สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ทวี สอดส่อง ให้คำอธิบายเกี่ยวกับกฎหมายการพักโทษในประเทศไทย โดยอธิบายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ กฎกระทรวง และเกณฑ์การพักโทษ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคุมขังผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยหรืออายุมาก และอธิบายว่ากรมราชทัณฑ์ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎกระทรวงในการพิจารณาพักโทษ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็อยากจะตอบคำถามของท่านณัฐชาที่ได้ถามเมื่อสักครู่นี้ การพักโทษเราจะมีเขียนไว้ ในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ จริง ๆ การพักโทษน่าจะมีอยู่มาตราเดียวด้วยซ้ำครับ คือราชทัณฑ์ปี ๒๕๖๐ จะเขียนไว้ในมาตรา ๕๒ ซึ่งในมาตรา ๕๒ นี้จะเขียนจั่วไว้ว่า นักโทษเด็ดขาดหรือนักโทษที่ศาลฎีกาตัดสินแล้ว แสดงให้เห็นถึงความประพฤติดี มีความอุตสาหะ ความก้าวหน้าในการศึกษาและการงานเกิดผลดี และมีความชอบ แก่ราชการเป็นการพิเศษอาจจะได้รับดังต่อไปนี้นะครับ แล้วในข้อที่ ๗ ก็คือจะเขียน เรื่องการพักโทษ คือการพักโทษเมื่อเป็นนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับมาไม่น้อยกว่า ๖ เดือน หรือ ๑ ใน ๓ โดยกำหนดตามที่ศาลในขณะนั้นแล้วแต่กรณี อะไรมากกว่า ก็เรียนว่าอันนี้คือ เกณฑ์การพักโทษ ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ไปออกเป็นกฎกระทรวงเรื่องการพักโทษ ท่านได้กล่าว เมื่อสักครู่ กฎกระทรวงเรื่องการพักโทษก็จะมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่เป็นการพักโทษทั่วไป คือถ้าการเข้านิยามตรงนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไปอยู่ที่คณะอนุกรรมการพิจารณาพักโทษ ซึ่งมีอยู่ ทั้งหมด ๑๙ คน ในทั้งหมด ๑๙ คน ก็มีทั้งคนของกระทรวงยุติธรรม โดยปลัดกระทรวง ยุติธรรม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๒ คน ก็จะต้องพิจารณา การพักโทษ ซึ่งการพิจารณาการพักโทษก็จะพิจารณาเดือนละ ๑ ครั้ง โดยเฉลี่ยการพักโทษ อันนี้เป็นการพักโทษทั่วไป ยังมีการพักโทษที่เขียนว่า มีเหตุพิเศษ จะพิเศษได้ต้องเป็น ความเห็นของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่า ถ้าท่านเห็นว่าจะมีการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ แต่ก็ต้องอยู่ในกฎหมายอันนี้ที่มีเกณฑ์อยู่ในกฎกระทรวง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็ต้องหยิบเอา รายชื่อส่วนใหญ่ก็คือจากผู้บัญชาการเรือนจำต่าง ๆ เสนอมา แล้วก็ส่งไปให้คณะกรรมการ ๑๙ คน ให้ความเห็นชอบ ซึ่งในคณะกรรมการ ๑๙ คน เมื่อให้ความเห็นชอบแล้ว กรณีพักโทษ กรณีพิเศษหรือพักโทษทั่วไป คณะกรรมการต้องเห็นชอบ แล้วก็จะส่งมาให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้พิจารณา สำหรับเหตุในการพักโทษพิเศษในอดีตก็มีอยู่ประมาณ ๗-๘ อย่าง แล้วทั้ง ๗ ประเภทนี้ก็ไม่ได้ถูกยกเลิก แต่บางประเภทก็ให้ชะลอไปก่อน เนื่องจากว่าในช่วงโควิดพอเราระบายผู้ต้องขังออกไปก็มีเหตุ คือจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำเราสามารถอยู่ได้ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ คน ตามมาตรฐานสากล วันนี้เราอยู่ ๒๘๐,๐๐๐ คนเศษ เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คน ก็เกินมา ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งสภาพ ๑๐๐,๐๐๐ คนนี้ เราใช้การนอนเหมือนว่าให้บิดตัวได้ ถ้าลุกไปก็เสียม้า คนก็จะเข้ามา อันนี้ คือสภาพเรือนจำ เราก็มีกฎหมายเรื่องการพักโทษ การรับโทษก็ยังอยู่ในอำนาจของกฎหมาย อย่างที่กราบเรียนก็คือ กรณีพักโทษที่เข้าเหตุเจ็บป่วยร้ายแรงหรือพิการ หรืออายุ ๗๐ ปีขึ้นไป อันนี้ก็เป็นเรื่องของ ผบ. เรือนจำ อย่างที่ท่านถามก็ ผบ. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เสนอขึ้นมา แล้วเข้าไปสู่ท่านอธิบดีก็เป็นผู้นำเสนอเข้าไปในบอร์ด ซึ่งก็ต้องเรียนว่าในการ พิจารณาครั้งนี้มีทั้งหมด ๙๔๕ คน แล้วก็มีพักโทษกรณีพิเศษในกลุ่มต่าง ๆ และในกลุ่มต่าง ๆ เท่าที่ผมได้อ่านเวลารายงานขึ้นมา การพิจารณาการพักโทษ กรรมการไม่ใช่เป็นตรายาง กรรมการก็จะมีวินิจฉัย อย่าง ๙๔๕ คนนี้ ก็วินิจฉัยไม่ให้ ๑๕ คน แล้วก็วินิจฉัยให้ ๙๓๐ คน ซึ่งในเหตุผลของแต่ละคน

อย่างกรณีที่ท่านถามก็มีผู้อภิปราย เช่น กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ดูหลักฐาน ทางการแพทย์ แล้วเห็นว่าเข้าเหตุพักโทษ สำนักงานอัยการสูงสุดก็อาจจะมีคำถามว่า การอยู่โรงพยาบาลไม่ได้มาเรือนจำจะถือว่าเป็นประเด็นไหม ก็มีการตอบว่า คำว่า เรือนจำ หมายถึง ที่ซึ่งควบคุมกักขังผู้ต้องขัง แล้วเราก็ไปเขียนไว้ในกฎกระทรวงว่า การไปรักษาที่ โรงพยาบาล เราเขียนว่าเป็นที่ควบคุมโดยใช้คำพูดว่าปกติจะไม่ให้ไปอยู่ห้องพิเศษ เว้นแต่ ทางโรงพยาบาลให้อยู่ในห้องควบคุมพิเศษ ไม่ใช่ห้องรักษาพิเศษนะครับ ห้องควบคุมพิเศษ เพื่อโดยพิจารณา ซึ่งการใช้คำว่า ควบคุม ก็จะอยู่ในกฎกระทรวง โดยสรุปก็คือว่าในกรณี การประกาศดังกล่าวเป็นที่ควบคุมอยู่ในกฎกระทรวง ก็อยากจะเรียนว่านี่คือขั้นตอน และการพิจารณาก็ยังมีผู้แทนอัยการ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันนี้ผมอ่านเฉพาะ ที่รายงานการประชุม ซึ่งก็มีการพิจารณา เพราะว่ามีความกังวลเรื่องสังคมสอบถาม ก็เป็นเหตุปกติ แล้วยังมีข้อมูลพบว่าการพักโทษกรณีดังกล่าวนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ มาถึงปัจจุบันก็มี ๒,๔๒๐ คน กรณีเจ็บป่วย อายุมาก ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นการปฏิบัติ ตามกฎหมายราชทัณฑ์ กฎกระทรวง แล้วก็ผ่านคณะกรรมการพิจารณา อนุกรรมการ พิจารณาพักโทษ แล้วเสนอมาขออนุมัติตามลำดับชั้นครับ คำถามข้อแรกก็ตอบแค่นี้ครับ