เป็นรูปธรรมพี่น้องชาวประมงถาม ยังไม่ได้อ่านเลย พ.ร.บ. ของคุณวรภพเขียนไว้ว่าอะไร ขอให้ตอบเป็นรูปธรรมแบบนี้ครับว่า ในร่างของเราคือคณะกรรมการประมงจังหวัดที่จะมีการกำหนดเงื่อนไขการประมง ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่ใช่ตัดเสื้อตัวเดียวเป็นเสื้อโหลให้ทุกคนใส่เหมือนกันหมด เราเน้นการขยายขอบเขตกำหนดการทำประมงและการอนุรักษ์เป็น ๑๒ ไมล์ทะเล เราเน้นองค์ประกอบที่มีประชาชนไม่น้อยกว่า ๔ คน เราเน้นให้หัวโต๊ะเป็นนายก อบจ. ที่มาจากการเลือกตั้งและเราเน้นที่การมีตัวแทนเทศบาลและ อบต. ถ้ากรรมาธิการที่จะเข้าไปศึกษาเพิ่มอย่างที่ปีที่แล้วก็ศึกษามาแล้ว ปีนี้ก็ยังจะศึกษาอีก มีเนื้อหาของ พ.ร.บ. ของพรรคก้าวไกลเข้าไปจะทำให้ท่านทำงานได้มากขึ้นครับ อย่างน้อย ให้มันมีพื้นที่ ให้มันมี Space ที่จะสามารถเข้าไปศึกษาเรื่องพวกนี้ ท่านจะแปรญัตติอะไร ผมไม่ว่า แต่อย่างน้อยให้มันมีโอกาสเรื่องนี้ในการทำงานของวาระของคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้น สุดท้ายวิสัยทัศน์ในเรื่องเกี่ยวกับการประมงของประเทศไทย ขอให้ คณะกรรมาธิการ ขอให้ ครม. ขอให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องคิดถึง ๓ หลักสำคัญของการ ทำประมงในประเทศไทยครับ
อันที่ ๑ คือเรื่องการรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรประมง ขอให้นึกถึงคำว่า Blue Economy ไว้ ขอให้นึกถึงคำว่า เปลี่ยนจากจับมากได้น้อย เป็นจับน้อยให้ได้มาก ไม่เอาแล้วปลาเป็ดที่เอาไปเป็นอาหารสัตว์มาก ๆ จับมาก ๆ เข้าไป แต่ไม่มีมูลค่าที่ได้เพิ่ม ขึ้นมาอีกเลย ขอให้เน้นไปเรื่องที่ ๒ ครับ
อันที่ ๒ เรื่องของวิถีชีวิตของพี่น้องชาวประมง แทนที่จะใช้กฎหมาย บีบบังคับเขาเอากฎหมายทุบหัวเขา เพิ่มเทคโนโลยีให้เขาสิครับ คิดถึงเรื่องที่ชื่อว่า Precision Fisheries อวน Net แบบไหนที่มีทางลอดให้สัตว์น้ำอนุบาลให้ลูกเต่าสามารถลอดออกไปได้ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ใน Net อย่างนี้ อันนี้เป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังคิดถึงในเรื่องแบบนี้
สุดท้ายในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจเน้นในเรื่องของ Environment แล้ว เน้นในเรื่องของ Livelihood แล้วก็เน้นในเรื่องของ Economy บ้าง Marine Biotechnology การเพิ่มมูลค่าให้มันมากกว่าสิ่งที่มันเป็นอยู่แค่การประมงในพื้นที่ทางทะเลเป็นได้มากมาย เพียงแต่เราจำ Keyword 3 Keyword พวกนี้ไว้ก็จะสามารถเห็นได้ว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้า การประมงของประเทศไทยหน้าตาจะเป็นแบบใด ที่มีทั้งเรื่องสมดุลเรื่องของการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวประมง และส่วนสำคัญให้ประมง เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยต่อไปชั่วนิรันดร ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน