ณัฐวุฒิ บัวประทุม ย้ำถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมในประเทศไทย พร้อมผลักดันการรับรองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านร่างกฎหมายส่งเสริมสภาชนเผ่าพื้นเมือง โดยยืนยันความสำคัญของการรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาสัญชาติ ที่ดินทำกิน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ชนเผ่าเผชิญ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากรัฐ พร้อมเรียกร้องให้เร่งพิจารณาส่งคณะกรรมาธิการพิจารณาก่อน ไม่ควรรอคอยหรือถ่วงเวลาโดยไม่จำเป็น และต้องให้ความเท่าเทียมในการพิจารณากฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองอย่างแท้จริง
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ท่านประธานครับ พอเอ่ยคำว่า คนจังหวัดอ่างทอง ท่านก็คงถามว่าแล้วที่ จังหวัดอ่างทองมีพี่น้องชาติพันธุ์ใด ๆ อยู่หรือไม่ ผมเองก็เรียนครับว่าตกลงคำถามนั้น ต้องย้อนกลับกันมากกว่าครับว่า ในประเทศแห่งนี้มีคนไทยที่อ้างว่าเป็นคนไทยโดยแท้จริง โดยบรรพบุรุษ โดยไม่มีส่วนผสมของชาติพันธุ์ใด ๆ อยู่หรือไม่มากกว่า แต่กระนั้นก็ตาม งานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเคยพูดอย่างชัดเจนว่า อย่างน้อยที่สุดน่าจะมีอยู่ประมาณ ๖-๙ ล้านคน ที่เป็นพี่น้องชาติพันธุ์ที่อาจจะเรียกว่าไทยหรือคนพื้นถิ่นดั้งเดิมที่ไม่ได้มี ส่วนผสมใด ๆ แต่อีก ๕๐ กว่าล้านคน หรือ ๖๐ ล้านคนโดยประมาณ ที่อยู่ในผืนแผ่นดิน แห่งนี้ ล้วนมีส่วนผสมจากชาติพันธุ์อื่น ๆ ทั้งสิ้นครับ ซ้ายมือของผมพี่น้องชาติพันธุ์มลายู สส. รอมฎอน ปันจอร์ ถัดไปครับ ของ สส. ไก่ ศุภปกรณ์ ก็มีพี่น้องชาติพันธุ์ม้ง ข้างหน้าผม สส. เชียงใหม่ อำเภอเชียงดาว มีพี่น้องหลากหลายพี่น้องลีซูใด ๆ ต่าง ๆ ข้างหลังผม สส. ฐิติกันต์ จากภูเก็ตพี่น้องมอแกน มอแกลน อูรักลาโวยจ สส. เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู จากเชียงใหม่ สส. วีรนันท์ ฮวดศรี จากขอนแก่น เลยไปถึงกรณีของพี่ผู้ไทที่กาฬสินธุ์ต่าง ๆ ฉะนั้นเราอยู่บนผืนแผ่นดินแห่งนี้ด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และพหุวัฒนธรรม ที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ แล้วนั่นคือความเป็นจริงที่เราต้องยอมรับกันครับ ความเป็นจริง ดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่สวยงาม เป็น Moment ทางประวัติศาสตร์ตามที่คุณรอมฎอนพูดถึง สืบเนื่องกันมาตั้งแต่สภาชุดที่ ๒๕ มาถึงสภาชุดที่ ๒๖ สภาชุดที่ ๒๕ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การเมืองไทยที่มีคณะกรรมาธิการสามัญคณะหนึ่งขึ้นมา แล้วมี ๒ กลุ่มเป้าหมายที่ถูกเพิ่มเข้ามา ในประวัติศาสตร์ครั้งแรกนี้ ที่เรียกว่า คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเพิ่มเติมมาด้วย คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศ นั่นคือ สิ่งที่สวยงามที่สุดครับ และผมโชคดีที่มีโอกาสได้นั่งเป็นรองประธานคณะนั้น และผม ยินดีเลยครับ ถ้าท่านประธานจะขยายเวลาให้ผมที่จะตอบทุกคำถามที่เพื่อนสมาชิก ยังคลางแคลงใจถึงวัตถุประสงค์ของการมีพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการส่งเสริม หรือการพูดถึง สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เพราะทุกคำถามเหล่านั้นมีงานศึกษาวิจัยอยู่ในรายงาน คณะกรรมาธิการของเราในชุดที่ ๒๕ ทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าท่านอยากจะฟังคำตอบนี้อย่างจริงใจ หรือไม่ หรือมองว่าเป็นกฎหมายของประชาชน ดูถูกดูแคลนประชาชนว่าเขียนกฎหมาย ไม่เหมือนกับ Lawmaker หรือนักนิติบัญญัติที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่ผมอยากจะนำเรียนและผมเชื่อมั่นว่า เพื่อนสมาชิกของเราอ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น ก็คือว่าเรากำลังพิจารณาในชั้นที่เรียกว่า ขั้นรับหลักการ ฉะนั้นท่านดูแต่เพียงขั้นรับหลักการครับ หลักการเขียนว่าอย่างไรและดู เหตุและผลที่มาที่ไป รายละเอียดนั้นเป็นเรื่องที่จะนำไปสู่การพูดคุย การแก้ไขปรับปรุงกัน ในชั้นกรรมาธิการได้ แต่มิใช่การดึงเวลาที่โยกโย้โดยไม่มีหลักประกันว่ากฎหมายของพี่น้อง ประชาชนจะกลับเข้ามาในสภาแห่งนี้อีกจริงหรือไม่ กฎหมายฉบับนี้มีหลักการว่าอย่างไรครับ หลักการก็คือให้มีกฎหมายว่าด้วยสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ท่านตอบใจตัวเอง ง่าย ๆ สั้น ๆ ชัด ๆ ว่าอยากให้มีกฎหมายว่าด้วยสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยหรือไม่ เหตุและผลมีอะไรเยอะแยะไปหมดครับ ถ้าจะติดก็ติดอยู่คำเดียวคำที่ท่านใช้คำว่า อุษาคเนย์ เพราะคำนี้ถ้าผมจำไม่ผิดเป็นศัพท์ที่โดนบัญญัติขึ้นมาโดยคุณไมเคิล ไรท์ (Michael Wright) อดีตนักวิชาการด้านไทยคดีศึกษาที่เสียชีวิตไปแล้วนะครับ และเป็นคนนำคำว่า อุษาคเนย์ มาใช้ แทนพี่น้องที่อยู่ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พวกเรากำลังอยู่นี้ และมันไม่มีเส้นพรมแดน ที่จะมา ขีดกั้น กั้นกลาง ฉะนั้นในเมื่อหลักการบอกว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยสภาชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทย ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีเหตุและผลใด ๆ ที่จะปฏิเสธการมีกฎหมายฉบับนี้ สภาแห่งนี้รับหลักการกฎหมายมาไม่รู้กี่ร้อยฉบับ ย้อนกันไปดูเถอะครับ ๖๐,๐๐๐ ฉบับ ที่ท่านรับหลักการมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ท่านรับที่หลักการหรือไม่รับด้วยหลักการ ท่านรับ ที่เนื้อหา หรือเนื้อหาเป็นสิ่งที่มาแก้ไขได้ ผมอยากยืนยันว่านี่คือการรับหลักการ เป็นประเด็นที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ประการที่ ๓ ที่อยากจะย้ำให้เห็นก็คือว่า พวกเราอาจจะรอได้ครับ อาจจะบอกว่า ๖๐ วันเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว แต่สำหรับปัญหาที่พี่น้องชาติพันธุ์เจออยู่ทุกวันเขารอไม่ได้ครับ
ปัญหาประการที่ ๑ ไม่ว่าจะเป็นปัญหากรณีของสัญชาติและความเป็นพลเมือง วันเดียวที่เขาอาจไม่มีเลข ๑๓ หลัก แล้วก็ถูกจับพรุ่งนี้ วันเดียวที่เขาไม่สามารถเดินทาง มารักษาตาที่กำลังจะบอดจากอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีของพี่น้องมอญ แล้วทำให้ เขาตาบอดตลอดชีวิต มันรอวันเดียวได้หรือครับ หรือวันเดียวก็รอไม่ได้ สภาแห่งนี้ เคยแก้ปัญหานะครับ ผมอภิปรายเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นำไปสู่การที่ให้สัญชาติ เด็กมอญรายหนึ่ง และทำให้เขาได้มารักษาตาในกรุงเทพมหานคร ฉะนั้นหลักการที่เราพูดถึง ปัญหาว่าสัญชาติและความเป็นพลเมืองของพี่น้องชาติพันธุ์ เราไม่สามารถอ้างเหตุและผล ในการรอได้
ปัญหาประการที่ ๒ คือปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งคุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ได้พูดชัด ท่านไม่ทราบหรอกครับว่าเขากำลังเดินอยู่บนที่ดินทำกิน แล้วถูกจับ ผมมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในชีวิตนะครับ ตอนที่ลงพื้นที่ที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผมเจอพ่อมูเซาะ เสนาะพงษ์ไพร ปรัชญาปราชญ์ชาวกะเหรี่ยง ผมถามพ่อ ว่าพ่อครับ ที่ดินตรงนี้มีเอกสารสิทธิประเภทใด ผมมาด้วยการเรียนกฎหมายที่ดินเข้าใจว่า มี ส.ค. น.ส. ๓ ส.ป.ก. โฉนดแบบนั้น แบบนี้ พ่อมูเซาะ เสนาะพงษ์ไพร บอกผมว่าเขา ไม่รู้หรอกว่าตรงนี้เรียกว่าอะไร แต่นี่คือผืนแผ่นดินทำกินของเขา แล้ววันดีคืนดีก็มีคนมา จับเขาบนผืนแผ่นดินที่เขาทำกินอยู่ แบบนี้รอได้หรือครับ
ปัญหาประการที่ ๓ คือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เลิกกันทีครับ ชาวเขา เป็นคนทำไร่หมุนเวียน ชาวเขาทำให้เกิด PM2.5 ชาวเขาเป็นคนเผาป่า ผมขอให้เลิกกันที ตั้งแต่คำเรียกว่า ชาวเขา เหตุและผลที่บอกว่าเขาเป็นคนกระทำสิ่งต่าง ๆ ปัญหาการส่งเสริม วัฒนธรรมวิถีชีวิต ผมไม่ลงรายละเอียดครับ เพราะมันมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ต้องเอามา ประกอบกัน และปัญหาที่คุณนิติพล ผิวเหมาะ พูดไว้ผมคิดว่าชัดเจนที่สุด เป็นตัวแทนของ พี่น้องชาติพันธุ์เมี่ยน ก็คือว่าโอกาสและความเหลื่อมล้ำนั้นเป็นเพราะรัฐหรือเป็นเพราะ กรรมเวรในอดีต ในอนาคตซึ่งไม่ใช่กรรมเวร แต่เป็นปัญหามาจากรัฐครับ
สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอท่านประธานเป็นประการที่ ๔ และเป็นประการ สุดท้ายครับ ผมเสียดายที่ไม่มีโอกาสลงรายละเอียดครับ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เราต้องตั้งคำถาม ในการรับหลักการกฎหมาย ผมอยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกได้ดูข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๑๗ และข้อ ๔๑๘ เรามีการพิจารณากฎหมายแบ่งออกเป็นเรื่องที่เราจะลงมติ ๔ แบบ ด้วยกัน แบบที่ ๑ คือถ้าเราเห็นด้วยกับการรับหลักการเราก็อ้างอิงโดยอาศัย ข้อ ๑๑๗ วรรคหนึ่ง แบบที่ ๒ ถ้าเราไม่เห็นด้วยกฎหมายฉบับนั้นแย่มาก ไม่ควรรับหลักการ เราก็ ใช้ความในข้อ ๑๑๗ วรรคหนึ่ง ตอนท้ายที่บอกรับหรือไม่รับหลักการ แบบที่ ๓ เป็นกรณีที่ เราเห็นว่าในเมื่อสภาแห่งนี้ประกอบไปด้วยผู้มีความหลากหลายเยอะแยะไปหมด แค่ชาติพันธุ์ ก็มีไม่รู้กี่สิบชาติพันธุ์เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนหลายสิบล้านคนในประเทศ เราก็อาศัย ข้อความในประเด็นที่เรียกว่า ข้อ ๑๑๗ วรรคสอง ก็ได้ครับ วรรคสองคืออะไรครับ วรรคสอง คือการบอกว่าให้ส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญที่อาจจะแต่งตั้งขึ้น เป็นผู้พิจารณาก่อนรับหลักการก็ได้ เราอย่าดูแคลนความรู้ความสามารถตัวเองครับ แล้วเรา มีประสบการณ์มากมายในกรณีกฎหมายที่สภาที่รัฐบาลอุ้มไป ท่านทราบไหมครับ พ.ร.บ. ภาษี สรรพสามิต เรียกเพื่อนสมาชิกไปถามนัดเดียว แต่อ้างว่าใช้เวลา ๖๐ วัน ท่านทราบไหมครับ การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สมรสเท่าเทียมของคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อ้างว่าอุ้มไป ๖๐ วัน แต่เรียกคุณธัญวัจน์ไปถามแค่ครึ่งชั่วโมงแล้วก็จบ แล้วก็ส่งรายงานมา มันใช้เวลาขนาดนั้นหรือครับ ใช้สภาของเราในการส่งให้กรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมีตัวแทนของ ทุกพรรคการเมืองพิจารณาก็ได้ ผมก็พร้อมจะเดินหน้าพิจารณา เว้นแต่ว่าท่านเห็นว่าผม ไร้ความสามารถที่จะพิจารณา การรับหลักการหรือการลงมติประการที่ ๔ ก็คือข้ออ้างที่ท่าน มักใช้ กรณีข้อ ๑๑๘ คือการบอกว่าการพิจารณากรณีของกฎหมาย ถ้าคณะรัฐมนตรี ขอรับไปพิจารณาก็ให้รอพิจารณาไว้ก่อน แล้วรอ ๖๐ วัน ผมถามท่านประธานแบบนี้ครับ ผมไม่ถามเพื่อนสมาชิกครับ ถามท่านผู้ชี้แจงครับท่านก็คงตอบไม่ได้ ในนี้ใช้คำว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีจะขอรับร่างพระราชบัญญัตินั้นไปพิจารณาก่อน ผมถามว่าวันนี้ที่มีเพื่อน สมาชิกบางท่านจากจังหวัดที่มีพี่น้องชาติพันธุ์ในภาคเหนือด้วยนะครับ เสียดายท่านอ้างว่า ครม. อุ้มแน่ ๆ ท่านรู้ได้อย่างไร ผมอ่านมติคณะรัฐมนตรีทุกสัปดาห์เลยนะครับ ๓-๔ เดือนนี้ ท่านไม่เคยศึกษากฎหมายฉบับนี้เลยหรือครับ แล้ว ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาท่านมีมติคณะรัฐมนตรี วันไหนที่บอกว่าจะอุ้มกฎหมายฉบับนี้ไป ท่านรู้ได้อย่างไร ฉะนั้นท่านประธานต้องตอบครับ ถ้ามีตัวแทนของคณะรัฐมนตรีมาเสนอ ว่าจะขอรับกฎหมายฉบับนี้อุ้มไปพิจารณาก่อน ขอด้วยครับ หนังสือเลขที่เท่าไร ลงวันที่เท่าไร ส่งมาเมื่อไร แบบใด ประการใด ขอเลยครับ ว่าเป็นมติในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันไหน เวลาใด อยู่ในวาระที่เท่าไร พวกเรารอได้ แต่พี่น้องชาติพันธุ์รอไม่ได้ พี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอ ถึงใช้คำแทนคำที่เรียกตนเองว่า ปกาเกอะญอ เพราะเป็นการยืนยันหลักการที่เรียกว่า ข้าคือคน และถ้าเรามั่นใจว่าคนเท่ากันจริง ๆ พรรคก้าวไกลยืนยัน วันนี้อย่างไรเดินหน้าลงมติรับหลักการร่างพระบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เป็นกำลังใจให้กับพี่น้องและเป็นการขอโทษ ขออภัย คืนสิทธิที่เขา ควรได้รับที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้มาตลอดชีวิตของพวกเขา ขอบคุณครับ