ชูศักดิ์ สนับสนุนหลักการสภาชนเผ่า แต่ชี้ร่างขาดกลไกเชื่อมรัฐและงบฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖

ชูศักดิ์ ศิรินิล อภิปรายร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง โดยเห็นด้วยในหลักการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายสากล แต่ตั้งข้อสังเกตถึงข้อบกพร่องร้ายแรงของร่างกฎหมาย โดยเฉพาะการขาดกลไกเชื่อมโยงกับรัฐบาลและการไม่รองรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ จึงเรียกร้องให้ทบทวนและแก้ไขก่อนการพิจารณาต่อไป

รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ชูศักดิ์ ศิรินิล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตที่จะกราบเรียน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งท่านศักดิ์ดา แสนมี่ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๒,๘๘๘ คน เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ แน่นอนที่สุด โดยส่วนตัวกระผมนี้ ผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ควรส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดขึ้น เหตุผลสำคัญเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าเป็นไปตามมาตรา ๗๐ ของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่บัญญัติให้รับรอง ให้รัฐพึงส่งเสริมให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตดั้งเดิม ตามความสมัครใจ อย่างสงบสุข หรือกรณีที่มาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าบุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ อนุรักษ์ ฟื้นฟู ส่งเสริมภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี จารีตประเพณี อันดีงามทั้งของท้องถิ่นและของชาติ นอกจากนั้นก็คิดว่าเป็นไปตามข้อ ๒๗ ของกติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่รัฐต้องมีหลักประกันที่จะมี วัฒนธรรมความเชื่อและภาษาของตนเอง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ความเป็นจริงแล้วก็ต่อสู้ผลักดันกันมายาวนาน ผมเองก็คิดว่าเป็นร่างพระบัญญัติ ที่น่าจะต้องส่งเสริมสนับสนุนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายระหว่างประเทศที่กราบเรียน ไปแล้ว อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมาย ฉบับนี้ดูไปแล้วก็ยังมีความ ประทานโทษนะครับต้องใช้คำว่า ยังมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ อยู่มากมายหลายประเด็น ที่น่าจะต้องมาหยิบยกพิจารณากันอย่างถ่องแท้

ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ท่านผู้ร่างครับ ท่านประชาชน ท่านศักดิ์ดาครับ ท่านบอกว่าให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามกฎหมายฉบับนี้เป็นมาตราแรก ๆ เลยครับ ก็หมายความว่ากฎหมายฉบับนี้ให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายบริหารของประเทศ มารักษาการ แล้วก็บอกว่าให้มีอำนาจออกกฎ ระเบียบ กติกาทั้งหลาย กฎ ระเบียบทั้งหลาย ถ้าประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ถือว่าใช้บังคับได้ แต่ทีนี้ผมดูองค์กรบริหารที่ท่าน จัดตั้งขึ้น เช่น บอกว่าให้มีสภาชนเผ่าพื้นเมืองเลือกมาจากสมาชิกแต่ละกลุ่มไม่เกิน ๕ ท่าน ให้มีกรรมการบริหารสภา ๑๕ คน ให้มีคณะผู้อาวุโส ให้มีสำนักงานสภา องค์กรบริหาร ตามกฎหมายฉบับนี้ของท่านไม่มีตัวแทนรัฐบาล ไม่มีองค์กรใด ๆ หรือองคาพยพใด ๆ ที่จะ เข้าไปเป็นองค์ประกอบ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนกฎ ระเบียบ ข้อบังคับทั้งหลาย ผมใช้คำว่า ความเกาะเกี่ยวระหว่างสภาชุมชนกับรัฐบาล ไม่มี แต่ว่าท่านให้นายกรัฐมนตรี มารักษาการ สมมุติว่าท่านจะออกกฎระเบียบทั้งหลายทั้งปวง แล้วก็เอากฎระเบียบไปที่ทำเนียบ นายกรัฐมนตรีท่านช่วยกรุณาลงนามหน่อย ถามว่าท่านจะมีพื้นฐานอะไรที่จะเกาะเกี่ยว ในแง่ของการบริหารงานประเภทนี้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นข้อบกพร่องอย่างร้ายแรง และท้ายที่สุด มันจะทำให้สภาของท่านมีกฎหมายรองรับยึดโยงกับฝ่ายบริหาร แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง ท่านกับฝ่ายบริหารไม่มีเลย นี่คือเรื่องที่ผมอยากกราบเรียน ไม่มีกลไกที่จะเชื่อมโยงกับ ฝ่ายบริหารเลย ที่น่าจะแปลกใจอย่างมากก็คือว่าท่านร่างว่าท่านจะบริหารโดยกองทุน แล้วท่านก็บอกว่ากองทุนของท่านมาจากไหน ๑. มาจากการบริจาค ๒. มาจากดอกผลที่ได้จาก การบริจาค ๓. มาจากเงินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน แปลว่าอะไรครับ ท่านจะบริหารสภาของท่าน บริหารชนเผ่าพื้นเมืองของท่าน ถ้าผมอ่านนี้ก็คือท่านไม่ต้องการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเลย เพราะว่าถ้าท่านไม่เขียนเลยว่าเงินอุดหนุนจากรัฐ ท่านก็ไม่มี ก็แปลว่าในท้ายที่สุดนี้ถ้ารัฐบาล จะให้เงินอุดหนุนท่าน นายกรัฐมนตรีเกิดว่าอยากสนับสนุนชนเผ่าพื้นเมืองของท่านจะให้บอก ขอเงินงบประมาณมาอุดหนุนท่านหน่อย ท่านก็ไม่ได้เขียนรองรับไว้เลย แต่ที่สำคัญครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอ่านดูละเอียดแล้วกองทุนประกอบด้วยอะไรครับ กองทุน ประกอบด้วยตัวแทนของท่าน แต่ว่าท่านดันไปเอาตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเอาตัวแทน สำนักงบประมาณเข้าไปเป็นกรรมการกองทุน ถ้าเงินไม่มาจากรัฐบาลเลยท่านเอาไปทำไม แล้วเขาจะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไรว่าท่านไปเอาเงินบริจาคมาจากไหน เหล่านี้เป็นต้น ผมว่าปัญหา ของกฎหมายฉบับนี้อยู่ที่ความเกาะเกี่ยวตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ และจะทำให้ท้ายที่สุด ถ้ากฎหมายนี้ผ่านไปมันก็จะเป็นสภามาลอย ๆ แต่ว่าความเกาะเกี่ยว เกี่ยวโยงกับรัฐบาล โดยเฉพาะท่านไปให้นายกรัฐมนตรีรักษาการ โดยที่ไม่ได้มีความเกาะเกี่ยวกันเลยในแง่ของ การบริหารองค์กรที่จัดตั้งขึ้น ก็ไม่มีตัวแทนนายกรัฐมนตรี ไม่มีตัวแทนรัฐบาลเข้าไปเป็น กรรมการอะไรร่วมด้วยเลย แล้วท่านก็บอกว่าให้นายกรัฐมนตรีออกกฎระเบียบ ผมว่าเป็น ปัญหาที่น่าจะต้องไปคิดนะครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าท้ายที่สุดมันก็จะไปบริหารลอย ๆ ไม่รู้จะ บริหารไปที่ไหน ผมได้ค้นดูแล้วผมคิดว่ามันมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันที่เคย นำเสนออยู่หลายร่าง เช่น ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นฉบับของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรเป็นผู้คิดขึ้นแล้วก็นำเสนอ ร่างกฎหมาย ฉบับของคณะอนุกรรมการกลุ่มชาติพันธุ์ เสนอโดยคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ร่างกฎหมายของ กลุ่มกระบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมเหล่านี้ มันน่าจะเอากฎหมายเหล่านี้ มาผนวกรวมกัน แล้วท้ายที่สุดลองบูรณาการให้เห็นว่ามันควรจะปรับตรงนั้น แก้ตรงนั้น อะไรต่าง ๆ แต่ผมสนับสนุนว่ามันต้องมีกฎหมายนี้ แต่ของท่านมีข้อบกพร่องเยอะครับ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ