ทวิวงศ์ ตั้งคำถามรถไฟความเร็วสูงอยุธยา ห่วงกระทบมรดกโลก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ–หนองคาย โดยเฉพาะการก่อสร้างสถานีในจังหวัดอยุธยา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก หลังยูเนสโกแสดงความกังวลจนนำไปสู่การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) เป็นครั้งแรกของประเทศ แต่กลับพบข้อบกพร่องหลายประการทั้งในด้านเนื้อหา การวิเคราะห์ทางเลือก และความโปร่งใส จึงเรียกร้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทบทวนและจัดทำรายงานใหม่ให้สมบูรณ์ โดยมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาสถานะมรดกโลกและความเชื่อมั่นกับนานาชาติ

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพระนครศรีอยุธยา พรรคก้าวไกล จากชาวอยุธยา และบางบาลครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ในการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงคำถามที่ค้างคาใจและเป็นข้อถกเถียงของพี่น้องชาวอยุธยาครับ สืบเนื่องจากกระทรวง คมนาคมมีการอนุมัติให้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง จากความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ ถึงหนองคาย โดยมีการตั้งสถานีที่อยุธยาบ้านผมด้วย นั่นเป็นเรื่องที่ดีครับ ท่านประธาน เราจะมีการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น และมีทางเลือกในการเดินทางใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวครับ แต่สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือผลกระทบจาก การก่อสร้างสถานีนี่ล่ะครับ ผมขอให้ท่านประธานได้ทราบถึงมหากาพย์ของสถานีอยุธยาครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ที่ผมพูดแบบนั้นก็เพราะว่า นี่คือจุดเริ่มต้นการจัดทำรายงานผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรมหรือ HIA ซึ่งหาก แล้วเสร็จรายงานฉบับนี้จะเป็นรายงานฉบับแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ผมต้องขอไล่เลียง เหตุการณ์ให้ท่านได้เข้าใจครับ ท่านประธานครับ หลังจากมีหนังสือจาก UNESCO ที่แสดง ความกังวลถึงความเสี่ยงต่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างที่ อยุธยาว่า หากจะมีการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่แบบนี้ อาจทำให้มรดกทางวัฒนธรรม โบราณสถานต่าง ๆ อาจชำรุดและสูญเสีย ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ประเมินเป็นมูลค่ามิได้ จึงนำมาสู่การตอบรับโดยรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ จากรายงานผลการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ท่านรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้สั่งการ ให้กรมการขนส่งทางราง ซึ่งได้นำเสนอทางเลือกการสร้างสถานีถึง ๕ แบบ โดยให้ความเห็น เพิ่มเติมอีกว่าแบบที่ ๓ ถึงแบบที่ ๕ นั้นรางสูงมาก ต้องหาทางอ้อมหรือจะมุด มุดจะดีกว่าอ้อม เพราะใช้เงินมากเหมือนกัน ทางเลือกที่ ๑ และ ๒ พอรับได้ หากจำเป็นต้องเสียเงิน ก็จำเป็นต้องทำ ต่อมาในวันที่ ๒๓ กรกฎาคมปีเดียวกัน ได้มีบัญชาจากสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีให้กระทรวงคมนาคมหารือร่วมกับกรมศิลปากร ดังนี้

ประการที่ ๑ คือให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งกับ UNESCO ว่าไทย มีการทำรายงาน HIA ก่อนการก่อสร้างสถานี ขออนุญาตใช้ตัวย่อและภาษาอังกฤษครับ

ประการที่ ๒ คณะกรรมการแห่งชาติ มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาการก่อสร้างสถานีในทางเลือกที่ ๑ คือการก่อสร้างอุโมงค์ลอดผ่านพื้นที่มรดกโลก หรือทางเลือกที่ ๒ การเปลี่ยนเส้นทางใหม่โดยอ้อมพื้นที่มรดกโลก ล่วงเลยมาจนถึงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ว่าจ้างให้คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้จัดทำ HIA วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๖ คณะโบราณคดีส่งรายงาน HIA ตามที่การรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ว่าจ้างให้มีการประเมิน โดยใน TOR ได้กำหนดให้มีการประเมินจาก ทางเลือกเพียงทางเลือกเดียวคือทางลอยฟ้า นี่เป็นอีกข้อมูลครับท่านประธานที่เป็นข้อสังเกต สำคัญว่า ทำไม TOR การจ้างทำแบบประเมินนั้น ถึงเป็นการประเมินเพียงทางเลือกเดียว และไม่ใช้ทางเลือกที่เป็นมติของที่ประชุมจากรองนายกรัฐมนตรี

ต่อมาวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดส่ง รายงานผลการประเมิน HIA ให้กับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. โดยมีใจความที่บอกว่าจะขอก่อสร้างตามแผนเดิม ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมิน EIA เดิมในปี ๒๕๖๐ โดยอ้างถึงผลกระทบในแง่งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ผลกระทบในแง่ ความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ รวมถึงผลกระทบต่อการส่งมอบงาน ตามสัญญาอีกด้วย สผ. จึงมีหนังสือให้ทางกรมศิลปากรได้พิจารณารายงานนี้ เนื่องจากพบว่า

ประการที่ ๑ การรายงานไม่เป็นไปตามคู่มือของศูนย์มรดกโลก ฉบับปี ๒๐๒๑ เนื่องจากขาดการวิเคราะห์แนวทางเลือกอื่น เพื่อลดผลกระทบและยืนยันจะทำตามแนวทางเดิม นั่นอาจทำให้ UNESCO เห็นถึงความไม่โปร่งใสและมีอคติต่อการเลือกแนวทางที่เหมาะสมครับ

ประการที่ ๒ สผ. มีความเห็นให้กรมศิลปากรได้พิจารณาในฐานะหน่วยงาน กำกับดูแลพื้นที่ และพิจารณาให้ความเห็นถึงผลการประเมิน HIA

ประการที่ ๓ สผ. ขอให้กรมศิลปากรนำเรื่องความเห็นนี้เข้าสู่การประชุม คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ กรมศิลปากรได้แจ้งความเห็น ที่มีต่อรายงาน HIA กับทาง สผ. โดยมีใจความดังนี้

เรื่องที่ ๑ รายงานมีสาระและองค์ประกอบสำคัญไม่ครบถ้วนตามหลักการ และแนวทางการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่ศูนย์มรดกโลกกำหนด

เรื่องที่ ๒ รายงานอธิบายคุณค่าโดดเด่นระดับสากล หรือ OUV ของแหล่ง มรดกโลกประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาคลาดเคลื่อนจากที่ประกาศให้เป็นมรดกโลก

เรื่องที่ ๓ รายงานนำเสนอคาดการณ์ผลกระทบเชิงลบในระดับสูง แต่มิได้ เสนอแนวทางในการลดผลกระทบดังกล่าว และเห็นว่าควรนำเสนอแนวทางการลดผลกระทบ ในหลายระดับ

ต่อมาล่าสุดวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ กรมศิลปากรได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา โดยคณะอนุกรรมการมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน โดยมีมติที่ประชุมอยู่ ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ คือพิจารณาความเห็นและข้อสังเกตของอนุกรรมการมรดกโลก ทางวัฒนธรรมที่มีต่อรายงาน HIA และสั่งการให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลแนวทางการลดผลกระทบในรายงานให้สมบูรณ์

ประเด็นที่ ๒ พิจารณาให้มีการตอบหนังสือไปยัง UNESCO โดยด่วน เพื่ออธิบายถึงการแก้ปัญหาตามข้อห่วงกังวลและชี้แจงว่าอยู่ในระหว่างการจัดทำรายงาน คำถามครับท่านประธาน

คำถามข้อที่ ๑ จากการที่ได้เกริ่นมานั้นเห็นได้ชัดว่า โครงการนี้ขาดการมีส่วนร่วม จากภาคีทุกฝ่าย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์อย่างกรมศิลปากร หลังจากมีมติจากหน่วยงานหลายภาคส่วนแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยจะเดินหน้าจัดทำ รายงานการศึกษาแนวทางเลือกอื่นที่ลดผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม และจัดทำ รายงาน HIA ให้สมบูรณ์หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ