สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ แสดงความไม่พอใจต่อคำตอบของรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลดโทษ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีให้คำตอบชัดเจนและเป็นเอกสาร นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้มีประกาศเกี่ยวกับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ไม่ควรได้รับการคุมขัง โดยมีเงื่อนไขชัดเจน เช่น ผู้ป่วยต้องป่วย 7 โรคที่ร้ายแรง และผู้สูงอายุจะต้องอายุ 70 ปีขึ้นไปและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เพื่อความยุติธรรมและความคลี่คลายในสังคม

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ก็ขอเรียนเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ว่า ด้วยความเคารพครับ ใจเย็น ๆ ก่อน เนื่องจากคำถามผมเป็นประโยชน์ต่อท่านรัฐมนตรีในอนาคตแน่นอนนะครับ และคำถามแรกที่ผมถามจากที่ท่านเห็น ก็คือมีบุคคลมากมายกว่า ๙๓๐ คน ที่ผ่านเกณฑ์ ในรอบปกติ และมี ๘ คน ที่ผ่านเกณฑ์ในรอบพิเศษ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ช่วยขยาย คำถามของผม แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ เพราะที่ท่านได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่คือสิ่งที่ผมได้สอบถาม กับท่าน เอาอย่างนี้ครับ ผมช่วยขยายความสิ่งที่ท่านจะตอบให้เพิ่มเติม ขอสไลด์หน้าถัดไป

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

สิ่งที่ท่านตอบมาเมื่อสักครู่ มี ๓ องค์ประกอบด้วยกัน ก็คือ พ.ร.บ. กฎกระทรวง และประกาศ พ.ร.บ. เขียนไว้อย่างนี้ หลักใหญ่ใจความที่ท่านอ่านเมื่อสักครู่ผมขยายความให้ชัด ๆ ก็คือว่าระหว่างคุมขังต้องมี ๔ คุณลักษณะ ที่ท่านกล่าวเมื่อสักครู่ผมไม่ต้องพูดซ้ำ ประพฤติดีหรืออะไรต่าง ๆ อันที่ ๒ ระหว่างคุมขังต้องมีความชอบแก่ราชการเป็นพิเศษ ที่ผมถามท่านคือมันเข้าเกณฑ์ข้อไหน แต่ท่านก็มาอ่านคำถามซ้ำ โดยไม่ได้บอกว่าเข้าเกณฑ์ข้อไหน ถ้าท่านบอกว่าเข้าเกณฑ์ ประพฤติดีให้ฉีดยาตรงเวลาตลอดเวลา ก็บอกกันมา ช่วยพับผ้าเตียงข้าง ๆ เป็นความ ประพฤติดี ท่านบอกมาได้ นี่เข้าข่าย พ.ร.บ.

ต่อไปในส่วนของกฎกระทรวงหน้าถัดไปครับ ในส่วนของกฎกระทรวงระบุไว้ ชัดเจนว่าท่านอธิบดีเห็นควรให้พักโทษ พิจารณาจาก ๒๘๐,๐๐๐ ราย ที่ท่านว่าเมื่อสักครู่ พิจารณา ๒๐๐,๐๐๐ กว่าราย ให้เหลือ ๘ รายเป็นพิเศษ ผมถามท่านว่าใช้วิธีการใด ท่านก็มาอ่านคำถามเหมือนเดิมว่าอธิบดีไปคัดสรรจากนักโทษทั้งหมด ท่านตอบมาเลยครับ วิธีการมีอะไรบ้างที่ท่านอธิบดีจะคัดจากคน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าราย เหลือ ๘ คน ต่อมาส่งให้ คณะกรรมการ ผมไม่ได้อยากทราบว่ากรรมการมีกี่คน ท่านตอบว่ากรรมการมี ๑๙ คน ถ้าท่านตอบว่ากรรมการมี ๑๙ คน ช่วยกรุณาระบุมาเลยครับ ๑๙ คนมีใครบ้าง อนุกรรมการ เห็นชอบ เห็นชอบเสร็จทำอย่างไรครับ อธิบดีส่งให้อนุกรรมการ อนุกรรมการเห็นชอบส่งให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นั่นคือท่าน เพราะฉะนั้นท่านปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ท่านไม่เห็นเอกสาร เพราะกฎกระทรวงระบุไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องเป็นคนลงนาม เพราะฉะนั้นคำถามนี้ที่ผมถามเมื่อสักครู่คือท่านต้องบอกว่าท่านเห็น ลายลักษณ์อักษรการพิจารณาแล้ว เกณฑ์การพิจารณาตั้งแต่อธิบดีมาถึงอนุกรรมการ จากอนุกรรมการส่งมาถึงท่านด้วยคุณสมบัติอย่างไร อันนี้กฎกระทรวงครับ

อันสุดท้ายประกาศ ไปดูประกาศครับ ประกาศมีอะไรบ้าง ในประกาศที่ท่าน บอกว่าเป็นผู้ป่วยหรือเป็นผู้สูงอายุ วันนี้ในสังคมตอบกันไปต่าง ๆ นานา ทำให้เสื่อมเสีย บุคคลภายนอกด้วย วันนี้ท่านใช้พื้นที่สภาตอบให้ชัดเจนเลยครับ ข้างนอกจะได้ไม่ต้อง ถกเถียงกัน มีอยู่ ๒ เงื่อนไขเท่านั้นครับ ถ้าป่วยต้องป่วย ๗ โรคครับ ๗ โรคไม่พอ เขาเขียนไว้ ในประกาศว่า และต้องส่งผลต่อชีวิตหากคุมขังต่อ นั่นหมายความว่านักโทษที่มีการป่วย ๗ ข้อนี้ ป่วยอย่างเดียวไม่ได้ ท่านยังไม่ได้รับสิทธินั้น ท่านต้องพ่วงด้วยอันตรายร้ายแรงถึงที่สุด ถ้าต้องคุมขัง อันนี้คือในเคสของคนป่วย ป่วยมีโรคอะไรบ้างครับ โรคร้ายแรงที่ไม่อาจรักษาได้ โรคระยะวิกฤติที่เสี่ยงต่อการตาย โรคที่ดูแลตัวเองไม่ได้ โรคไตวายระยะสุดท้าย โรคมะเร็ง ระยะสุดท้าย โรคเอดส์ระยะสุดท้าย โรคสมองเสื่อมและ Alzheimer นี่คือ ๗ ข้อ ในประกาศกระทรวงของท่าน ท่านตอบได้เลยครับว่า ๑ ใน ๗ นี่ข้อไหน และพ่วงด้วย อันตรายถึงแก่ชีวิตอย่างไร ไม่อย่างนั้นสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา รัฐมนตรี แต่ละคนออกมาตอบกันคนละทิศ คนละทาง คนละโรค มันจะทำให้ท่านส่งผลเสียในอนาคต แต่ถ้าท่านบอกว่าไม่เกี่ยวกับโรคภัย ท่านได้รับคุณสมบัติเป็นผู้สูงอายุ ๗๐ ปีขึ้นไป ในประกาศของกระทรวงของท่าน ระบุไว้ชัดเจนครับว่าถ้าชราภาพก็คือท่านต้องอายุ ๗๐ ปี และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ๗๐ ปี โอเคผ่านเกณฑ์ ดูในบัตรประชาชนก็รู้ แต่และช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้ ในประกาศกระทรวงของท่านระบุไว้ชัดเจนครับ ว่ากลัวจะใช้ดุลพินิจ ว่าถ้าเกิด ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างไร ท่านเอาออกมาเปิดครับ มันมีบันทึกอยู่ ท่านตอบให้ชัดใน ๓ เรื่องนี้ สังคมคลี่คลายครับ ไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์กันต่าง ๆ นานา และเป็นผลดีต่อบุคคลภายนอก เป็นผลดีต่อท่านในอนาคตด้วย นี่คือคำถามที่ ๒ ครับ