นิติพล ชี้ชนเผ่าไร้โอกาส ผลักดันกฎหมายสภาชนเผ่า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖

นิติพล ผิวเหมาะ กล่าวถึงความสำคัญของโอกาสในการพัฒนาชีวิตของคนชาติพันธุ์ พร้อมตั้งคำถามเกี่ยวกับอำนาจในการออกข้อบังคับตามร่าง พ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมือง และเรียกร้องให้เปิดโอกาสให้ชนเผ่ามีสิทธิ์เต็มที่ในการพัฒนาตนเองอย่างเท่าเทียม

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายภาคเหนือจากพรรคก้าวไกลครับ ก็ต้อง ขอบพระคุณนะครับที่วันนี้มีโอกาสได้เห็นตัวร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นะครับ แล้วเราก็คุ้นหน้าคุณตากันดีกับทางท่านทีมผู้เสนอ แต่ว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นในการทำหน้าที่ในวันนี้ ก็ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ย้อนกลับไปเมื่อตอนปี ๒๕๖๒ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เป็น สส. ในสมัยนั้น บรรยากาศผมจำได้ ไม่ลืมครับ มองไปที่ครอบครัวทุกคนยิ้มแย้ม ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจเรียกว่าเป็นการ หลั่งน้ำตาที่เปี่ยมไปด้วยความเปี่ยมล้น ปลื้มปิติจริง ๆ แต่ต้องบอกว่าน้ำตาเหล่านั้น มันไม่ได้หมายความว่ามันคือน้ำตาของความดีใจที่ทำให้คน ๆ หนึ่ง ชาติพันธุ์คนหนึ่งได้เป็น สส. ที่เขาได้เรียกกัน ท่าน สส. อย่างนั้น ท่าน สส. อย่างนี้ เนื้อหามันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ ท่านประธาน มองย้อนกลับไปครับ ก่อนที่เขาจะมีคราบน้ำตาแห่งความดีใจในวันนั้น ที่เขาสามารถส่งลูกหลานของเขา ชาติพันธุ์เมี่ยนคนหนึ่งที่เข้ามาเป็น สส. ในสภาวันนี้ได้ ในอดีตปัญหาที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน การศึกษา น้ำสะอาดก็ตามทีที่ทาง สส. จากทางอำเภอแม่สอดเราพูดไปเมื่อสักครู่นี้ มันสรุปได้คำเดียวเลยครับ นั่นคือคำว่า โอกาส คนชาติพันธุ์เราไม่มีโอกาส และโอกาสที่เรามี มันน้อยมาก ๆ แล้วโอกาสที่เราได้มาที่น้อยนั้นมันต้องแลกอะไรไปอีกหลายอย่างมาก ๆ ผมอธิบายความได้แบบนี้นะครับ เอาตัวอย่างที่ว่าเอาใกล้ที่สุดก็แล้วกัน เอาครอบครัวผมเอง ก็แล้วกัน ผมเกิดที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นชาติพันธุ์เมี่ยน โอกาสที่ผมเสียไป อย่างแรกเลยคือผมไม่ได้เติบโตซึมซับในความเป็นชนเผ่าชาติพันธุ์เมี่ยนของผมเลย เหตุผลเพราะว่าอะไรครับ เหตุผลเพราะว่าถ้าอยู่ในพื้นที่ตรงนั้นเราก็ได้รับการศึกษาที่ดีขึ้น คุณแม่ผมเช่นกันครับ คุณแม่ผมเรียกว่าเกิดบนดอย โตบนดอย ใช้ใช้ชีวิตวัยเด็กในบนดอย แต่ว่ามีโอกาสได้เข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพมหานคร ในวันนั้นอากู๋ อากง คือคุณตา คุณยาย ยังไม่รู้เลยว่ากรุงเทพมหานครหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เขาคิดอย่างเดียวว่าถ้าเขา ส่งลูกเขาไปเรียนในกรุงเทพมหานครที่เขาว่าเป็นเมืองหลวงมันจะมีโอกาส คือมันจะมีโอกาส ให้คนชาติพันธุ์คนหนึ่งได้เปลี่ยนชีวิต ได้พลิกชีวิตขึ้นมา นั่นคือคำว่า โอกาส เพราะฉะนั้น โอกาสตรงนี้สำคัญมาก ๆ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมก็เปิดดูอ่านอย่างรายละเอียด คืออ่านกันจนพรุนไปหมดแล้ว มีคำถามที่อยากจะถามด้วยเช่นกัน แล้วในขณะเดียวกัน ตัวคำถามของผมนี้ คืออยากจะให้มันตอบภาพที่ผมเห็นด้วยหลาย ๆ พื้นที่ มันไม่ใช่เฉพาะ แค่ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายบ้านผม หรือว่าในพื้นที่อื่น ๆ ในวันนี้เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็พูดไปถึงภาคใต้ ภาคอะไรต่าง ๆ เรามีชนชาติพันธุ์เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด สิ่งที่เราเห็นเรียกว่าคนในเมืองหลวง เห็นอย่างคุ้นหน้าคุ้นตาเวลาเขาไปเที่ยวต่างจังหวัด เขาไปเที่ยวชาติพันธุ์ เขาอยากไปดูว่าคนชาติพันธุ์เขาแต่งตัวอย่างนั้น แต่งตัวอย่างนี้ เรียกว่ายังต้องนอนกลางดิน กินกลางทรายกันอยู่อย่างนั้น คือความรู้สึกของผมนี้มันรู้สึกก็คือว่าเราคนชาติพันธุ์นั้น มันคือคนเหมือนกันนะครับ คุณมาเที่ยว คุณมาดูเรา มาดูบ้านเรา อารมณ์เหมือนเราเป็น สวนสัตว์ใช่ไหม ทำไมคุณจะต้องกดคนชาติพันธุ์ให้มันอยู่ในจุดที่ต้องลำบากอยู่อย่างนั้น ตลอดไป ไม่ให้โอกาสกับคนชาติพันธุ์ได้เจริญเติบโต ได้เข้าสู่เรียกว่าสิ่งแวดล้อมที่ดี สิ่งแวดล้อมในที่นี้ผมพูดถึงสิ่งแวดล้อมเรื่องการศึกษา สิ่งแวดล้อมในการพัฒนาตัวเองไปด้วย เพราะฉะนั้นพอมาดูในตัวร่าง พ.ร.บ. คือตัวร่าง พ.ร.บ. นี้ผมมีข้ออยากจะสอบถามในส่วน ของมาตรา ๑๑ (๑๓) เพราะแน่นอนว่าการออกกฎหมายนี้มันต้องมีสภาพบังคับของ ตัวกฎหมายฉบับนั้น ๆ ในการกำหนดเรื่องหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการให้คุณ ให้โทษ ให้อะไร ต่าง ๆ นานาเหล่านั้น ผมก็เลยมีคำถามในส่วนที่ถามไปในส่วนของมาตรา ๑๑ (๑๓) ว่า ในตัวร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีอำนาจในการออกกฎหมายหรือเปล่า แน่นอนว่าผมอ่านแล้ว มันมีส่วนตรงมาตรา ๑๑ (๑๓) ช่วงท้ายนี้เขียนว่ามีสิทธิในการออกข้อบังคับ ตามพระราชบัญญัติ ผมก็ไม่แน่ใจว่าข้อบังคับตรงนี้มันเป็นลำดับชั้นไหนตามกฎหมาย มันเหมือนเป็นกฎกระทรวง มันเป็นอะไรหรือเปล่า อันนี้คือผมก็ถามจริง ๆ เพื่ออยากจะให้ ทางท่านผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ชี้แจงแล้วก็ได้ไขข้อข้องใจ เพราะว่าเป็นคำถามที่เวลาผม พยายามจะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนข้างนอก เพื่อที่พูดถึงว่ามันจะมีร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับ ชาติพันธุ์สภาชนเผ่าเข้ามาสู่สภานี้เนื้อหาเป็นอะไร อย่างไร แต่อันนี้ก็เป็นคำถามที่ผมได้รับ ในทุกครั้งที่เวลาไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ก็อยากจะให้ทางผู้ชี้แจงช่วยกรุณาตอบ ในประเด็นนี้ด้วย แต่แน่นอนว่าโดยในส่วนตัวของผมแล้ว ผมมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ อยากจะเห็นตัวร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านสภาในวาระที่ ๑ แล้วเราก็ไปลงลึกกันในรายละเอียด ในการพิจารณาวิสามัญในวาระที่ ๒ ของการพิจารณาในกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ