อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือปัญหาสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ยุ่งเหยิงทั่วประเทศ เรียกร้องให้รัฐบาลรายงานความคืบหน้าการแก้ไขจากผลการศึกษาในอดีต พร้อมเสนอแนวทางบ้านโป่งโมเดลเป็นตัวอย่างการจัดระเบียบสายสื่อสารอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการนำสายสื่อสารลงใต้ดินเฉพาะจุดเพื่อไม่กระทบสายไฟฟ้า รักษาเสาไฟฟ้าไว้ใช้ประโยชน์ด้านแสงสว่างและประหยัดงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้กราบเรียนถาม ท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ในครั้งนี้เนื่องจากเป็นญัตติ ที่มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาเรื่องดังกล่าวตั้งแต่สมัยประชุม ก็คือสมัยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ก็คือสมัยที่แล้ว ได้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็มีการศึกษา เรื่องดังกล่าว แล้วก็ได้มีการส่งผลในการศึกษาอย่างชัดเจนไปยังรัฐบาล เมื่อผมกลับมาเป็น สส. อีกครั้ง ก็เลยขออนุญาตได้มากราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลได้ดำเนินการ ไปถึงไหนแล้ว เพราะว่าในการยื่นญัตติครั้งที่แล้ว ผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เห็นความสำคัญในเรื่องของการจัดระเบียบสายสื่อสาร แล้วก็ได้นำญัตติดังกล่าวเข้าสู่สภาในสมัยชุดที่ ๒๕ แล้วก็ได้ประสานกับทางวิปรัฐบาลในสมัยนั้น เพื่อขอความเห็นชอบ ได้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งก็ต้องขอบคุณท่านอดีตประธาน วิปรัฐบาลในสมัยนั้นก็คือท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งท่านก็เห็นความสำคัญเช่นเดียวกันว่าปัญหา เรื่องสายสื่อสารที่มันยุ่งเหยิงนี้มันเป็นปัญหาของประเทศจริง ๆ ซึ่งมันเป็นหน้าตาของประเทศ ท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเวลานักท่องเที่ยวหรือแขกต่างประเทศมาที่เมืองไทย ก็มักจะ ถ่ายรูปสายสื่อสารที่มันเกาะเกี่ยวอยู่บนเสาไฟฟ้าไป Post จนเป็นข่าวไปทั่วโลกเป็น Unseen Thailand บ้าง เป็น Incredible Thailand บ้าง ซึ่งมันก็ส่งต่อภาพลักษณ์ของ ประเทศ เมื่อผมได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้นำเรื่องดังกล่าวมาทำเป็นญัตติ เพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญ อย่างที่เรียนครับ ด้วยความสำคัญของปัญหาดังกล่าวทำให้ สภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้นได้มีมติในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา ในครั้งนี้ก็เลย เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจก็ได้มอบหมายท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชน แล้วก็เห็นความสำคัญ ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็มีภารกิจเยอะ ท่านก็สละเวลามาตอบกระทู้นี้ ซึ่งเป็นปัญหา ระดับประเทศ ก็เลยจะได้รอฟังท่านรัฐมนตรีตอบครับ
อยากจะเรียนท่านประธานถึงวัตถุประสงค์ในการทำกระทู้ครั้งนี้ อยากจะ ได้เรียนถามครับว่า ความคืบหน้าในการดำเนินการตามผลการศึกษาของกรรมาธิการวิสามัญ ในสมัยที่แล้วดำเนินการไปถึงไหน เพราะว่ามีการศึกษาการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่อง สายสื่อสารที่มันยุ่งเหยิงอยู่บนเสาไฟฟ้า จริง ๆ แล้วความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากสายไฟฟ้า แต่เกิดจากสายสื่อสารที่มันไปเกาะเกี่ยวอยู่บนเสาไฟฟ้า พี่น้องประชาชนก็ไม่ค่อยทราบ อยากจะเรียนพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามการอภิปรายในครั้งนี้ อยากจะเรียนว่าสายที่มัน ยุ่งเหยิงอยู่บนเสาไฟฟ้านี้ไม่ใช่สายไฟ แต่เป็นสายสื่อสาร
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อันนี้คือภาพที่เขตเทศบาลเมือง บ้านโป่ง เมื่อปี ๒๕๖๓ ผมได้ลงพื้นที่กับนายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่งในสมัยนั้น แล้วก็ได้ไปทำ โครงการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DES ในสมัยนั้น ผมก็ทำกระทู้นี้ครับ ให้รัฐมนตรีไปทำ บ้านโป่งโมเดล ก็ไปลงพื้นที่เมื่อปี ๒๕๖๓ ท่านประธานกับท่านรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกเห็นนี้ ก็คือการลงพื้นที่ ก็ไปจัดระเบียบครับ จัดระเบียบตอนแรกนี้เราใช้วิธีการเอาสายตาย สายตายคือสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้แล้ว มีการศึกษาครับว่าตอนนี้สายที่มันยุ่งเหยิงอยู่บนเสาไฟฟ้า มันประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นสายตายครับ สายตายคือสายเคเบิลหรือสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้ มันไม่ได้ใช้งานแล้วแต่ยังเกาะเกี่ยวอยู่ ก็ไปทำการรื้อถอนออก ตั้งแต่หอนาฬิกาเทศบาลเมือง บ้านโป่งไปจนถึงสี่แยกไฟแดงบ้านโป่ง และจากหอนาฬิกาไปถึงวงเวียนช้าง แล้วก็หอนาฬิกา ไปยังหน้าวัดดอนตูม แล้วก็หอนาฬิกาไปหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง ๔ สายทาง ๔.๘ กิโลเมตร ก็ทำการแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการจัดระเบียบครับ การจัดระเบียบก็คือการนำสายตายออก แล้วก็ไปผูกรัดมัดให้มันเป็นระเบียบมากขึ้น หลังจากนั้นผมก็ได้ทำกระทู้มาให้ท่านรัฐมนตรี ในสมัยนั้นก็คือ ท่านรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรี DES ในสมัยนั้นมาทำโครงการ บ้านโป่งโมเดล
ท่านรัฐมนตรีท่านมีวิสัยทัศน์ท่านก็มาทำโครงการให้ โดยงบประมาณ ๔๘ ล้านบาท ๔.๘ กิโลเมตร โดยการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ท่านประธานครับ สายสื่อสาร ปัจจุบันนี้มันมีทั้งของที่เป็นรัฐวิสาหกิจก็คือ NT ในปัจจุบันครับ NT ในปัจจุบันก็อยากจะเรียน ท่านประธานและพี่น้องประชาชนว่า ปัจจุบันนี้เกิดจากการควบรวมของ TOT คือองค์การ โทรศัพท์กับ CAT หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย วันนี้มันมาควบรวมกันเป็น NT ก็คือ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ปัจจุบันนี้ NT ก็ดำเนินโครงการโดยการเจาะสายท่อรอด ใต้พื้นที่ของเทศบาลเมืองบ้านโป่งทั้ง ๔ สายทาง อย่างที่ได้นำกราบเรียนท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปแล้ว ๔.๘ กิโลเมตร อันนี้เป็นโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ไม่ใช่สายไฟนะครับ ต้องเรียนกับท่านประธานและพี่น้องประชาชนว่า อันนี้เป็นโครงการ คือการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ผมเองเป็นผู้เสนอโครงการนะครับ ตอนนั้นวิกฤติโควิดก็ไปทำ พิธีเปิดโครงการ มีผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้นก็มาทำโครงการ ก็เปิด มีรองกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่โทรคมนาคมแห่งชาติก็ลงพื้นที่ด้วย มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด มีนายกเทศมนตรี เมืองบ้านโป่ง ตอนนี้เป็นการเปิดโครงการ แล้วหลังจากนั้นก็ใช้เวลา ๒ ปี เจาะร้อยท่อสายสื่อสาร ปัญหามันเป็นอย่างนี้ครับ ตอนนี้ท่อเสร็จแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ Operator เอกชนยังไม่ยอมเอาลง เพราะว่าติดเรื่อง งบประมาณอันนี้เป็นปัญหาระดับประเทศ ทำไมต้องใช้คำว่า บ้านโป่งโมเดล ครับ ท่านประธาน ที่ต้องใช้คำว่า บ้านโป่งโมเดล เพราะว่ามันยังไม่เคยทำที่อื่นสำเร็จ แต่จะทำให้ ที่บ้านโป่งนี้สำเร็จ ที่อื่นเขาทำสำเร็จเขาทำสำเร็จอย่างไรรู้ไหมครับ เขาทำสำเร็จคือเขา เอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน การเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ๑ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๘๐ ล้านบาท ๘๐ ล้านบาท เกิดจากค่าสาย ๔๐ ล้านบาท เกิดจากค่าก่อสร้างใต้ดิน ๔๐ ล้านบาท ๑ กิโลเมตร ที่ทุกวันนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทำใช้งบประมาณ ๑ กิโลเมตร ๘๐ ล้านบาท แต่การนำสายสื่อสารลงใต้ดินใช้ ๑ กิโลเมตร ๑๐ ล้านบาท เจาะท่อร้อยสาย ๑๐ ล้านบาท อยากจะเรียนกับท่านประธานว่ามันแตกต่างกันเยอะมากเลย ๘๐ ล้านบาท กับ ๑๐ ล้านบาท ถ้าเราเอาสายไฟฟ้าลง พอสายไฟฟ้าลงปุ๊บมันก็ต้องไปล้มเสา พอล้มเสาปุ๊บสายสื่อสาร ไม่มีที่เกาะแล้ว พอไม่มีที่เกาะก็โดนบังคับเอาไปลงใต้ดินตามกับสายไฟ เพราะสายสื่อสาร มันไม่มีเสาไฟฟ้าเกาะเพราะโดนบังคับ เขาเรียกว่าสภาพบังคับ เพราะว่าโดนการไฟฟ้าล้มเสา แต่ทีนี้ ๑ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๘๐ ล้านบาท ทำไมมันเป็นบ้านโป่งโมเดลครับ เพราะผม เป็นคนเสนอโมเดลนี้เองว่าที่มันมีปัญหามันไม่ใช่ปัญหาจากสายไฟฟ้า แต่มันเป็นปัญหาจาก สายสื่อสาร เราไม่ต้องไปยุ่งกับสายไฟฟ้า เราให้สายไฟฟ้าอยู่เหมือนเดิม แต่เราเอาที่มัน ยุ่งเหยิงคือสายสื่อสารลงใต้ดิน ท่านประธานเห็นไหมจาก ๘๐ ล้านบาท เหลืออยู่แค่ ๑๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร ประหยัดงบประมาณให้กับประเทศชาติไปมหาศาล ท่านรู้ไหมครับ โครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนี้ทำโครงการ ๔ เมืองใหญ่ ก็คือเชียงใหม่ โคราช หาดใหญ่ และพัทยา งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินโครงการ ๕ ปี ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๔ ๕ ปีนี้เราใช้งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาสายไฟฟ้าลงไปใต้ดิน ได้ไม่กี่ร้อยกิโลเมตรเองครับ เขามีการศึกษาครับว่าสายไฟฟ้าที่เมืองไทยสามารถพันรอบโลกได้ ๘ รอบ กว่าจะเอาลงหมดต้องใช้ระยะเวลา ๘๐๐ ปี ถ้าเราเอาสายไฟฟ้าลงเพื่อที่จะเอา สายสื่อสารที่มันยุ่งเหยิงลง ผมเลยเสนอไอเดียครับ เพราะเป็นเจ้าของญัตติ แล้วก็เป็น ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็เป็นรองประธานกรรมาธิการในสมัยนั้น เสนอไอเดียว่าเอาเฉพาะสายสื่อสารลง ฝากท่านรัฐมนตรีลองพิจารณาดูครับว่ามันประหยัด งบประมาณไปได้มาก ทำไมมันต้องเป็นบ้านโป่งโมเดล เพราะที่อื่นเขาเอาสายไฟฟ้าลง แต่บ้านโป่งโมเดลนี้เอาสายสื่อสารลงอย่างเดียว สายไฟฟ้าไม่ต้องแตะครับ แล้วก็มีประโยชน์ด้วย ผมไปตรวจราชการที่หาดใหญ่ ชาวบ้านร้องเรียนครับ พอล้มเสาไฟฟ้าปุ๊บ เอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เอาสายสื่อสารลงใต้ดิน กลางคืนมืดทั้งเมือง สายถนนที่โดนล้มเสาเพราะไม่มีไฟกลางคืน ไฟกลางคืนไม่มีเสาเกาะ เทศบาลนครหาดใหญ่ก็ต้องไปตั้งงบประมาณมาตั้งเสาไฟ เพื่อส่องสว่างกลางคืนอีก แต่ถ้าเราเอาเสาไฟฟ้าไว้ สายไฟฟ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องความยุ่งเหยิง ไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย เราก็ยังเอาไว้เกาะไฟกลางคืนได้ งบประมาณก็ประหยัดครับ ประหยัดไป ๑ กิโลเมตร ๗๐ ล้านบาท ทีนี้ถ้าเราจะเอาสายไฟฟ้าลง เราเอาลงเฉพาะที่เป็น Landmark ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว อย่างเช่น พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น หน้าเป็นตาของประเทศ อย่างเช่นแหล่งที่เป็นย่านธุรกิจ อย่างเช่น สีลม แต่ถ้าต่างจังหวัด ก็อย่างเช่น อนุสาวรีย์สามกษัตริย์เชียงใหม่ อนุสาวรีย์ท้าวย่าโมที่โคราช อย่างที่นครศรีธรรมราช ก็คือพระบรมธาตุเจดีย์ อย่างนี้ควรเอาสายไฟฟ้าลงด้วย เพราะจะได้ไม่บดบังทัศนียภาพ ความสวยงามของพระบรมมหาราชวัง